สถานการณ์ทรัพยากรป่าชายเลน จ.ระนอง

          ป่าชายเลนของประเทศไทยพบขึ้นกระจายทั่วไปบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ แต่ป่าชายเลนที่มีสภาพสมบูรณ์ส่วนใหญ่พบในภาคใต้ชายฝั่งทะเลอันดามัน บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ประเทศไทยพบพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั้งหมด 78 ชนิด ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ป่าชายเลนแท้จริง (true mangrove) จำนวน 33 ชนิด พันธุ์ไม้เด่นในป่าชายเลนของประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์ Rhizophoraceae, Sonneratiaceae, Avicenniaceae และ Meliaceae (พันธุ์ไม้ป่าชายเลนในประเทศไทย, 2552) และมีกิจกรรมอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายาก 16 ชนิด ได้แก่ ใบพาย พังกา–ถั่วขาว โพรงนก รามใหญ่ รังกระแท้ โพทะเลก้านสั้น โพทะเลก้านยาว หมันทะเล สมอทะเล ตีนเป็ดทราย มะนาวผีผลกลม มะนาวผีผลเหลี่ยม พังกาหัวสุม-ดอกขาว หลุมพอทะเล แดงน้ำ และหยีน้ำ โดยดำเนินการในพื้นที่ป่าชายเลน 6 จังหวัด ที่มีพันธุ์ไม้หายาก หรือใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ จังหวัดตราด จันทบุรี เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง ซึ่งพันธุ์ไม้ป่าชายเลนหายากเหล่านี้เป็นพันธุ์ไม้ที่มักพบขึ้นเฉพาะถิ่น เนื่องจากมีความต้องการปัจจัยแวดล้อมที่เป็นข้อจำกัดบางประการในพื้นที่ บางชนิดมีถิ่นที่อยู่เป็นบริเวณแคบๆ บางชนิดเจริญเติบโตเพียงในบริเวณหนึ่ง และไม่สามารถทำการย้ายไปปลูกที่อื่นได้ นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้แสมขนที่เพิ่งสำรวจพบที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ โดยยังไม่มีรายงานการศึกษาลักษณะการสืบต่อพันธุ์ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้มาก่อน

          การสำรวจโครงสร้างป่าชายเลนมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และมีการศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรในระบบนิเวศป่าชายเลนในพื้นที่เดียวกัน โดยมีระยะห่างจากการสำรวจครั้งแรก 3 ปี ได้แก่ ในปี พ.ศ. 2549, 2552 และ 2555 สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชายเลนอ่าวพังงา ในปี พ.ศ. 2550, 2553 และ 2556 สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชายเลนภาคใต้ตอนบน และในปี พ.ศ. 2551 และ 2554 สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชายเลนฝั่งอ่าวไทย และทะเลอันดามันตอนล่าง โดยสามารถสรุปลักษณะโครงสร้างป่าชายเลนในแต่ละพื้นที่ได้ดังนี้

          พื้นที่ฝั่งอ่าวไทย และทะเลอันดามันตอนล่าง สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในปี พ.ศ. 2554 ในพื้นที่ป่าชายเลน 13 จังหวัด ได้แก่บริเวณอ่าวไทยทั้งหมด (จังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี) รวมทั้งภาคใต้ตอนล่าง (จังหวัดตรัง และสตูล) รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 420,245 ไร่ จากการสำรวจพบพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั้งหมด 39 ชนิด โดยจังหวัดตรังพบชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลนมากที่สุด คือ 31 ชนิด รองลงมา ได้แก่ จังหวัดระยอง 28 ชนิด จันทบุรี และตราด พบจำนวนเท่ากันคือ 27 ชนิด ป่าชายเลนในจังหวัดสตูลมีความหนาแน่นมากที่สุด คือ 490.91 ต้นต่อไร่ นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีก เช่น แมลงพบมากกว่า 1,400 ชนิด สัตว์หน้าดินพบทั้งหมด 59 ชนิด นกที่สำรวจพบมี 179 ชนิด

