ความสำเร็จในการหาเพศของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล

     ผลงานความสำเร็จจากแผนการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะพะยูน ตามมาเรียมโปรเจคเรื่องที่ 2 : ความสำเร็จในการหาเพศของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล

     คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน กรมทรัพยากรชายทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประสบความสำเร็จในการวิจัย เพื่อตรวจหาเพศของ พะยูน วาฬ และโลมา จากเทคนิคทางอณูชีววิทยา ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการเก็บข้อมูลเลี้ยงลูกด้วยนมในสัตว์ทะเล

     สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเล ทั้งพะยูน โลมา และวาฬ ปัจจุบันมีจำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องจนเกือบใกล้สูญพันธุ์ ส่งผลให้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2490 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ปัจจุบันพบการเกยตื้นตาย หรือพบชากลอยในทะเล ซึ่งส่วนหนึ่งจะไม่สามารถระบุเพศได้ เนื่องจากชากมีการเน่าไปมาก จึงเป็นที่มาของการศึกษาและพัฒนาเทคนิคการระบุเพศของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลเหล่านี้

     รศ.น.สพ.ดร.กรกฎ งานวงศ์พาณิชย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าคณะผู้วิจัย ให้ข้อมูลว่า การใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยามาระบุเพศมีการศึกษาและทำกันอย่างแพร่หลายในสัตว์หลายชนิดรวมถึงในมนุษย์ แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเลนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นงานวิจัยที่ทำในสัตว์แต่ละชนิด โดยในการศึกษานี้เราได้พัฒนาโดยประยุกต์จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถตรวจได้ในหลากหลายสายพันธ์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไพรเมอร์ที่จำเพาะเพียงสัตว์สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง พูดง่าย ๆ คือ ใช้ไพรเมอร์เพียงสองคู่ โดยคู่แรกใช้สำหรับสำหรับโครโมโซม X และอีกคู่หนึ่งสำหรับโครโมโซม Y ก็สามารถตรวจสอบได้ในหลากหลายชนิด โดยที่ผ่านมาสามารถช่วยระบุเพศให้กับตัวอย่างของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต จำนวน 48 ตัวอย่าง แบ่งเป็น พะยูน 3 ตัวอย่าง วาฬและโลมา 45 ตัวอย่าง

     ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อมีการพบตัวอย่างสัตว์ทะเลเกยตื้นตายข้อมูลที่ทางหน่วยงานจะต้องเก็บไว้ประกอบด้วย ตำแหน่งที่พบ ชนิดและสายพันธุ์ เพศ และขนาดลำตัว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานทางชีววิทยาที่สำคัญ ปัญหาหนึ่งที่เรามักพบ คือซากที่พบมีการเน่าสลายหรือไม่สมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถระบุเพศได้ แต่ตอนนี้เมื่อเราสามารถพัฒนาเทคนิคนี้ได้ ทำให้เราได้ข้อมูลพื้นฐานที่ค่อนข้างครบถ้วน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้วิเคราะห์ด้านอื่น ๆ ซึ่งตอนนี้เราสามารถช่วยกันพัฒนาเทคนิคนี้ได้แล้ว โดยต่อไปหามีการพบเลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลไม่ว่าจะเป็นพะยูน วาฬ หรือโลมา ที่ไม่สามารถระบุเพศได้ ก็สามารถส่งมาให้ตรวจสอบได้