สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จ.นราธิวาส

          ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มาตรา 3 กำหนดให้ “ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง”คือ สิ่งที่มีอยู่ หรือเกิดขึ้นตามธรรมชาติในบริเวณทะเลและชายฝั่ง รวมถึงพรุชายฝั่ง พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง คลอง คูแพรก ทะเลสาบ และบริเวณพื้นที่ปากแม่น้ำที่มี พื้นที่ติดต่อกับทะเลหรืออิทธิพลของน้ำทะเลเข้าถึง เช่น ป่าชายเลน ป่าชายหาด หาด ที่ชายทะเล เกาะ หญ้าทะเล ปะการัง ดอนหอย พืช และสัตว์ทะเล หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง เช่น ปะการังเทียมแนวลดแรงคลื่น และการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง
ข้อมูลลักษณะชายฝั่ง
          เป็นจังหวัดใต้สุดของประเทศไทยทางฝั่งทะเลอ่าวไทย ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลตะวันออกของแหลมมลายู มีความยาวชายฝั่งยาวประมาณ 57.02 กิโลเมตร พื้นที่ชายฝั่งทะเลทอดแนวในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่ตำบลโคกเคียน อำเมืองนราธิวาส ถึงตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบติดกับชายฝั่งรัฐกลันตันของมาเลเซีย ใช้กึ่งกลางแม่น้ำโกลกเป็นเส้นเขตแดน บริเวณปากแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลที่บ้านตาบา ทางฝั่งไทยมีลักษณะเป็นตลิ่งโค้งนูน (Point bar) ส่วนฝั่งมาเลเซียที่อยู่ตรงข้ามมีลักษณะโค้งเว้าไปตามลำน้ำ พื้นที่ชายฝั่งที่เกิดขึ้นจากน้ำทะเลในอดีตของจังหวัดนราธิวาสแผ่เป็นบริเวณกว้าง ขอบเขตน้ำทะเลในอดีตที่ให้พื้นที่ชายฝั่งอยู่ห่างจากแนวชายทะเลปัจจุบันตั้งแต่ 20-25 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่เหล่านี้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและแหล่งประกอบอาชีพของประชาชนมาเป็นเวลานาน
          ลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งของจังหวัดนราธิวาสวิวัฒนาการขึ้นมาเป็นระบบที่สวยงามเห็นได้เด่นชัดประกอบด้วยพรุ หาดทราย ที่ราบน้ำขึ้นถึง และลากูน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หาดทรายและลากูนทั้งเก่าและใหม่ เป็นภูมิลักษณ์ที่โดดเด่น ส่วนมากจะเกิดสลับกันและขนานกับแนวชายทะเลปัจจุบัน โดยทอดแนวในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ ลากูนที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ ลากูนของแม่น้ำบางนรา และแม่น้ำตากใบ ซึ่งไหลตัดแนวหาดทรายเดิม แล้วไหลลงสู่ลากูนขนานกับแนวหาดทรายปัจจุบันที่ปิดกั้นอยู่ด้านนอกก่อนลงสู่ทะเลนอกจากนั้นพื้นที่พรุซึ่งมีสภาพแวดล้อมค่อนข้างสงบนิ่ง เป็นที่ลุ่มต่ำชายฝั่งทะเล มีลักษณะเป็นแอ่ง มีน้ำแช่ขัง และมีพรรณไม้ป่าพรุขึ้นปกคลุมพื้นที่ เช่น พรุบาเจาะ พรุโต๊ะแดง อยู่ในเขต สุไหงปาดี สุไหกงโกลก ตากใบ และบางส่วนของอำเภอเมือง คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 216,900 ไร่ จัดเป็นพื้นที่พรุเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ ยังคงอยู่ในสภาพธรรมชาติมากที่สุด
ข้อมูลระบบหาด
          ระบบกลุ่มหาด หมายถึง “การแบ่งขอบเขตชายฝั่งเป็นหน่วยย่อย หรือเป็นเซลล์เพื่อใช้ ในการจัดการชายฝั่ง โดยหลักการกำหนดขอบเขตระบบกลุ่มหาดจะพิจารณาจากลักษณะธรณีสัณฐาน ลักษณะธรณีวิทยาลักษะทางกายภาพ ได้แก่ หัวแหลม (Headland) ชายฝั่งหิน (Rocky Coast) และ ปากแม่น้ำ (Estuary) 
          โดยขอบเขตชายฝั่งในหนึ่งเซลล์จะต้องมีสมดุลตะกอนของตัวเอง และไม่มีการเคลื่อนย้ายตะกอนจาก กลุ่มหาดหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหาดหนึ่ง ปัจจุบันประเทศไทยแบ่งออกเป็น 64 ระบบกลุ่มหาดและระบบกลุ่มหาดย่อย 282 กลุ่มหาด
          จากข้อมูลการแบ่งระบบกลุ่มหาด (Littoral cell) โดยพิจารณาข้อมูลจากลักษณะธรณีสัณฐาน ลักษณะธรณีวิทยาลักษะทางกายภาพ ได้แก่ หัวแหลม (Headland) ชายฝั่งหิน (Rocky Coast) และ ปากแม่น้ำ (Estuary) โดยขอบเขตชายฝั่งในหนึ่งเซลล์จะต้องมีสมดุลตะกอนของตัวเอง และไม่มีการเคลื่อนย้ายตะกอนจากกลุ่มหาดหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหาดหนึ่ง พบว่าจังหวัดนราธิวาส ตั้งอยู่ในระบบกลุ่มหาดพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง โดยประกอบด้วยระบบกลุ่มหาด S13 (ต่อเนื่องกับจังหวัดปัตตานี)