          พื้นที่อ่าวพังงา สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชายเลนในปี พ.ศ. 2555 ในพื้นที่ป่าชายเลน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพังงา (เฉพาะอ่าวพังงาไม่รวมชายฝั่งด้านนอกที่ติดกับทะเลอันดามัน) กระบี่และภูเก็ต รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 350,254 ไร่ จากการสำรวจพบพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั้งหมด 33 ชนิด โดยจังหวัดกระบี่พบชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลนมากที่สุด คือ 28 ชนิด รองลงมา ได้แก่ จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต (21 และ 11 ชนิด ตามลำดับ) ป่าชายเลนในจังหวัดพังงา ฝั่งอ่าวพังงามีความหนาแน่นมากที่สุด คือ 420.36 ต้นต่อไร่ รองลงมา ได้แก่ จังหวัดกระบี่ และจังหวัดภูเก็ต (304.03 และ 253.49 ต้นต่อไร่ ตามลำดับ) และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2549 พบว่า ป่าชายเลนในสามจังหวัด มีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น แมลงพบทั้งหมด 1,038 ชนิด (species) ใน 13 อันดับ (Class) โดยพบแมลงในอันดับ Diptera มากที่สุด สัตว์หน้าดิน พบทั้งหมด 28 ชนิด 16 วงศ์ (Family) วงศ์ที่พบมากที่สุดคือ วงศ์ Assiminaeidae (วงศ์หอยถั่วแดง) นกที่สำรวจพบมี 117 ชนิด ใน 40 วงศ์

          พื้นที่ภาคใต้ตอนบนในปี พ.ศ. 2556 สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าชายเลน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพังงา (เฉพาะฝั่งตะวันตกที่ติดต่อกับจังหวัดระนองซึ่งอยู่นอกเหนือจากพื้นที่ป่าชายเลนอ่าวพังงา) ระนอง นครศรีธรรมราช ชุมพร และสุราษฎร์ธานี รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 551,074 ไร่ พบพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั้งหมด 46 ชนิด โดยจังหวัดระนองพบชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลนมากที่สุด คือ 33 ชนิด รองลงมา ได้แก่ จังหวัดพังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร (32, 32, 23 และ 20 ชนิด ตามลำดับ) ป่าชายเลนในจังหวัดพังงาฝั่งตะวันตกมีความหนาแน่นมากที่สุด คือ 570.35 ต้นต่อไร่ รองลงมา ได้แก่ จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี (300.15, 294.11, 248.60 และ 230.50 ต้นต่อไร่ ตามลำดับ) และเมื่อเปรียบเทียบผลการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2553 พบว่า ป่าชายเลนในแต่ละจังหวัดมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีก เช่น แมลงพบทั้งหมด 622 ชนิด 12 อันดับ โดยอันดับของแมลงที่พบมากที่สุดคือ อันดับ Diptera สัตว์หน้าดินพบทั้งหมด 50 ชนิด 27 วงศ์ วงศ์ที่พบมากที่สุด คือ วงศ์ Potamididae นกที่สำรวจพบมี 133 ชนิด ปลาและสัตว์น้ำเศรษฐกิจอื่นๆ พบ 53 ชนิด

สถานภาพทรัพยากรป่าชายเลน (State)
          จังหวัดระนอง มีเนื้อที่ป่าชายเลนตามมติ ครม. จำนวน 103,493.42 ไร่ เนื้อที่ป่าชายเลนคงสภาพ จำนวน 75,406.27 ไร่ โดยอยู่ในท้องที่ 5 อำเภอ 21 ตำบล ได้แก่ อำเภอกระบุรี อำเภอกะเปอร์ อำเภอเมืองระนอง อำเภอละอุ่น และอำเภอสุขสำราญ

พื้นที่ป่าชายเลนรายตำบลในจังหวัดระนอง

ความหลากหลายของสังคมพืชในป่าชายเลนจังหวัดระนอง
          จากการสำรวจสังคมพืชป่าชายเลนจังหวัดระนอง ในท้องที่ตำบลบางใหญ่ อำเภอกระบุรี ตำบลบางนอน ตำบลปากน้ำ ตำบลเขานิเวศน์ ตำบลบางริ้น ตำบลหงาว ตำบลเกาะพยาม และตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง, ตำบลม่วงกลาง ตำบลบางหิน และตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์, ตำบลนาคา ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ พบพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั้งสิ้น 16 วงศ์ (Families) 25 สกุล (Genus) 39 ชนิด (Species) มีความหนาแน่นรวมของต้นไม้เท่ากับ 168.53 ต้นต่อไร่ พันธุ์ไม้ที่พบมากที่สุดอยู่ในวงศ์ Rhizophoraceae ชนิดที่มีความหนาแน่นมากที่สุด คือ โกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) มีความหนาแน่นเท่ากับ 76.73 ต้นต่อไร่ รองลงมา คือ ถั่วขาว (Bruguiera cylindrica) และถั่วดำ (Bruguiera parviflora) มีความหนาแน่นเท่ากับ 19.63 และ 12.98 ต้นต่อไร่ ตามลำดับ ความโตทางเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระดับอกเฉลี่ย (DBH) เท่ากับ 12.42 เซนติเมตร และความสูงเฉลี่ย (H) เท่ากับ 9.69 เมตร

