สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จ.จันทบุรี

          พื้นที่กัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดจันทบุรี จากผลการสำรวจพบว่า มีแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง ณ ปัจจุบัน มีพื้นที่กัดเซาะทั้ง 2 อำเภอ 3 ตำบล ประกอบด้วยอำเภอขลุง ตำบลบางชัน อำเภอแหลมสิงห์ ตำบลเกาะเปริด และปากน้ำแหลมสิงห์ รวมทั้งสิ้นเป็นพื้นที่กัดเซาะน้อย 22.82 กิโลเมตร พื้นที่ที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว เป็นระยะทาง 18.68 กิโลเมตร จากแนวชายฝั่งทั้งหมด 104.04 กิโลเมตร

ข้อมูลลักษณะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี
          จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่บนฝั่ง และเกาะต่างๆ มีเส้นแนวชายฝั่งทะเลรวมทั้งหมด 104.04 กิโลเมตร มีพื้นที่ที่อยู่ในลักษณะตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 อยู่ใน 5 อำเภอ 32 ตำบล โดยมีลักษณะตำบลที่ติดชายฝั่งทะเลจำนวน 9 ตำบล โดยมีป่า 3 ชนิด คือ ป่าพรุชายฝั่ง ป่าชายหาด และป่าชายเลนจำนวน 32 ตำบล โดยไม่มีตำบลที่อยู่บนเกาะและติดทะเลสาบ

ข้อมูลระบบหาด
          ระบบกลุ่มหาด หมายถึง “การแบ่งขอบเขตชายฝั่งเป็นหน่วยย่อย หรือเป็นเซลล์เพื่อใช้ในการจัดการชายฝั่ง โดยหลักการกำหนดขอบเขตระบบกลุ่มหาดจะพิจารณาจากลักษณะธรณีสัณฐาน ลักษณะธรณีวิทยา ลักษณะทางกายภาพ ได้แก่ หัวแหลม (Headland) ชายฝั่งหิน (Rocky Coast) และปากแม่น้ำ (Estuary) โดยขอบเขตชายฝั่งในหนึ่งเซลล์จะต้องมีสมดุลตะกอนของตัวเอง และไม่มีการเคลื่อนย้ายตะกอนจากกลุ่มหาดหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหาดหนึ่ง” ปัจจุบันประเทศไทยแบ่งออกเป็น 64 ระบบกลุ่มหาด จังหวัดจันทบุรีอยู่ในระบบกลุ่มหาดพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกมีพื้นที่ระบบกลุ่มหาด 2 กลุ่มคือ E3 และ E4

ข้อมูลระบบกลุ่มหาดจังหวัดจันทบุรี

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่ง(State)
ข้อมูลสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่ง

          การกัดเซาะชายฝั่ง หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของตะกอนบริเวณชายฝั่งที่ถูกพัดพาออกไปจากตำแหน่งเดิมโดยตัวกลาง เช่น กระแสคลื่น กระแสลม น้ำขึ้นน้ำลง หรือภัยธรรมชาติที่ทำให้ตัวกลางเหล่านี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ นอกจากนี้การกัดเซาะอาจเกิดปริมาณตะกอนในแม่น้ำที่ไหลออกสู่ทะเลลดลง ทำให้ระบบหมุนเวียนของตะกอนไม่อยู่ในสภาวะสมดุลจึงส่งผลให้มีการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในอดีต
          จากข้อมูลการติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง และการศึกษาวางผังแม่บทการแก้ไขปัญหา
กัดเซาะชายฝั่ง และวางผังท่าเรือเพื่อรองรับการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมชายฝั่งตะวันออกปี พ.ศ. 2552 พบว่า แนวชายฝั่งทะเลดังกล่าวประสบปัญหาถูกกัดเซาะเป็นระยะทางประมาณ 28.31 กิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 27.68 ของความยาวแนวชายฝั่งของจังหวัด โดยในจำนวนนี้มีแนวชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะระดับวิกฤตจำนวน 2 แห่ง ระยะทางประมาณ 14.05 กิโลเมตร

