ความหลากหลายชีวภาพ สารสนเทศ ทช. ระบบฐานข้อมูลกลางและมาตรฐานข้อมูลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ระบบนิเวศหาดหิน

หาดหิน
เป็นลักษณะชายหาดในบริเวณเขตน้ำขึ้นน้ำลงที่มีหินเป็นโครงสร้างหลักทางกายภาพ โดยมักจะพบหาดหินตามเกาะต่างๆ หรือตามชายฝั่งทะเลที่เชื่อมติดต่อกับภูเขา หาดหินเกิดจากการผุพังหรือการกัดเซาะของน้ำทะเล ทำให้เกิดซอกเล็กซอกน้อย และเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากมาย รวมทั้งยังเป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์น้ำวัยอ่อนได้เป็นอย่างดี สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นหน้าผาหรือเป็นหินขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตเป็นระดับต่างๆ ในแนวตั้งชัดเจน ทั้งนี้ยังมีผลจากปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น ละอองน้ำเค็ม เป็นต้น โดยพบว่าบริเวณแนวโขดหินริมชายฝั่ง ซึ่งมีพื้นผิวแข็งนั้นจะเหมาะสำหรับเป็นที่ยึดเกาะของสัตว์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีซอกหินซึ่งใช้เป็นที่หลบกำบังเพื่อการอยู่อาศัยของสัตว์ได้อีกด้วย แอ่งน้ำขังเป็นแหล่งที่อยู่ย่อยในระบบนิเวศหาดหินที่เอื้อต่อการเป็นที่อยู่อาศัยและรวมกลุ่มของสิ่งมีชีวิตหลายกลุ่ม หาดหิน ในแต่ละพื้นที่จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ปัจจัยหลักที่เป็นกำหนดรูปแบบ คือ อิทธิพลของคลื่น และ    น้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้ 3 เขต คือ เขตเหนือระดับน้ำขึ้นสูงสุด เขตระหว่างน้ำขึ้นและน้ำลง และเขตต่ำกว่าระดับลงต่ำสุด สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในแต่ละบริเวณก็จะมีความแตกต่างกัน

1. เขตที่อยู่เหนือระดับน้ำขึ้นสูงสุด
เป็นบริเวณที่น้ำทะเลท่วมไม่ถึง ยกเว้นในเวลาที่น้ำขึ้นสูงสุดเท่านั้น สภาพแวดล้อมบริเวณนี้มีสภาพเป็นกึ่งบกกึ่งทะเล สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้จะได้รับความชื้นจากน้ำที่กระเซ็นของคลื่นที่พัดเข้าฝั่ง สิ่งมีชีวิตที่พบในบริเวณนี้มีไม่มากนัก พืชที่พบมาก ได้แก่ ไลเคน สกุล Verrucaria spp.ซึ่งจัดเป็นพืชชั้นต่ำจะเห็นเป็นสีดำเกาะอยู่บนก้อนหิน และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ส่วนสัตว์ที่สามารถพบได้บ่อยในบริเวณนี้ คือ หอยน้ำพริกหรือหอยขมทะเล สกุล Littorina spp. ซึ่งมีความสามารถพิเศษโดยหายใจเอาออกซิเจนในอากาสไปใช้เหมือนกับหอยบก และยังสามารถทนต่อสภาวะที่มีอุณหภูมิสูงได้ดี นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆ ที่สามารถพบได้บ่อยเช่นกันในบริเวณนี้ คือ หอยหมวกเจ๊กหรือหอยฝาชี แมลงสาบทะเล ปูแสมหิน เป็นต้น

