สถานการณ์ทรัพยากรป่าชายเลน จ.ชลบุรี

          “ป่าชายเลน” มีความสำคัญต่อมนุษย์รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศมากมายอย่างคาดไม่ถึง เพราะป่าชายเลนเป็นที่รวมของพืช สัตว์น้ำ และสัตว์บกนานาชนิด ประเทศไทยใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรป่าชายเลนทั้งทางด้านป่าไม้ และด้านประมง โดยป่าชายเลนถือเป็นแหล่งอนุบาลและขยายพันธุ์สัตว์ทะเล อีกทั้งป่าชายเลนยังเป็นกำแพงธรรมชาติที่ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ช่วยป้องกันคลื่น และลมจากทะเลอีกด้วย ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่พบในป่าชายเลน พันธุ์ไม้ที่พบส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์ไม้แสม (Avicenniaceae) ได้แก่ แสมขาว และแสมทะเล พันธุ์ไม้ชนิดอื่นๆที่พบ ได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็กลำพูทะเล ลำแพน โปรงแดง ฝาดดอกขาว ฝาดดอกแดง ตะบูนขาว ตะบูนดำ จาก หลุมพอทะเล โพทะเล ตาตุ่มทะเล เป็นต้น มีความหนาแน่นเฉลี่ย เท่ากับ 241.19 ต้น/ไร่ เส้นผ่าศูนย์กลาง เฉลี่ย 11.37 เซนติเมตร และความสูงเฉลี่ย 10.61 เมตร

สัตว์ที่พบในป่าชายเลนจังหวัดชลบุรี
          1) สัตว์หน้าดินพื้นป่าชายเลน ได้แก่ หอยเรดเชลล์ หอยจุ๊บแจง หอยไม้พุกลาย หองแครง ปูแสม ปูแสมก้ามส้ม ปูก้ามดาบ ปูทะเล และกุ้งดีดขันปลาตีน เป็นต้น มีค่าความหนาแน่น 34 ตัว/ตารางเมตร

          2) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ ลิงแสม ค้างคาวแม่ไก่ และยังพบเสือปลา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและอยู่ในบัญชีหมายเลข 2 ของไซเตส

          3) นกในป่าชายเลน ได้แก่ นกตีนเทียน นกกระแตแต้แว๊ด นกชายเลนเขียว นกกินเปี้ยว นกยางกรอก นกยางเปีย เหยี่ยวแดง และยังพบนกกระทุง และนกกาบบัว ซึ่งเป็นนกที่พบยากมากในธรรมชาติ และยังมีการพบนกชายเลนปากช้อน Spoon-billed Sandpiper นกชนิดที่มีการพูดถึงอย่างมากในวงการดูนกทั่วโลกเป็นนกที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (Critically endangered)

สถานภาพทรัพยากรป่าชายเลน (State)
          จังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่ป่าชายเลนตามมติ ครม. 26,242.83 ไร่ เนื้อที่ป่าชายเลนคงสภาพ 4,551.85 ไร่ โดยอยู่ในพื้นที่ 2 อำเภอ 15 ตำบล ได้แก่ อำเภอพานทอง และอำเภอเมืองชลบุรี

พื้นที่ป่าชายเลนรายตำบลในจังหวัดชลบุรี

ผลผลิตมวลชีวภาพและการกักเก็บคาร์บอนในป่าชายเลนจังหวัดชลบุรี
          มวลชีวภาพป่าชายเลนจังหวัดชลบุรี จากการประเมินพบว่า มีมวลชีวภาพทั้งหมดเท่ากับ 21.400 ตันต่อไร่ โดยแบ่งเป็น มวลชีวภาพเหนือดินเท่ากับ 10.844 ตันต่อไร่ และมวลชีวภาพใต้ดินเท่ากับ 10.556 ตันต่อไร่

          มวลชีวภาพเหนือดินทั้งหมด พบว่า มีมวลชีวภาพลำต้นมากที่สุด 7.738 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ มวลชีวภาพกิ่ง 2.136 ตันต่อไร่ มวลชีวภาพใบ 0.817 ตันต่อไร่ และมวลชีวภาพรากเหนือพื้นดิน 0.153 ตันต่อไร่ ตามลำดับ โดยแสมทะเล เป็นชนิดพันธุ์ที่มีมวลชีวภาพมากที่สุดเท่ากับ 4.597 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ แสมขาวและตะบูนขาว มีมวลชีวภาพเท่ากับ 3.617 และ 1.299 ตันต่อไร่ ตามลำดับ

