สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จ.ชลบุรี

          จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ประมาณ 4,363 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสลับเนินเขา และที่ราบชายฝั่งทะเล ชายฝั่งด้านเหนือเป็นที่ราบเหมาะกับการเพาะปลูก ด้านตะวันออกและด้านใต้เป็นพื้นที่ลุ่มดอน จังหวัดชลบุรีถูกจัดให้เป็นพื้นที่หลักของแผนพัฒนาอุตสาหกรรม พื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง บ่อวิน และบางปะกง นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย คือ หาดพัทยา และหาดบางแสน ชายฝั่งทะเลจังหวัดชลบุรีวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ มีความยาวชายฝั่งประมาณ 170.17 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่อำเภอเมืองชลบุรี ลงไปทางทิศใต้ ในเขตอำเภอศรีราชา บางละมุง เทศบาลเมืองพัทยา และสิ้นสุดที่บริเวณสัตหีบ จังหวัดชลบุรีมีลำน้ำคลองหลวงยาวประมาณ 130 กิโลเมตร ซึ่งมีต้นกำเนิดในอำเภอบ่อทองและอำเภอบ้านบึง ไหลผ่านอำเภอพนัสนิคม มาบรรจบบริเวณคลองพานทองก่อนไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกง
          สภาพชายฝั่งทะเลของจังหวัดชลบุรีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป โดยบางพื้นที่อาจเป็นการกัดเซาะชายฝั่งทะเล หรือบางแห่งอาจเป็นการทับถมของตะกอน ทั้งนี้มีสาเหตุเกิดจากธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์เอง เช่น ลมมรสุม กระแสน้ำ ลักษณะทางกายภาพของชายฝั่ง การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างบริเวณชายฝั่งทะเล การพัฒนาพื้นที่สำหรับการท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเล ได้ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และนิเวศวิทยา จากรายงานการศึกษาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในปี พ.ศ. 2554 สามารถตรวจวัดสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งทะเลในพื้นที่จังหวัดชลบุรีนั้น มีแนวชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะระยะทาง 25.14 กิโลเมตร โดยมีอัตราการกัดเซาะปานกลาง หรือมีอัตราการกัดเซาะ 1-5 เมตรต่อปี

ข้อมูลลักษณะชายฝั่งจังหวัดชลบุรี
          ลักษณะธรณีสัณฐานของจังหวัดชลบุรี ส่วนใหญ่เป็นที่ลาดดอนคลื่น เป็นแนวเอียงเทจากเทือกเขาด้านตะวันออก ไปสู่ชายทะเลด้านตะวันตก ทางน้ำส่วนใหญ่เป็นทางน้ำรูปแบบกิ่งไม้สายสั้นๆ และมีน้ำไหลไม่ตลอดปี ทำให้เกิดลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งทะเลแบบชายหาดสันดอนและลากูน (Beach barriers and lagoon) สลับกับชายฝั่งหน้าผา (Cliff coast) เป็นส่วนใหญ่ บริเวณตอนเหนือของอำเภอเมืองชลบุรี เป็นที่ราบน้ำขึ้นถึงป่าชายเลน ต่อเนื่องกับแม่น้ำบางปะกง ซึ่งพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงมีตะกอนดินสะสมตัว ทำให้เกิดที่ราบลุ่ม เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม ส่วนตอนกลางและด้านตะวันออกของจังหวัด ตั้งแต่อำเภอเมืองชลบุรี บ้านบึง ศรีราชา หนองใหญ่ และบ่อทอง ส่วนบริเวณที่ไหลผ่านอำเภอศรีราชานั้น เป็นต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำบางพระ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคหลักแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี (สิน สินสกุลและคณะ, 2545)

ข้อมูลระบบหาด
          ระบบกลุ่มหาด หมายถึง “การแบ่งขอบเขตชายฝั่งเป็นหน่วยย่อย หรือเป็นเซลล์เพื่อใช้ในการจัดการชายฝั่ง โดยหลักการกำหนดขอบเขตระบบกลุ่มหาดจะพิจารณาจากลักษณะธรณีสัณฐาน ลักษณะธรณีวิทยาลักษะทางกายภาพ ได้แก่ หัวแหลม (Headland) ชายฝั่งหิน (Rocky Coast) และ ปากแม่น้ำ (Estuary) โดยขอบเขตชายฝั่งในหนึ่งเซลล์จะต้องมีสมดุลตะกอนของตัวเอง และไม่มีการเคลื่อนย้ายตะกอนจากกลุ่มหาดหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหาดหนึ่ง” ปัจจุบันประเทศไทยแบ่งออกเป็น 64 ระบบกลุ่มหาดและระบบกลุ่มหาดย่อย 282 สำหรับแนวชายฝั่งทะเลจังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในระบบกลุ่มหาดชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยประกอบด้วยระบบกลุ่มหาด E5 E6 E7 E8 E9 และ U (ซึ่งต่อเนื่องกับจังหวัดฉะเชิงเทรา)

ข้อมูลระบบกลุ่มหาดจังหวัดชลบุรี

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่ง (State)
ข้อมูลสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่ง
          การกัดเซาะชายฝั่ง หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของตะกอนบริเวณชายฝั่งที่ถูกพัดพาออกไปจากตำแหน่งเดิมโดยตัวกลางๆ เช่น กระแสคลื่น กระแสลม น้ำขึ้นน้ำลง หรือภัยธรรมชาติที่ทำให้ตัวกลางเหล่านี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ นอกจากนี้การกัดเซาะอาจเกิดปริมาณตะกอนในแม่น้ำที่ไหลออกสู่ทะเลลดลง ทำให้ระบบหมุนเวียนของตะกอนไม่อยู่ในสภาวะสมดุลจึงส่งผลให้มีการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น

1. สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในอดีต
          จากการศึกษาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ร่วมกับการดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยหน่วยงานต่างๆ สามารถสรุปสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งที่ผ่านมาของจังหวัดชลบุรี สถานภาพและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง พ.ศ. 2550 และ 2555 พบว่าชายฝั่งทะเลจังหวัดชลบุรี ประสบปัญหาหารกัดเซาะเป็นระยะทางประมาณ 3.52 กิโลเมตร มีแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง ครอบคลุม 7 ตำบล ได้แก่ ตำบลบางพระ ตำบลศรีราชา ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา ตำบลบางละมุง ตำบลนาเหลือ อำเภอบางละมุง ตำบลนาจอมเทียน และตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ ในการสำรวจการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดชลบุรี โดยใช้โครงสร้างป้องกันการกัดเซาะ พบว่ามีการก่อสร้างโครงสร้างที่ติดชายฝั่ง ส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น ที่ดำเนินการโดยภาครัฐ ซึ่งก่อสร้างในระยะเวลาต่างๆ กัน ตามแต่งบประมาณประจำปีนั้นๆ

2. สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน
          สำหรับสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน พบว่าจังหวัดชลบุรี ได้มีการดำเนินการด้วยโครงสร้างรูปแบบต่างๆ และบางพื้นที่เป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันชายฝั่งจังหวัดชลบุรี มีระยะทางแนวชายฝั่งประมาณ 170.17 กิโลเมตร ซึ่งลักษณะชายฝั่งแยกเป็น หาดทราย 105.17 กิโลเมตร หาดโคลน 17.03 กิโลเมตร หาดหิน 7.30 กิโลเมตร หัวหาด 39.81 กิโลเมตรและปากแม่น้ำ 0.85 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถจำแนกสถานการณ์ตามแนวชายฝั่งออกเป็น พื้นที่กัดเซาะน้อย (น้อยกว่า 1 เมตร/ปี) ระยะทางประมาณ 0.40 กิโลเมตร พื้นที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว) ระยะทางประมาณ 65.965 กิโลเมตร พื้นที่สมดุล) ระยะทางประมาณ 37.30 กิโลเมตร พื้นที่สะสมมาก ) ระยะทางประมาณ 0.14 กิโลเมตร พื้นที่ปากแม่น้ำ) ระยะทางประมาณ 0.85 กิโลเมตร พื้นที่หัวหาด) ระยะทางประมาณ 39.81 กิโลเมตร และพื้นที่รุกล้ำ) ระยะทางประมาณ 25.70 กิโลเมตร

3. แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
          จากการรวบรวมแผนงาน/โครงการ จากหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อนำมาประกอบการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดชลบุรีในช่วงปีพ.ศ. 2561-2565

สรุปสถานการณ์การชายฝั่งจังหวัดชลบุรี
          พื้นที่กัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดชลบุรี จากผลการสำรวจพบว่า มีแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง ครอบคลุม 1 ตำบล ได้แก่ ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี รวมระยะทางประมาณ 0.40 กิโลเมตร มีอัตราการกัดเซาะอยู่ในระดับน้อย (น้อยกว่า 1 เมตร/ปี)

ข้อมูลการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดชลบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


 

ข้อมูลลักษณะทางกายภาพจังหวัดชลบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


 

ข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดชลบุรี ปี 2560


 

โครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดชลบุรี (ปี พ.ศ. 2560)

สภาพพื้นที่ชายฝั่งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2558 บริเวณหมู่ที่ 14 ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
ซึ่งถูกจัดอยู่ในพื้นที่วิกฤต

 

สาเหตุที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรชายฝั่ง (Pressure)
          แนวชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะระดับวิกฤต 1 แห่ง คือ หมู่ที่ 14 ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี ระยะทางประมาณ 1.43 กิโลเมตร สาเหตุมาจากการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง (สิ่งก่อสร้างบริเวณชายฝั่ง และในทะเล) การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก และปัจจัยทางธรรมชาติ (ลักษณะทางภายภาพ คลื่น ลม กระแสน้ำชายฝั่ง น้ำขึ้น น้ำลง เป็นต้น)

การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา (Response)
          1. ตรวจสอบประสิทธิภาพโครงสร้างป้องกันที่มีอยู่เดิมในแต่ละพื้นที่
          2. ประเมินประสิทธิภาพของโครงสร้างป้องกันชายฝั่งในแต่ละแบบ
          3. ติดตามตรวจสอบโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่
          4. การจัดการชายฝั่งแบบบรูณาการ
          5. วางผังแม่บทการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและวางผัง
          6. จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
          7. ออกแบบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง
          8. บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตาม พรบ.ส่งเสริมฯ
          9. ให้ความรู้ ความเข้าใจ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          10. ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และอนุรักษ์ให้มีใช้อย่างยั่งยืน
          11. จัดทำมาตรการลดผลกระทบ
          12. ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ
          13. การเติมทรายชายฝั่ง
          14. การก่อสร้างคันดักทราย หัวหาด และเติมทรายชายหาด
          15. ติดตามการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางภายภาพของชายฝั่ง คลื่น กระแสน้ำชายฝั่ง กระแสลม น้ำขึ้นน้ำลง

ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
          -

ข้อมูล : กองบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง
วันที่ : 7 พฤศจิกายน 2561