สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จ.ฉะเชิงเทรา

          ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปจังหวัดฉะเชิงเทรา มีลักษณะเป็นที่ราบชายฝั่งทะเลทางด้านตะวันตกเฉียงใต้สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 2 เมตร และมีที่ดินบางส่วนโดยเฉพาะในเขตอำเภอสนามชัยเขตและอำเภอท่าตะเกียบ ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นที่ดอนซึ่งบริเวณที่อยู่ถัดเข้าไปในพื้นที่แผ่นดินด้านตะวันออกเฉียงเหนือมีสภาพพื้นที่ราบซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำ พื้นที่จะค่อยๆ ลาดสูงขึ้นไปทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ โดยที่ประมาณครึ่งหนึ่งของจังหวัดจะมีสภาพเป็นลูกคลื่นและสูงชัน เป็นพื้นที่ภูเขา ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอพนมสารคามและอำเภอสนามชัยเขตมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 30 - 80 เมตร จังหวัดฉะเชิงเทรามีแม่น้ำบางปะกงไหลผ่านพื้นที่อำเภอต่างๆ คือ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางคล้า อำเภอเมือง อำเภอบ้านโพธิ์ และออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอบางปะกง รวมความยาวชายฝั่งทะเลประมาณ 16.56 กิโลเมตร
          ชายฝั่งทะเลจังหวัดฉะเชิงเทราเริ่มตั้งแต่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำบางปะกง บริเวณบ้านคลองตำหรุไปทางด้านตะวันตกถึงคลองสีล้ง โดยแนวชายฝั่งทะเลทั้งหมดของจังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอบางปะกง ธรณีสัณฐานชายฝั่งทะเลทั้งหมดมีลักษณะเป็นที่ราบน้ำขึ้นถึงป่าชายเลน (Intertidal flat) มีลักษณะเป็นหาดเลนหรือหาดโคลน ที่มีป่าชายเลนขึ้นปกคลุมที่ราบน้ำขึ้นถึง โดยมีสภาพแวดล้อมค่อนข้างสงบ โดยมีอิทธิพลของน้ำขึ้น-น้ำลง (Tide) เป็นตัวกลางหลักที่ทำให้เกิดการสะสมตัวของตะกอนเกิดเป็นที่ราบ ซึ่งตะกอนที่พบในบริเวณที่ราบน้ำขึ้นถึง ประกอบด้วย ตะกอนทะเล (Marine clay) สีเทาเขียว มีทรายแป้งและทรายละเอียดอยู่แทรกสลับกับซากพืชและหอย มีคลองสายเล็กๆไหลจากที่ราบภาคกลางลงสู่ทะเลอ่าวไทย เช่น คลองสีล้ง คลองก้นบึง คลองตาเอี่ยม เป็นต้น ตะกอนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการสะสมตัวของน้ำทะเล และการกระทำของแม่น้ำบางปะกงที่ไหลท่วมพื้นที่ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ข้อมูลลักษณะชายฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา
          จากการสำรวจภาคสนามบริเวณพื้นที่แนวชายฝั่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558 พบว่าพื้นที่ชายฝั่งมีลักษณะเป็นหาดโคลนมีพื้นที่ป่าชายเลน และถัดเข้าไปเป็นนากุ้งมีชุมชนหนาแน่นตามปากแม่น้ำประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพประมงเป็นหลักระบบนิเวศป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์โครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่ก่อสร้างโดยกรมเจ้าท่า คือ เขื่อนป้องกันคลื่นนอกชายฝั่ง (Offshore breakwater) ซึ่งปรากฏต่อเนื่องตามแนวชายฝั่งจากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ให้ข้อมูลว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ในอดีตมีการกัดเซาะรุนแรงแม้ว่ามีการนำหินมาเรียงถมไว้เพื่อรักษาสภาพชายฝั่งก็ตามแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการกัดเซาะได้ ต่อมามีการสร้างโครงสร้างไส้กรอกทราย แต่ไม่ได้ผลเนื่องจากโครงสร้างเกิดการชำรุด จึงเปลี่ยนเป็นโครงสร้างเขื่อนป้องกันคลื่นนอกชายฝั่งซึ่งมีประสิทธิภาพกว่า โครงสร้างในอดีตเห็นได้ชัดจากพื้นที่ในปัจจุบันมีตะกอนสะสมตัวเพิ่มขึ้น