          สำหรับมวลชีวภาพใต้ดินพบว่า มีการกระจายอยู่ในชั้นดินที่ความลึกต่างๆ โดยสะสมอยู่ในชั้นดินที่มีความลึก 20-30 เซนติเมตร มากที่สุดเท่ากับ 2.442 ตันต่อไร่ รองลงมาอยู่ที่ชั้นความลึก 10-20, 0-10 และ 30-40 เซนติเมตร มีมวลชีวภาพเท่ากับ 2.155, 1.689 และ 1.128 ตันต่อไร่ ตามลำดับ และเมื่อแบ่งตามขนาดรากพบว่า รากขนาดมากกว่า 10 มิลลิเมตร

          มีมวลชีวภาพมากที่สุดเท่ากับ 5.230 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ รากขนาด 5-10 และ 0-5 มิลลิเมตร มีมวลชีวภาพเท่ากับ 2.873 และ 2.453 ตันต่อไร่ ตามลำดับ

          การสะสมคาร์บอนในป่าชายเลน พบว่า คาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพ (ในรูปสารประกอบคาร์บอน) รวมเฉลี่ยเท่ากับ 10.058 ตันต่อไร่ โดยแบ่งเป็น คาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพเหนือดินเท่ากับ 5.097 ตันต่อไร่ และคาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพใต้ดินเท่ากับ 4.961 ตันต่อไร่

          คาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพเหนือดิน สะสมอยู่ในลำต้นมากที่สุด 3.637 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ สะสมอยูในกิ่ง 1.004 ตันต่อไร่ สะสมอยู่ในใบ 0.384 ตันต่อไร่ และสะสมอยู่ในรากเหนือพื้นดิน 0.072 ตันต่อไร่ ตามลำดับ

ความหลากหลายของแมลงและนกในป่าชายเลนจังหวัดชลบุรี
          ความหลากหลายของแมลงในพื้นที่ป่าชายเลน ตำบลเสม็ด และตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี สำรวจพบจำนวน 6 อันดับ 30 วงศ์ 37 ชนิดได้แก่ 1) แมลงที่กินพืชเป็นอาหาร (Herbivore) เช่น ด้วงหลังงุ้ม(Mordellidae sp.), ด้วงกุหลาบ (Adoretus compressus) และแมลงอินูน (Anomala sp.) เป็นต้น 2) แมลงกินสัตว์เป็นอาหาร (Carnivor) เช่น ด้วงก้นกระดกอกส้ม (Paederus fuscipes), แมลงวันตาโต (Pipunculus sp.) และแมลงหวี่ขน (Psychoda sp.) เป็นต้น และ 3) แมลงที่ช่วยผสมเกสร (Pollinator) เช่น ผีเสื้อฟ้าดอกหญ้า (Zizina otis), ผีเสื้อหนอนใบกุ่มเส้นดำ (Appias olferna) และผีเสื้อเณรธรรมดา (Eurema hecabe) เป็นต้น

          นกที่พบมี นกที่พบมี 11 อันดับ (Order) 25 วงศ์ (Family) 52 ชนิด (Species) นกที่พบมากที่สุดได้แก่ นกปากห่าง (Anastomus oscitans) นกยางควาย (Bubulcus coromandus) นกยางเปีย (Egertta garzetta) ตามลำดับ พบนกที่อยู่ในกลุ่มใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened; NT) ตาม IUCN Red list ได้แก่ นกกระจาบทอง (Ploceus hypoxanthus) นกกาบบัว (Mycteria leucocephala) นกกระทุง (Pelecanus philippensis) นกอีก๋อยใหญ่ (Numenius arquata)

ความหลากหลายของเห็ดราในป่าชายเลนจังหวัดชลบุรี
          จากการสำรวจเห็ดราบริเวณพื้นที่ตำบลเสม็ด คลองตำรุ และบางทราย อำเภอเมือง พบจำนวนทั้งสิ้น 2 วงศ์ (Family) 3 สกุล (Genus) 3 ชนิด (Species) ได้แก่ (Hymenochaete sp.), (Phellinus sp.) และ(Ganoderma sp.)