          ค่าดัชนีความความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ (Shannon-Wiener diversity index ; H’) เท่ากับ 2.084 ค่าความชุกชุมทางชนิดพันธุ์ของมาร์กาเรฟ (Margalef’s index ; d) เท่ากับ 3.978 และค่าดัชนีความสม่ำเสมอทางชนิดพันธุ์ของพีลู (Pielou’s evenness ; J’) เท่ากับ 0.573 ชนิดพันธุ์ที่มีค่าดัชนีความสำคัญ (Important Value Index ; IVI) มากที่สุด คือ โกงกางใบเล็ก มีค่าเท่ากับ 60.15 รองลงมา คือ ถั่วขาว และแสมดำมีค่าเท่ากับ 34.25 และ 27.36 ตามลำดับ

ผลผลิตมวลชีวภาพและการกักเก็บคาร์บอนในป่าชายเลนจังหวัดระนอง
          มวลชีวภาพป่าชายเลนจังหวัดระนอง จากการประเมินพบว่า มีมวลชีวภาพทั้งหมดเท่ากับ 32.602 ตันต่อไร่ โดยแบ่งเป็น มวลชีวภาพเหนือดินเท่ากับ 17.053 ตันต่อไร่ และมวลชีวภาพใต้ดินเท่ากับ 15.549 ตันต่อไร่ มวลชีวภาพเหนือดินทั้งหมด พบว่า มีมวลชีวภาพลำต้นมากที่สุด 8.932 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ มวลชีวภาพกิ่ง 4.647 ตันต่อไร่ มวลชีวภาพรากเหนือพื้นดิน 2.475 ตันต่อไร่ และมวลชีวภาพใบ 0.999 ตันต่อไร่ ตามลำดับ โดยโกงกางใบเล็ก เป็นชนิดพันธุ์ที่มีมวลชีวภาพมากที่สุดเท่ากับ 8.963 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ แสมดำและตะบูนขาว มีมวลชีวภาพเท่ากับ 2.494 และ 0.919 ตันต่อไร่ ตามลำดับ

          สำหรับมวลชีวภาพใต้ดินพบว่า มีการกระจายอยู่ในชั้นดินที่ความลึกต่างๆ โดยสะสมอยู่ในชั้นดินที่มีความลึก 0-10 เซนติเมตร มากที่สุดเท่ากับ 1.504 ตันต่อไร่ รองลงมาอยู่ที่ชั้นความลึก 110-120, 10-20 และ 30-40 เซนติเมตร มีมวลชีวภาพเท่ากับ 1.388, 1.370 และ 1.329 ตันต่อไร่ ตามลำดับ และเมื่อแบ่งตามขนาดรากพบว่า รากขนาดมากกว่า 10 มิลลิเมตร มีมวลชีวภาพมากที่สุดเท่ากับ 7.384 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ รากขนาด 5-10 และ 0-5 มิลลิเมตร มีมวลชีวภาพเท่ากับ 4.516 และ 3.649 ตันต่อไร่ ตามลำดับ

          การสะสมคาร์บอนในป่าชายเลน พบว่า คาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพ (ในรูปสารประกอบคาร์บอน) รวมเฉลี่ยเท่ากับ 15.323 ตันต่อไร่ โดยแบ่งเป็น คาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพเหนือดินเท่ากับ 8.015 ตันต่อไร่ และคาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพใต้ดินเท่ากับ 7.308 ตันต่อไร่ คาร์บอน
ที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพเหนือดิน สะสมอยู่ในลำต้นมากที่สุด 4.198 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ สะสมอยู่ในกิ่ง 2.184 ตันต่อไร่ สะสมอยูในรากเหนือพื้นดิน 1.163 ตันต่อไร่ และสะสมอยู่ในใบ 0.470 ตันต่อไร่ ตามลำดับ และเมื่อนำมาประเมินร่วมกับพื้นที่ป่าชายเลน พบว่า ป่าชายเลนจังหวัดระนองมีการกักเก็บคาร์บอนเท่ากับ 2.481 ล้านตันคาร์บอน