ข้อมูลระบบกลุ่มหาด
          ระบบกลุ่มหาด หมายถึง “การแบ่งขอบเขตชายฝั่งเป็นหน่วยย่อย หรือเป็นเซลล์เพื่อใช้ในการจัดการชายฝั่ง โดยหลักการกำหนดขอบเขตระบบกลุ่มหาดจะพิจารณาจากลักษณะธรณีสัณฐาน ลักษณะธรณีวิทยาลักษะทางกายภาพ ได้แก่ หัวแหลม (Headland) ชายฝั่งหิน (Rocky Coast) และ ปากแม่น้ำ (Estuary) โดยขอบเขตชายฝั่งในหนึ่งเซลล์จะต้องมีสมดุลตะกอนของตัวเอง และไม่มีการเคลื่อนย้ายตะกอนจากกลุ่มหาดหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหาดหนึ่ง” ปัจจุบันประเทศไทยแบ่งออกเป็น 64 ระบบกลุ่มหาด และระบบกลุ่มหาดย่อย 282 สำหรับแนวชายฝั่งทะเลจังหวัดฉะเชิงเทราตั้งอยู่ในระบบกลุ่มหาดอ่าวไทยตอนบน (U)  ซึ่งกลุ่มหาดอ่าวไทยตอนบนประกอบไปด้วยจังหวัดฉะเชิงเทราสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และกรุงเทพมหานคร มีทั้งหมด 1 กลุ่มหาด (ซึ่งต่อเนื่องกับจังหวัดฉะเชิงเทรา)

ข้อมูลระบบกลุ่มหาดจังหวัดฉะเชิงเทรา

สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา (State)
          การกัดเซาะชายฝั่ง หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของตะกอนบริเวณชายฝั่งที่ถูกพัดพาออกไปจากตำแหน่งเดิมโดยตัวกลางๆ เช่น กระแสคลื่น กระแสลม น้ำขึ้นน้ำลง หรือภัยธรรมชาติที่ทำให้ตัวกลางเหล่านี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ นอกจากนี้การกัดเซาะอาจเกิดปริมาณตะกอนในแม่น้ำที่ไหลออกสู่ทะเลลดลง ทำให้ระบบหมุนเวียนของตะกอนไม่อยู่ในสภาวะสมดุลจึงส่งผลให้มีการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น
          สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในอดีต จากการศึกษาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ร่วมกับการดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยหน่วยงานต่างๆ โดยสามารถสรุปสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งที่ผ่านมาของจังหวัดฉะเชิงเทราได้ ดังนี้ สถานภาพและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง พ.ศ. 2550 และ 2555 พบว่าชายฝั่งทะเลจังหวัดฉะเชิงเทรา กัดเซาะเป็นระยะทางประมาณ 9.24 กิโลเมตร มีแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง ครอบคลุม 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลสองคลอง และตำบลบางปะกง โดยมีอัตรากัดเซาะส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ในการสำรวจการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งฉะเชิงเทรา โดยใช้โครงสร้างป้องกันการกัดเซาะ พบว่ามีการก่อสร้างโครงสร้างที่ติดชายฝั่ง ส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น ที่ดำเนินการโดยภาครัฐ ซึ่งก่อสร้างในระยะเวลาต่างๆ กัน ตามแต่งบประมาณประจำปีนั้นๆ และข้อมูลการกัดเซาะปี 2559 จังหวัดฉะเชิงเทราสามารถแสดงรายละเอียด