ความหลากหลายของสัตว์น้ำเศรษฐกิจในป่าชายเลนจังหวัดชลบุรี
          จากการศึกษาสัตว์น้ำเศรษฐกิจในป่าชายเลน บริเวณตำบลคลองตำหรุ ตำบลเสม็ด และตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรีพบสัตว์น้ำเศรษฐกิจทั้งหมด 17 วงศ์ 20 ชนิด จำแนกเป็นกลุ่มปลา (Chordata) 15 วงศ์ 18 ชนิด และกลุ่มกุ้ง/ปู (Crustacean) 2 วงศ์ 2 ชนิด โดยวงศ์ที่พบจำนวนชนิดมากที่สุดคือ วงศ์ Gobiidae (วงศ์ปลาบู่) พบ 2 ชนิด ได้แก่ ปลาบู่จุดเขียวใหญ่และปลาเขือแดง วงศ์ Engraulidae (วงศ์ปลากระตัก) พบ 2 ชนิด ได้แก่ ปลากระตักและปลาแมว วงศ์ Carangidae (วงศ์ปลาหางแข็ง) พบ 2 ชนิด ได้แก่ ปลาสีเสียดและปลาข้างเหลือง ส่วนวงศ์ที่เหลือ พบอย่างละ 1 ชนิด เช่น วงศ์ Mugilidae (วงศ์ปลากระบอก) ได้แก่ ปลากระบอก วงศ์ Belonidae (วงศ์ปลากระทุงเหว) ได้แก่ ปลากระทุงเหว และ วงศ์ Portunidae (วงศ์ปู) ได้แก่ ปูหิน

ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตพื้นป่าชายเลนจังหวัดชลบุรี
          การสำรวจองค์ประกอบและความหลากหลายของประชาคมสิ่งมีชีวิตพื้นป่าชายเลนในบริเวณตำบลคลองตำหรุ ตำบลเสม็ด และตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พบทั้งหมด 12 วงศ์ (Family) 12 สกุล (Genus) 13 ชนิด (Specie) มีความหนาแน่นเท่ากับ 112.00 ตัวต่อตารางเมตร ชนิดที่พบมากที่สุดคือ หอยถั่วแดง มีความหนาแน่น 59.00 ตัวต่อตารางเมตร รองลงมาคือ หอยหูแมว มีความหนาแน่นเท่ากับ 14.00 ตัวต่อตารางเมตร นอกจากนี้ยังพบชนิดอื่นๆเพิ่มเติม ได้แก่ หอยหูปากม่วง หอยกะทิ หอยขี้นก ปูแสมก้ามส้ม ปูก้ามดาบ หอยจุ๊บแจง ทากเปลือก ไส้เดือนทะเล หอยเทียน หอยแมลงภู่ และหอยก้นแหลม

          เมื่อพิจารณาความหลากหลายของประชาคมสิ่งมีชีวิตพื้นป่าชายเลนบริเวณจังหวัดชลบุรี พบว่ามีค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ (H’) เท่ากับ 1.73 ค่าดัชนีความชุกชุมของชนิดพันธุ์ (d) เท่ากับ 2.13 และค่าดัชนีความสม่ำเสมอ (J’) เท่ากับ 0.68

การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลน
          ในจังหวัดชลบุรี เกิดจากการใช้ประโยชน์ที่ดินในป่าชายเลนเพื่อกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเกษตร นากุ้ง นาเกลือ ท่าเทียบเรือ โรงงานอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย เป็นต้น โดยเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 - 2557

ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543-2557

          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการโครงการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน พ.ศ. 2559 เพื่อจำแนกเขตการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนออกเป็นพื้นที่ต่างๆ  พบว่า ในปี 2559 จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ป่าชายเลนในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวม 27,349.33 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพ จำนวน 4,551.85 ไร่ นอกนั้นเป็นพื้นที่อื่น ๆ ได้แก่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรกรรม เมืองและสิ่งก่อสร้าง พื้นที่ทิ้งร้าง ป่าชายหาด ป่าบก หาดเลน และพื้นที่เปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง รวม 22,797.48 ไร่

รูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนจังหวัดชลบุรี ปี พ.ศ. 2557

          การดำเนินการในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินการด้านป่าชายเลนหลายโครงการ ประกอบด้วยการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน พ.ศ. 2557 การอนุญาตใช้พื้นที่ป่าชายเลน ป่าชุมชน การปลูกป่าตามนโยบายของรัฐบาล เช่น โครงการปลูกป่าประชารัฐ การปลูกป่าในเมือง การปลูกเสริม การจัดทำเขตพิทักษ์รักษ์สัตว์น้ำ การจัดทำแนวคูแพรก นอกจากนี้ในส่วนของการเฝ้าระวังการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนยังมีการดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้บุกรุกในแต่ละพื้นที่มากน้อยต่างกันไป

แผนที่พื้นที่จำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนในประเทศไทยปี พ.ศ. 2557

 

สาเหตุของปัญหา การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหาเสื่อมโทรมต่อป่าชายเลน

ข้อมูล : สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน
วันที่ : 11 ธันวาคม 2561