ข้อมูลระบบกลุ่มหาดจังหวัดนราธิวาสปี พ.ศ. 2560
สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง
          สภาพชายฝั่งทะเลของจังหวัดนราธิวาสมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งในรูปแบบของการกัดเซาะและทับถมของตะกอนชายฝั่ง สาเหตุเนื่องมาจากอิทธิพลของกระบวนการทางชายฝั่ง (Coastal Process) ได้แก่ คลื่นลมในฤดูมรสุม จากอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงมีนาคม ซึ่งเป็นลมมรสุมที่พัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือเข้ามาปะทะภาคใต้ฝั่งตะวันออก ทำให้สภาพคลื่นลมในทะเล มีความสูงและรุนแรง เมื่อคลื่นเคลื่อนที่เข้าหาฝั่งมีการพาตะกอนทรายจากแนวชายฝั่งออกไป ทับถมเป็นสันดอนนอกชายฝั่ง ทำให้เกิดการกัดเซาะหรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น อิทธิพลน้ำขึ้น-น้ำลงของปากแม่น้ำ ความรุนแรงของกระแสน้ำ ส่งผลต่อความรุนแรงของการกัดเซาะในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ส่วนปัจจัยด้านอื่นที่เกิดสาเหตุจากมนุษย์ ได้แก่ การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างบริเวณชายฝั่งทะเลกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้ดินเสียโครงสร้าง เมื่อเกิดคลื่นขนาดใหญ่เข้ามากระทบชายฝั่งจึงเกิดการกัดเซาะได้ง่าย และการพัฒนาพื้นที่สำหรับการท่องเที่ยว เป็นต้น โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเลก่อให้เกิดผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และนิเวศวิทยา
สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในอดีต
          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ติดตามสภาวะการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งจังหวัดนราธิวาสในช่วงปี พ.ศ.2495-2551 พบว่า พื้นที่ชายฝั่งทะเลประสบปัญหากัดเซาะชายฝั่ง จำนวน 2 อำเภอ รวม 6ตำบล ระยะทางที่ถูกกัดเซาะรวม 43,987.82 เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 76.15 ของความยาวชายฝั่งทั้งหมด (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2555) 
จากโครงการศึกษา สำรวจ และวิเคราะห์การกัดเซาะชายฝั่งทะเลของประเทศไทยร่วมกับการศึกษาการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งทะเลโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมปี พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2555 สามารถสรุปพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะแนวชายฝั่งดังนี้ ผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งครอบคลุม 6 ตำบล รวมระยะทาง 26.04 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นการกัดเซาะระดับปานกลาง (1-5 เมตร/ปี) มีพื้นที่มีปัญหาการ กัดเซาะรุนแรง (มากกว่า 5 เมตร/ปี) ที่บ้านโคกพยอม-หาดนราทัศน์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาสพื้นที่ ที่ถูกกัดเซาะดังกล่าว ทั้ง 6ตำบล บางจุดมีระดับการกัดเซาะรุนแรง และปานกลาง มีระยะทาง 28.03 และ 15.96 กิโลเมตร ตามลำดับ และจากข้อมูลปี 2559 

