สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จ.ภูเก็ต

          ความหมายของ “ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง” ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 หมายความว่า “สิ่งที่มีอยู่หรือเกิดขึ้นตามธรรมชาติในบริเวณทะเลและชายฝั่ง รวมถึงพรุชายฝั่ง พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง คลอง คูแพรก ทะเลสาบ และบริเวณพื้นที่ปากแม่น้ำ ที่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเลหรืออิทธิพลของน้ำทะเลเข้าถึง เช่น ป่าชายเลน ป่าชายหาด หาด ที่ชายทะเล เกาะ หญ้าทะเล ปะการัง ดอนหอย พืช และสัตว์ทะเล หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง เช่น ปะการังเทียม แนวลดแรงคลื่น และการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง”

ข้อมูลลักษณะชายฝั่ง
          แนวชายฝั่งทะเลทั่วประเทศประสบปัญหาการกัดเซาะรวมระยะทางประมาณ 145.73 กิโลเมตร จังหวัดภูเก็ต อยู่ในแนวชายฝั่งทะเลด้านอันดามันที่ประสบปัญหาการกัดเซาะ ระยะทางประมาณ 1.28 กิโลเมตร (โดยในจำนวนนี้ แยกเป็นกัดเซาะน้อยประมาณ 0.63 กิโลเมตร กัดเซาะปานกลางประมาณ 0.24 กิโลเมตร และกัดเซาะรุนแรงประมาณ 0.41 กิโลเมตร) รายละเอียดการเปรียบเทียบข้อมูลการกัดเซาะของอ่าวไทย และทะเลอันดามัน
          การกัดเซาะชายฝั่งชายทะเลในอนาคตมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาวะโลกร้อน มีการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ผลการศึกษาของศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2552 สรุปว่า อัตราการเพิ่มของระดับน้ำทะเลเฉลี่ยบริเวณสถานีวัดระดับน้ำเกาะมัตโพนและอ่าวสัตหีบในช่วงปี ค.ศ.1963 - 2003 เป็น 5+2.2 มิลลิเมตร/ปี และ 6.6+1.4 มิลลิเมตร/ปี ตามลำดับ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันและรักษาพื้นที่ชายฝั่งที่เหลืออยู่ การแก้ไขฟื้นฟูชายฝั่งทะเลที่ประสบปัญหาการกัดเซาะ และพังทลาย การสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสภาพแวดล้อม ตลอดแนวชายฝั่งทะเลพร้อมกับเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ต่อคุณค่าด้านการท่องเที่ยวตามธรรมชาติ รวมทั้งสร้างกลไกการมีส่วนร่วม การบริหารจัดการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างเป็นระบบในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการพัฒนาแนวชายฝั่งทะเลให้สมบูรณ์อย่างยั่งยืน

ข้อมูลระบบหาด
          ระบบกลุ่มหาด หมายถึง “การแบ่งขอบเขตชายฝั่งเป็นหน่วยย่อย หรือเป็นเซลล์เพื่อใช้ในการจัดการชายฝั่ง โดยหลักการกำหนดขอบเขตระบบกลุ่มหาดจะพิจารณาจากลักษณะธรณีสัณฐาน ลักษณะธรณีวิทยาลักษะทางกายภาพ ได้แก่ หัวแหลม (Headland) ชายฝั่งหิน (Rocky Coast) และ ปากแม่น้ำ (Estuary)
          โดยขอบเขตชายฝั่งในหนึ่งเซลล์จะต้องมีสมดุลตะกอนของตัวเอง และไม่มีการเคลื่อนย้ายตะกอนจากกลุ่มหาดหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหาดหนึ่ง” ปัจจุบันประเทศไทยแบ่งออกเป็น 64 ระบบกลุ่มหาดและระบบกลุ่มหาดย่อย 282 กลุ่มหาด แนวชายฝั่งทะเลจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วยระบบกลุ่มหาด