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน
          สำหรับสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน พบว่าจังหวัดจันทบุรี ได้มีการดำเนินการด้วยโครงสร้างรูปแบบต่างๆ และบางพื้นที่เป็นพื้นที่ๆมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันชายฝั่งจังหวัดตราดระยะทางแนวชายฝั่งประมาณ 104.04 กิโลเมตร ซึ่งลักษณะชายฝั่งแยกเป็นหาดทราย 7.94 กิโลเมตร หาดทรายปนโคลน 25.54 กิโลเมตร หาดโคลน 39.94 กิโลเมตร หาดหิน 5.76 กิโลเมตร หัวหาด 21.83 กิโลเมตร ปากแม่น้ำ 3.03 กิโลเมตร
          นอกจากนี้ยังสามารถจำแนกสถานการณ์ตามแนวชายฝั่งออกเป็นพื้นที่กัดเซาะน้อย ( 1 เมตร/ปี) 22.82กิโลเมตร พื้นที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว 18.68 กิโลเมตร พื้นที่สมดุล 33.42กิโลเมตร พื้นที่สะสมน้อย 0.07 กิโลเมตร พื้นที่หัวหาด 21.83 กิโลเมตร พื้นที่ปากแม่น้ำ 3.03กิโลเมตร และพื้นที่รุกล้ำ 4.19กิโลเมตร

แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
          โครงสร้างการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี จากการรวบรวมแผนงาน/โครงการ จากหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อนำมาประกอบการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรีในช่วงปีพ.ศ. 2561-2565


ข้อมูลกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


ข้อมูลลักษณะทางกายภาพจังหวัดจันทบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


ข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


ข้อมูลโครงสร้างชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2565

สาเหตุที่มีผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่ง (Pressure)
​          1. การกัดเซาะที่เกิดจากคลื่นและลมที่รุนแรงอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนสภาวะของโลก ปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปรกติคลื่นเป็นตัวการสำคัญในการเปลี่ยนแปลงลักษณะของตะกอน และทรายชายฝั่ง ลมพายุและมรสุม มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งตามธรรมชาติ ลมพายุขนาดใหญ่พัดเข้าสู่ชายฝั่ง​ อ่าวไทยก็ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่งการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ส่งปริมาณตะกอนทดแทนมีปริมาณน้อย ปริมาณตะกอนจากทะเลพัดพาเข้าสู่ชายฝั่งลดลง การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ
​          2. การพัฒนา และการขยายตัวของแหล่งชุมชนชายฝั่งก่อให้เกิดสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางของกระแสน้ำเช่น ท่าเทียบเรือ แหล่งที่อยู่อาศัย และการถมทะเล
​          3. ขาดการบริหารจัดการในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างเหมาะสม
​          4. การพัฒนาชายฝั่งทะเลให้การเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ที่พัก
​          5. ขาดความรู้ความเข้าใจในรูปแบบ หรือวิธีการในการจัดการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เช่น การเปลี่ยนแปลงทิศทางของกระแสน้ำมีผลต่อการพัดพาตะกอนกลับมาทดแทนตะกอนเก่าที่ถูกพัดพาไปบริเวณอื่นได้โครงสร้างของแนวป้องกันการกัดเซาะไม่เหมาะสมกับพื้นที่

การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา(Response)
​          1.บริหารจัดการพื้นที่ และการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 รวมถึงกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ มาตรการ สำหรับการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
​          2. ปลูกป่าไม้คลุมดินให้เหมาะสมกับพื้นที่ พื้นคลุมสามารถช่วยลดการพังทลายของชายฝั่งโดยชุมชนมีส่วนร่วม
​          3. สร้างแนวป้องกันชะลอความรุนแรงของคลื่นลมที่จะเข้ากระทบชายฝั่ง ตามความเหมาะสมของพื้นที่ และฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ สร้างโอกาสให้มีตะกอนสะสมมากขึ้น
​          4. ประเมิน ติดตามตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง ทำการเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำเป็นฐานมูลวิเคราะห์ปัญหาที่ทำให้เกิดการกัดเซาะนำเสนอนโยบาย หรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะโดยชุมชนมีส่วนร่วม
​          5. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
​          6. สร้างศักยภาพของหน่วยงาน สถาบัน และกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหา และการจัดการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจในทุกประเด็นปัญหาที่อาจมีผลกระทบต่อเนื่อง และร่วมมือกัน
​          7. ส่งเสริมให้ความรู้ ทำความเข้าใจ และมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้มีความตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง

ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
          จัดทำแผน และพัฒนาแผนการดำเนินต่างๆให้สอดคล้องกับปัญหา เป้าหมาย และวัตถุประสงค์สามารถลดผลกระทบปัญหาผลกระทบได้จริง ลดระดับความรุนแรงของปัญหา ป้องกันทรัพยากรชายฝั่งขณะเดียวกันให้มีการพัฒนาควบคู่ไปด้วย แผนการพัฒนาควรมีแรงจูงใจเกี่ยวกับประโยชน์ที่จะได้รับกลับคืนมาหลังการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

แสดงการกัดเซาะ การเกิดคลื่น และระดับความรุนแรงของคลื่นของ จังหวัดจันทบุรี

สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง หมู่ที่ 5 ตำบลบางชัน จังหวัดจันทบุรี

ข้อมูล : กองบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง
วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2561