ข้อมูลกัดเซาะจังหวัดนราธิวาสในอดีต

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในปัจจุบัน
          จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลของกองบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง ร่วมกับสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 (จ.ปัตตานี) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 พบว่าชายฝั่งจังหวัดนราธิวาส มีระยะทางแนวชายฝั่งยาวประมาณ 57.02 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นหาดทรายคิดเป็นระยะทางประมาณ 54.43 กิโลเมตร และปากแม่น้ำคิดเป็นระยะทางประมาณ 1.02 กิโลเมตร
          นอกจากนี้ยังสามารถจำแนกสถานการณ์ตามแนวชายฝั่งออกเป็นพื้นที่กัดเซาะรุนแรง (มากกว่า 5 เมตร/ปี) คิดเป็นระยะทางประมาณ 0.82 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ตำบลโคกเคียน และตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาสพื้นที่กัดเซาะน้อย (น้อยกว่า 1 เมตร/ปี) คิดเป็นระยะทางประมาณ 3.75 กิโลเมตร ในพื้นที่ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส พื้นที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้วคิดเป็นระยะทางประมาณ 27.31 กิโลเมตร พื้นที่สมดุลคิดเป็นระยะทางประมาณ 20.83 กิโลเมตร พื้นที่สะสมมากคิดเป็นระยะทางประมาณ 1.69 กิโลเมตร พื้นที่หัวหาดคิดเป็นระยะทางประมาณ 1.57 กิโลเมตร และพื้นที่ปากแม่น้ำคิดเป็นระยะทางประมาณ 1.02 กิโลเมตร

แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
          ในการสำรวจการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้โครงสร้างพบว่ามีการก่อสร้างโครงสร้าง ที่ติดชายฝั่งพบการโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะแบบแข็ง คือ กำแพงกันคลื่น (seawall) ใช้ในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว - เขาตันหยง ในพื้นที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์และในพื้นที่ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส โครงสร้างเขื่อนป้องกันคลื่นนอกชายฝั่งใช้ในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่หาดนราทัศน์ ตำบลบางนาคอำเภอเมืองนราธิวาสโครงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่น ใช้ในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่ร่องน้ำนราธิวาส ตำบลบางนาคอำเภอเมืองนราธิวาส และที่หาดน้ำแบ่ง - ปากคลองโกลกในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลไพรวัน ตำบลศาลาใหม่ ตำบลเจ๊ะเหและโครงสร้างรอดักทรายในพื้นที่หาดน้ำแบ่ง - ปากคลองโกลก พื้นที่ตำบลไพรวัน และตำบลเจ๊ะเห ของอำเภอตากใบ ซึ่งโครงการต่างๆ ดำเนินการก่อสร้างโดยภาครัฐส่วนกลาง และองค์กรส่วนท้องถิ่น
          จากการรวบรวมแผนงาน/โครงการ จากหน่วยงานต่างๆอาทิเช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 

ข้อมูลลักษณะทางกายภาพจังหวัดนราธิวาสปี พ.ศ. 2560


ข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดนราธิวาส ปี พ.ศ.2560


ผลการสำรวจโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดนราธิวาส ปี พ.ศ. 2560


แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2565

-


ลักษณะหาดทรายบ้านโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

สรุปสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดนราธิวาส
          จังหวัดนราธิวาสมีระยะทางแนวชายฝั่งยาวประมาณ 57.02 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ 6 ตำบลโดยพื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่เป็นหาดทรายคิดเป็นระยะทางประมาณ 54.43 กิโลเมตร และปากแม่น้ำ คิดเป็นระยะทางประมาณ 1.02 กิโลเมตร เนื่องจากสภาพพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดนราธิวาสเป็นพื้นที่โล่ง จึงประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะมาโดยตลอด และเมื่อถึงฤดูมรสุมกระแสคลื่นลมแรง ส่งผลให้การกัดเซาะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นโดยสามารถจำแนกสถานการณ์ตามแนวชายฝั่งออกเป็นพื้นที่กัดเซาะรุนแรง (มากกว่า 5 เมตร/ปี) คิดเป็นระยะทางประมาณ 0.82 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ตำบลโคกเคียน และตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาสพื้นที่กัดเซาะน้อย (น้อยกว่า 1 เมตร/ปี) คิดเป็นระยะทางประมาณ 3.75 กิโลเมตร ในพื้นที่ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส พื้นที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้วคิดเป็นระยะทางประมาณ 27.31 กิโลเมตร พื้นที่สมดุลคิดเป็นระยะทางประมาณ 20.85 กิโลเมตร พื้นที่สะสมมากคิดเป็นระยะทางประมาณ 1.69 กิโลเมตร พื้นที่หัวหาดคิดเป็นระยะทางประมาณ 1.57 กิโลเมตร และพื้นที่ปากแม่น้ำคิดเป็นระยะทางประมาณ 1.02 กิโลเมตร

ข้อมูล : กองบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง
วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2561