สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์

          ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มาตรา 3 กำหนดให้“ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง” คือ สิ่งที่มีอยู่หรือเกิดขึ้นตามธรรมชาติในบริเวณทะเลและชายฝั่ง รวมถึงพรุชายฝั่ง พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง คลอง คูแพรก ทะเลสาบ และบริเวณพื้นที่ปากแม่น้ำที่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเลหรืออิทธิพลของน้ำทะเลเข้าถึง เช่น ป่าชายเลน ป่าชายหาด หาด ที่ชายทะเล เกาะ หญ้าทะเล ปะการัง ดอนหอย พืช และสัตว์ทะเล หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง เช่น ปะการังเทียม แนวลดแรงคลื่น และการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง

ข้อมูลลักษณะชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
          ชายฝั่งทะเลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอ 21ตำบล ได้แก่ อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี อำเภอกุยบุรี อำเภอสามร้อยยอด อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย

ข้อมูลระบบหาด
          ระบบกลุ่มหาด หมายถึง “การแบ่งขอบเขตชายฝั่งเป็นหน่วยย่อย หรือเป็นเซลล์เพื่อใช้ในการจัดการชายฝั่ง โดยหลักการกำหนดขอบเขตระบบกลุ่มหาดจะพิจารณาจากลักษณะธรณีสัณฐาน ลักษณะธรณีวิทยาลักษณะทางกายภาพ ได้แก่ หัวแหลม (Headland) ชายฝั่งหิน (Rocky Coast) และ ปากแม่น้ำ (Estuary) โดยขอบเขตชายฝั่งในหนึ่งเซลล์จะต้องมีสมดุลตะกอนของตัวเอง และไม่มีการเคลื่อนย้ายตะกอนจากกลุ่มหาดหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหาดหนึ่ง” ปัจจุบันประเทศไทยแบ่งออกเป็น 64 ระบบกลุ่มหาด และระบบกลุ่มหาดย่อย 282 กลุ่มหาด
          สำหรับแนวชายฝั่งทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ในระบบกลุ่มหาดในประเทศไทยพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนล่าง ได้แก่ระบบกลุ่มหาด S1-S5

ข้อมูลระบบกลุ่มหาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

การกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
          การกัดเซาะชายฝั่ง หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของตะกอนบริเวณชายฝั่งที่ถูกพัดพาออกไปจากตำแหน่งเดิมโดยตัวกลาง เช่น กระแสคลื่น กระแสลม น้ำขึ้นน้ำลง หรือภัยธรรมชาติที่ทำให้ตัวกลางเหล่านี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ นอกจากนี้การกัดเซาะอาจเกิดปริมาณตะกอนในแม่น้ำที่ไหลออกสู่ทะเลลดลง ทำให้ระบบหมุนเวียนของตะกอนไม่อยู่ในสภาวะสมดุลจึงส่งผลให้มีการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในอดีต
          จากผลการศึกษาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2559 การกัดเซาะชายฝั่งทะเลมีความยาวรวม 78.12 กิโลเมตร แยกเป็นการกัดเซาะรุนแรงปานกลาง (1-5 เมตร ต่อปี) ความยาว 76.19 กิโลเมตร และการกัดเซาะรุนแรง (มากกว่า 5 เมตรต่อปี) ความยาว 1.93 กิโลเมตร กระจายอยู่ในตำบลต่างๆ รวม 18 ตำบล เรียงตามระดับความรุนแรง และสำคัญโดยใช้ปัจจัยการจัดลำดับความสำคัญ 5 ปัจจัย ได้แก่ การใช้ที่ดิน และสิ่งแวดล้อม มูลค่าความเสียหาย เศรษฐกิจสังคม และการมีส่วนร่วม อัตราเฉลี่ยการกัดเซาะ ดังนี้

การกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          ในปี พ.ศ. 2554 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ศึกษา และรวบรวมข้อมูลแนวชายฝั่งในรูปแบบ GIS จากผลการศึกษาต่างๆที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495–2551 และจัดทำข้อมูลภูมิสารสนเทศ ผลการศึกษาสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งประเทศไทยของฝั่งอ่าวไทย และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้
          ในปี พ.ศ. 2558 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจัดทำข้อมูลภูมิสารสนเทศ และศึกษาการกัดเซาะชายฝั่งผ่านระบบหาด (Littoral cell) ผลการศึกษาสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งประเทศไทยของ ฝั่งอ่าวไทย และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้
          ในรายงานการศึกษาพื้นที่ตั้งแต่ปากน้ำปราณ ถึงแหลมตะลุมพุก (2556) พบว่า พื้นที่การกัดเซาะ ระดับวิกฤติที่ตำบลคลองวาฬ เกิดภายหลังจากสร้างท่าเรือในปี พ.ศ. 2550 ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งด้านเหนือของสะพานเชื่อมต่อท่าเรือ พื้นที่ระดับวิกฤติที่ตำบลทับสะแกมีท่าเรือโรงงานต่อเรือทำให้ขวางกั้นการทับถมของทรายที่ด้านเหนือเกิดการกัดเซาะ โดยปัจจุบันมีการรื้อถอนท่าเรือดังกล่าวออกไปแล้วพบว่า มีการกัดเซาะลดลง และมีแนวโน้มว่าชายหาดจะกลับเข้าสู่สมดุล

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน
          สำหรับสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน พบว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการดำเนินการด้วยโครงสร้างรูปแบบต่างๆ และบางพื้นที่เป็นพื้นที่ๆ มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะทางแนวชายฝั่งประมาณ 246.83  กิโลเมตร ประกอบด้วย หาดทรายยาว 178.27 กิโลเมตร หาดทรายปนโคลนยาว 8.86 กิโลเมตร หาดโคลน 1.85 กิโลเมตร หาดหินยาว0.89 กิโลเมตร หัวหาด 55.13 กิโลเมตร และชายฝั่งที่เป็นปากแม่น้ำยาว 1.83 กิโลเมตร
          นอกจากนี้ยังสามารถจำแนกสถานการณ์ตามแนวชายฝั่งออกเป็นพื้นที่กัดเซาะรุนแรง (› 5 เมตร/ปี) 0.5๕ กิโลเมตร พื้นที่กัดเซาะปานกลาง (1-5 เมตร/ปี) 0.22 กิโลเมตร พื้นที่กัดเซาะน้อย (‹ 1 เมตร/ปี) 3.72 กิโลเมตร พื้นที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว 50.72 กิโลเมตร พื้นที่สมดุล 132.22 กิโลเมตร พื้นที่สะสมมาก 1.16 กิโลเมตร พื้นที่สะสมน้อย 0.52 กิโลเมตร พื้นที่หัวหาด 55.13 กิโลเมตร พื้นที่ปากแม่น้ำ 1.83 กิโลเมตร พื้นที่หาดหิน 0.89 กิโลเมตร และพื้นที่รุกล้ำ 0.76 กิโลเมตร

แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
          จากการรวบรวมแผนงาน/โครงการ จากหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อนำมาประกอบการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในช่วงปี พ.ศ. 2561-2565 มีรายละเอียด

 

ข้อมูลลักษณะทางกายภาพจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ปี พ.ศ. 2560


ข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี พ.ศ. 2560


ข้อมูลโครงสร้างชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ปี พ.ศ. 2560


แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2565 


การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหมู่ที่ 1 บ้านคลองวาฬ/ หมู่ที่ 4 บ้านหว้าโทน ต.คลองวาฬ
อ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางประมาณ 4.05 กิโลเมตร

สรุปสถานการณ์การชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
          พื้นที่กัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากผลการสำรวจพบว่า มีแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง ครอบคลุม 6 ตำบล ได้แก่ ตำบลปากน้ำปราณอำเภอปราณบุรีตำบลสามร้อยยอดอำเภอสามร้อยยอด ตำบลเขาแดง ตำบลกุยเหนือ อำเภอกุยบุรี ตำบลบ่อนอก และตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์รวมระยะทาง 4.49กิโลเมตร แบ่งเป็น มีอัตราการกัดเซาะอยู่ในระดับน้อย (0-1 เมตรต่อปี) ระยะทาง 3.72 กิโลเมตร อัตราการกัดเซาะอยู่ในระดับปานกลาง (1-5 เมตรต่อปี) ระยะทาง 0.22 กิโลเมตร และอัตราการกัดเซาะอยู่ในระดับรุนแรง (มากกว่า5 เมตรต่อปี) ระยะทาง 0.55 กิโลเมตร

ข้อมูล : กองบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง
วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2561