ข้อมูลการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน
          สำหรับสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน พบว่าจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีการดำเนินการด้วยโครงสร้างรูปแบบต่างๆ และบางพื้นที่เป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันชายฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา มีระยะทางแนวชายฝั่งประมาณ 16.56 กิโลเมตร ซึ่งลักษณะชายฝั่งแยกเป็น หาดโคลน ระยะทางประมาณ 15.81 กิโลเมตร และปากแม่น้ำ ระยะทางประมาณ 0.744กิโลเมตร
นอกจากนี้ยังสามารถจำแนกสถานการณ์ตามแนวชายฝั่งออกเป็น พื้นที่กัดเซาะรุนแรง (มากกว่า 5 เมตร/ปี) ประมาณ 0.01 กิโลเมตร พื้นที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว ประมาณ 11.50 กิโลเมตร พื้นที่สมดุล ประมาณ 1.84 กิโลเมตร พื้นที่สะสมมาก ประมาณ 2.46 กิโลเมตร และพื้นที่ปากแม่น้ำ ประมาณ 0.74 กิโลเมตร

แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
          จากการรวบรวมแผนงาน/โครงการ จากหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อนำมาประกอบการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดกรุงเทพมหานครในช่วงปีพ.ศ. 2561-2565

สรุปสถานการณ์การชายฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา
          พื้นที่กัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา จากผลการสำรวจพบว่า มีแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง ครอบคลุม 1 ตำบล ได้แก่ ตำบลบางปะกง อำเภอเมืองบางปะกง รวมระยะทาง 0.01 กิโลเมตร มีอัตราการกัดเซาะอยู่ในระดับรุนแรง (มากกว่า 5 เมตรต่อปี)

ข้อมูลลักษณะทางกายภาพจังหวัดฉะเชิงเทรา (ปี พ.ศ. 2560)


ข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ปี 2560


โครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา


สภาพพื้นที่ชายฝั่งบริเวณ CE 3 ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา


แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2565

สาเหตุที่มีผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา (Pressure)
          กรณีแนวชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะระดับวิกฤตจำนวน 1 แห่ง คือ บริเวณ CE3 ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง ระยะทางประมาณ 7.40 กิโลเมตร
          1. การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง (สิ่งก่อสร้างบริเวณชายฝั่ง และในทะเล)
          2. การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
          3. การเปลี่ยนแปลงทิศทางของคลื่นที่เข้ากระทบพื้นที่ชายฝั่ง ปัจจัยทางธรรมชาติ (ลักษณะทางภายภาพของชายฝั่ง คลื่น ลม กระแสน้ำชายฝั่ง น้ำขึ้นน้ำลง) ความรุนแรงของกระแสคลื่นกระทบพื้นที่ชายฝั่ง
          4. การเปลี่ยนแปลงสภาพป่าชายเลน เช่น แปลงสภาพเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา (Response)
          1. ตรวจสอบตะกอนเลนด้านหลังโครงสร้าง
          2. ศึกษาวิจัยเพื่อหาแนวทางการเติมตะกอนที่ขาดหายไป
          3. ลดความรุนแรงของกระแสคลื่นกระทบพื้นที่ชายฝั่ง โดยใช้โครงสร้างสลายพลังคลื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ใช้ไม้ไผ่ปัก เขื่อนหินทิ้ง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อคลื่นในฤดูมรสุมน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ รวมทั้งต่อเติมโครงสร้างสลายพลังงานคลื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่ ให้เต็มพื้นที่กัดเซาะชายฝั่ง
          4. ดำเนินการศึกษาวิจัย ร่วมกับชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ที่เหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ใกล้เคียง
          5. บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง เพื่อป้องกันการบุกรุกทำลายป่าชายเลน
          6. บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตาม พรบ.ส่งเสริมฯ
          7. ส่งเสริมให้มีการทดแทนป่าชายเลนโดยธรรมชาติ และรณรงค์ปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ชายฝั่งที่มีดินเลนงอก
          8. ให้ความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          9. ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และอนุรักษ์ให้มีใช้อย่างยั่งยืน
          10. ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ
          11. ติดตามการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางกายภาพของชายฝั่ง คลื่น กระแสน้ำชายฝั่ง กระแสลม น้ำขึ้นน้ำลง

ข้อมูล : กองบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง
วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2561