การกัดเซาะในอดีตจังหวัดภูเก็ต

การกัดเซาะชายฝั่ง
          จังหวัดภูเก็ตมีขอบเขตพื้นที่การกัดเซาะชายฝั่ง ในปี พ.ศ. 2554 จำนวน 17 ตำบล 3 อำเภอ และมีจำนวนพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะ จำนวน 15 ตำบล 3 อำเภอ มีความยาวชายฝั่งรวม 205.89 กิโลเมตร โดยมีแนวชายฝั่งที่มีการกัดเซาะรุนแรง 1.56 กิโลเมตร มีอัตราการกัดเซาะประมาณ 8-10 เมตรต่อปี ส่วนพื้นที่ที่มีการกัดเซาะปานกลางรวมเนื้อที่ 4.64 กิโลเมตร รวมพื้นที่ทั้งหมดเป็น 6.20 กิโลเมตร
          จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของภาคใต้ หรือชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตลอดทั้งปี มีความยาวชายฝั่งทะเล 202.83 กิโลเมตร ประกอบด้วย 3 อำเภอ 17 ตำบล และ 100 หมู่บ้าน ตำบลที่ติดชายฝั่งทะเล 15 ตำบล 55 หมู่บ้าน ตำบลที่มีป่าชายเลน 10 ตำบล 31 หมู่บ้าน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคบริการร้อยละ 47.05 มีทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้แก่ ป่าชายเลน ปะการัง หญ้าทะเล สัตว์ทะเลหายาก สถานภาพทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเสียหายมาก สาเหตุส่วนใหญ่มาจากมนุษย์ ดังนั้นจึงได้เร่งให้มีมาตรการเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดังกล่าว ซึ่งในรายงานฉบับนี้ เน้นให้แก้ไขทรัพยากรปะการังเป็นเรื่องเร่งด่วน

การกัดเซาะชายฝั่งในอดีต
          สำหรับสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตนั้น ประสบปัญหาการกัดเซาะเป็นระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร (โดยในจำนวนนี้ แยกเป็นกัดเซาะปานกลาง ประมาณ 75 กิโลเมตร และกัดเซาะรุนแรงประมาณ 25 กิโลเมตร) นอกจากนี้บริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดภูเก็ต ยังมีผลกระทบจากสถานการณ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ได้แก่ แมงกะพรุนพิษ ปรากฎการณ์น้ำเปลี่ยนสี และคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวัง โดยปัจจัยที่เป็นสาเหตุมาจากปริมาณสารอาหาร และปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียในน้ำที่มีค่าสูงนั้น ต่างก็มีแหล่งกำเนิดจากน้ำทิ้งจากแผ่นดิน โดยพื้นที่ที่มีปัญหาส่วนมากมีคลองรวบรวมน้ำทิ้งเชื่อมต่อกับแนวชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งที่อยู่อาศัยชุมชน จึงควรมีการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน
          สำหรับสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน พบว่าจังหวัดภูเก็ต ได้มีการดำเนินการด้วยโครงสร้างรูปแบบต่างๆ และบางพื้นที่เป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตระยะทางแนวชายฝั่งประมาณ 202.83 กิโลเมตร ซึ่งลักษณะชายฝั่งแยกเป็น หาดทราย 101 กิโลเมตร หาดโคลน 6.36 กิโลเมตร หาดทรายปนโคลน 8.52 กิโลเมตร หาดหิน 83.07 กิโลเมตร และปากแม่น้ำ 3.87 กิโลเมตร
          นอกจากนี้ยังสามารถจำแนกสถานการณ์ตามแนวชายฝั่งออกเป็นพื้นที่กัดเซาะรุนแรง (>5 เมตร/ปี) 0.41 กิโลเมตร พื้นที่กัดเซาะปานกลาง (1-5 เมตร/ปี) 0.24 กิโลเมตร พื้นที่กัดเซาะน้อย (<1 เมตร/ปี) 0.63 กิโลเมตร พื้นที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว 23.48 กิโลเมตร พื้นที่สมดุล 88.72 กิโลเมตร พื้นที่สะสมมาก 0.03 กิโลเมตร พื้นที่ปากแม่น้ำ 3.87 กิโลเมตร พื้นที่หาดหิน 82.51 กิโลเมตร และพื้นที่รุกล้ำ 2.93 กิโลเมตร

แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
          จากการรวบรวมแผนงาน/โครงการ จากหน่วยงานหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558

การกัดเซาะในอดีตจังหวัดภูเก็ต

ข้อมูลลักษณะทางกายภาพจังหวัดภูเก็ต ปี 2560

ข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ปี 2560

โครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2560

แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2565

ข้อมูล : กองบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง
วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2561