2. เขตน้ำขึ้นน้ำลง
เป็นบริเวณที่มีขอบเขตกว้างที่สุด มีน้ำขึ้นน้ำลงเปลี่ยนแปลงในรอบวัน มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มากกว่าเขตแรก สิ่งมีชีวิตจะมีวิถีการดำรงชีพที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะของน้ำขึ้นน้ำลงว่าเป็นแบบใด เพราะจำนวนครั้งของน้ำขึ้นน้ำลงจะมีผลต่อการแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น โดยพืชที่พบได้บ่อยในเขตนี้ได้แก่ สาหร่ายไส้ไก่ (Enteromorpha spp.) ซึ่งเป็นสาหร่ายสีเขียว นอกจากนั้นยังพบสาหร่ายสีแดง และสาหร่ายสีน้ำตาล ซึ่งสาหร่ายสีน้ำตาลจะเป็นแหล่งอาหารแหล่งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ นอกจากนี้สัตว์หลายชนิดยังใช้สาหร่ายเหล่านี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเพื่อหลบแสง คลื่นและศัตรู และในขณะที่น้ำลง กอสาหร่ายจะให้ความชุ่มชื้นแก่สัตว์ที่อาศัยอยู่ด้วย ส่วนสัตว์ที่พบในบริเวณนี้มีทั้งที่เคลื่อนที่ไม่ได้และเคลื่อนที่ได้ เช่น เพรียง หอยแมลงภู่ หอยนางรม ดอกไม้ทะเล และหอยหมวกเจ๊ก ซึ่งจะมีการแก่งแย่งพื้นที่กันสูงมาก และบริเวณใต้ก้อนหินยังเป็นอีกแห่งหนึ่งที่เราจะพบสัตว์ที่อยู่ในเขตลำน้ำขึ้นน้ำลงนี้ โดยสัตว์ที่พบได้บ่อยได้แก่ กุ้งดีดขัน ปูใบ้ ปูหิน และปูแสมหิน เป็นต้น

ลักษณะพิเศษของหาดหินในเขตน้ำขึ้นน้ำลง นอกจากจะมีซอกหินหรือร่องหิน ซึ่งจะเป็นระบบนิเวศย่อยๆ ได้แห่งหนึ่งแล้ว ยังมีระบบนิเวศย่อยอีกประเภทหนึ่งที่เป็นที่น่าสนใจและเป็นที่ศึกษากันอย่างมากในหมู่  นักชีววิทยาทางทะเลนั่น คือ "แอ่งหิน" เป็นแอ่งที่มีน้ำขังอยู่เวลาน้ำลง ปัจจัยทางกายภาพมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เช่น อุณหภูมิ ความเค็ม และปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ สัตว์ที่อยู่ในแอ่งหินนี้จึงประสบกับปัญหาการสูญเสียน้ำ อุณหภูมิ และความเค็มที่สูง แต่หากมีฝนตกลงมาก็จะทำให้มีความเค็มลดลงทันที่ ซึ่งอาจส่งผลถึงชีวิตของสัตว์ที่อยู่ในแอ่งหินนี้ได้ นอกจากนั้นของเสียที่สัตว์ปล่อยออกมา เช่น แอมโมเนีย ก็สะสมในแอ่งนี้ แต่เมื่อน้ำทะเลขึ้นสูงท่วมถึงแอ่งนี้ สภาพแวดล้อมต่างๆ จะถูกปรับเข้าสู่ภาวะปกติ สัตว์ที่พบในแอ่งหิน เช่น ลิ่นทะเล หอยฝาเดียว และปลิงทะเล ซึ่งมีการรักษาความชื้นของร่างกายโดยแช่ตัวอยู่ในแอ่งหิน เป็นต้น

3. เขตที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำลงต่ำสุด
เป็นบริเวณที่มีน้ำท่วมอยู่ตลอดเวลา อาจจะโพล่พ้นน้ำบ้างนานๆ ครั้ง และเป็นเวลาสั้นๆ บริเวณนี้จะไม่พบหอยแมลงภู่และเพรียง พืชที่พบบริเวณนี้โดยมากเป็นพวกสาหร่ายสีแดง    สีเขียว สีน้ำตาล และหญ้าทะเลบ้างชนิด ซึ่งสัตว์ทะเลขนาดเล็กใช้เป็นที่หลบภัยจากศัตรู สัตว์ทะเลที่พบได้แก่ ฟองน้ำ ลิ่นทะเล หอยหมวกเจ๊ก หอยเป๋าฮื้อ ทากทะเล ดาวทะเล หอยฝาเดียว ปู และเม่นทะเล เป็นต้น