ความหลากหลายของแมลงและนกในป่าชายเลนจังหวัดระนอง
          ความหลากหลายของแมลงในพื้นที่ป่าชายเลน ตำบลทรายแดง อำเภอเมืองระนอง และตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนองพบจำนวน 8 อันดับ 41 วงศ์ 69 ชนิดได้แก่ 1) แมลงที่กินพืชเป็นอาหาร (Herbivore) เช่น ด้วงเต่าแตงแดง (Aulacophora indica), ด้วงกินใบดำเล็ก (Chaetocnema sp.) และด้วงกินใบ (Chrysomelidae sp.) เป็นต้น 2) แมลงกินสัตว์เป็นอาหาร (Carnivor) เช่น แตนหางธง (Evania sp.), มดตะลาน (Camponotus sp.) และมดตะนอย (Tetraponera sp.) เป็นต้น 3) แมลงที่ช่วยผสมเกสร (Pollinator) เช่น ผีเสื้อแพนซีเหลือง (junonia hierta), ผีเสื้อแพนซีสีตาล (Junonia lemonias) และผีเสื้อแพนซีฟ้า (Junonia orithya) เป็นต้น

          จากการสำรวจครั้งนี้พบแมลงที่อยู่ในสถานภาพการอนุรักษ์ตาม IUCN Red List (2016) แต่อยู่ในระดับ Least concern ได้แก่ ผีเสื้อหนอนใบรักฟ้า (Ideopsis vulgaris), ผีเสื้อแพนซีเหลือง (Junonia hierta), แมลงปอบ้านเสือเขียว (Orthetrum sabina) และตั๊กแตนหัวกรวยไม้ง่าม (Conocephalus maculatus)

          จังหวัดระนอง นกที่พบมี 8 อันดับ (Order) 14 วงศ์ (Family) 20 ชนิด (Species) นกที่พบมากที่สุดได้แก่ นกยางโทนน้อย (Ardea intermedia) นกยางเปีย (Egertta garzetta) นกกาน้ำเล็ก (Microcarbo niger) ตามลำดับ พบนกที่อยู่ในกลุ่มใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened; NT) ตาม IUCN Red list ได้แก่ นกกินแมลงป่าโกงกาง (Trichastoma rostratum)

ความหลากหลายของเห็ดราในป่าชายเลนจังหวัดระนอง
          ได้ทำการสำรวจเห็ดราบริเวณพื้นที่ตำบลบางริ้น หงาว บางนอน ปากน้ำ เกาะพยาม เขานิเวศน์ ราชกรูด อำเภอเมือง ตำบลม่วงกลวง บางหิน กะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ ตำบลกำพวน นาคา อำเภอสุขสำราญ และตำบลบางใหญ่ อำเภอกระบุรี พบจำนวนทั้งสิ้น 3 วงศ์ (Family) 4 สกุล (Genus) 9 ชนิด (species) ได้แก่ (Hymenochaete sp.), (Inonotus sp.), (Ganoderma sp.) และ (Polyporus sp.)

ความหลากหลายของสัตว์น้ำเศรษฐกิจในป่าชายเลนจังหวัดระนอง
          จากการศึกษาสัตว์น้ำเศรษฐกิจในป่าชายเลน บริเวณตำบลบางใหญ่ อำเภอกระบุรี, ตำบลบางนอน ตำบลปากน้ำ ตำบลเขานิเวศน์ ตำบลบางริ้น ตำบลหงาว ตำบลเกาะพยาม และตำบลราชกรูด อำเภอเมือง, ตำบลม่วงกลาง ตำบลบางหิน และตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ม, ตำบลนาคา และตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ, จังหวัดระนอง พบสัตว์น้ำเศรษฐกิจทั้งหมดจำนวน 13 วงศ์ 13 ชนิด จำแนกเป็นกลุ่มปลา (Chordata) 11 วงศ์ 11 ชนิด กลุ่มปู/กุ้ง (Crustacean) 2 วงศ์ 2 ชนิด โดยวงศ์ที่จำนวนชนิดพบมากที่สุด คือ วงศ์ Lutjanidae (วงศ์ปลากะพงแดง) ได้แก่ ปลากะพงข้างปานและปลากะพงแดง ส่วนวงศ์ที่เหลือพบอย่างละ 1 ชนิด คือ วงศ์ Bagridae (วงศ์ปลากด) ได้แก่ ปลากดคัง วงศ์ Carangidae (วงศ์ปลาหางแข็ง) ได้แก่ ปลามง วงศ์ Portunidae (วงศ์ปู) ได้แก่ ปูดำ เป็นต้น

ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตพื้นป่าชายเลนจังหวัดระนอง
          การสำรวจองค์ประกอบและความหลากหลายของประชาคมสิ่งมีชีวิตพื้นป่าชายเลนในบริเวณตำบลบางใหญ่อำเภอกระบุรี, ตำบลบางนอน ตำบลปากน้ำ ตำบลเขานิเวศน์ ตำบลบางริ้น ตำบลหงาว ตำบลเกาะพยาม และตำบลราชกรูด อำเภอเมือง, ตำบลม่วงกลาง ตำบลบางหิน และตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ม, ตำบลนาคา และตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ, จังหวัดระนอง พบทั้งหมด 7 วงศ์ (Family) 8 สกุล (Genus) 8 ชนิด (Specie) มีความหนาแน่นรวมเท่ากับ 28.00 ตัวต่อตารางเมตร ชนิดที่พบมากที่สุดคือ หอยขี้นก รองลงมาคือ ปูก้ามดาบ มีความหนาแน่นเท่ากับ 6.86 ตัวต่อตารางเมตร นอกจากนี้ยังพบชนิดอื่นๆเพิ่มเติม ได้แก่ กุ้งดีดขัน ปูแสมก้ามส้ม ไส้เดือนทะเล ปูแสมก้ามยาว หนอนถั่ว และปูเสฉวน

          เมื่อพิจารณาความหลากหลายของประชาคมสิ่งมีชีวิตพื้นป่าชายเลนบริเวณจังหวัดระนอง พบว่ามีค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ (H’) เท่ากับ 1.56 ค่าดัชนีความชุกชุมของชนิดพันธุ์ (d) เท่ากับ 1.34 และค่าดัชนีความสม่ำเสมอ (J’) เท่ากับ 0.75

การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน
          พื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดระนองตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2504 ถึงปี พ.ศ. 2557 มีพื้นที่ลดลง โดยที่ในช่วงปี พ.ศ. 2504 ถึง ปี พ.ศ. 2539 พื้นที่ป่าชายเลนมีอัตราการลดลงอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยแล้วอัตราการลดลงของพื้นที่ป่าชายเลนเท่ากับ 1,972.75 ไร่ต่อปี สำหรับในปี พ.ศ. 2543 นั้นจะพบว่า พื้นที่ป่าชายเลนพุ่งสูงขึ้นจากปี พ.ศ. 2539 ถึง 50,103.55 ไร่ ทั้งนี้เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้วิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์หาพื้นที่ป่าชายเลนเปลี่ยนแปลงไป สามารถตรวจวัดป่าชายเลนที่มีอายุน้อยได้ (3 ปี) ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนในปี พ.ศ. 2543 เพิ่มสูงขึ้น แต่กลับลดจำนวนลงอีกครั้งในปี พ.ศ. 2547 และ พ.ศ. 2552 และกลับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2557 มีพื้นที่ป่าชายเลนทั้งสิ้น 161,919.41 ไร่

สภาพป่าชายเลนของจังหวัดระนอง


 

การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดระนอง ระหว่าง พ.ศ. 2504-2557

          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการโครงการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน พ.ศ. 2557 เพื่อจำแนกเขตการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนออกเป็นพื้นที่ต่างๆ  พบว่า ในปี 2557 จังหวัดระนองมีพื้นที่ป่ามีพื้นที่ป่าชายเลนในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 109,098.09 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพ จำนวน 75,406.27 ไร่ นอกนั้นเป็นพื้นที่อื่น ๆ ได้แก่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรกรรม เมืองและสิ่งก่อสร้าง ป่าชายหาด เลนงอก พื้นที่เปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง พื้นที่ทิ้งร้างและป่าบก รวมจำนวน 33,691.82 ไร่

รูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนจังหวัดระนอง ปี พ.ศ. 2557

          การดำเนินการในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินการด้านป่าชายเลนหลายโครงการ ประกอบด้วยการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน พ.ศ. 2557 การอนุญาตใช้พื้นที่ป่าชายเลน ป่าชุมชน การปลูกป่าตามนโยบายของรัฐบาล เช่น โครงการปลูกป่าประชารัฐ การปลูกป่าในเมือง การปลูกเสริม การจัดทำเขตพิทักษ์ รักษ์สัตว์น้ำ การจัดทำแนวคูแพรก นอกจากนี้ในส่วนของการเฝ้าระวังการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนยังมีการดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้บุกรุกในแต่ละพื้นที่มากน้อยต่างกันไป

แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน  ปี พ.ศ. 2557 จังหวัดระนอง


 

สาเหตุของปัญหา การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหาเสื่อมโทรมต่อป่าชายเลน

ข้อมูล : สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน
วันที่ : 11 ธันวาคม 2561