สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จ.ตราด

          การกัดเซาะชายฝั่ง หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของตะกอนบริเวณชายฝั่งที่ถูกพัดพาออกไปจากตำแหน่งเดิมโดยตัวกลาง เช่น กระแสคลื่น กระแสลม น้ำขึ้นน้ำลง หรือภัยธรรมชาติที่ทำให้ตัวกลางเหล่านี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ นอกจากนี้การกัดเซาะอาจเกิดปริมาณตะกอนในแม่น้ำที่ไหลออกสู่ทะเลลดลง ทำให้ระบบหมุนเวียนของตะกอนไม่อยู่ในสภาวะสมดุลจึงส่งผลให้มีการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น

          1. สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในอดีตจากการศึกษาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ร่วมกับการดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยหน่วยงานต่างๆ โดยมีสถานภาพ และการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง พ.ศ. 2546-2557  พบว่าชายฝั่งทะเลจังหวัดตราด กัดเซาะเป็นระยะทางประมาณ 47.61 กิโลเมตร เป็นพื้นที่กัดเซาะระดับวิกฤต 2 พื้นที่ คือ 1) บริเวณหมู่ 6 ต.แหลมกลัด อ.เมืองตราด และ 2) หมู่ 1 ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ(อ้างอิงข้อมูลรวมรวมจากการศึกษาจัดทำแผนหลัก และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย)

          2. สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบันสำหรับสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน พบว่าจังหวัดตราด ได้มีการดำเนินการด้วยโครงสร้างรูปแบบต่างๆ และบางพื้นที่เป็นพื้นที่ๆมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันชายฝั่งจังหวัดตราดมีระยะทางแนวชายฝั่งประมาณ 178.19 กิโลเมตร ซึ่งลักษณะชายฝั่งแยกเป็นหาดทราย 40.75 กิโลเมตร หาดทรายปนโคลน 1.04 กิโลเมตร หาดโคลน 99.19 กิโลเมตร หาดหิน 3.53 กิโลเมตร หัวหาด 27.95 กิโลเมตร ปากแม่น้ำ 5.46 กิโลเมตร หาดทรายปนหิน 0.27 กิโลเมตร(ตารางที่ 13) นอกจากนี้ยังสามารถจำแนกสถานการณ์ตามแนวชายฝั่งออกเป็นพื้นที่กัดเซาะรุนแรง (› 5 เมตร/ปี) 1.98กิโลเมตร พื้นที่กัดเซาะน้อย (‹ 1 เมตร/ปี) 24.77กิโลเมตร พื้นที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว 15.73 กิโลเมตร พื้นที่สมดุล 92.46กิโลเมตร พื้นที่สะสมมาก 1.56กิโลเมตร พื้นที่สะสมน้อย 0.55 กิโลเมตร พื้นที่ปากแม่น้ำ 5.46กิโลเมตร พื้นที่หัวหาด 27.95 กิโลเมตร และพื้นที่รุกล้ำ 7.74กิโลเมตร

          3. แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโครงสร้างการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดตราดจากการรวบรวมแผนงาน/โครงการ จากหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อนำมาประกอบการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดตราด ในช่วงปีพ.ศ. 2561-2565

          4. สรุปสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดตราดพื้นที่กัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดตราด จากผลการสำรวจพบว่า มีแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง ณ ปัจจุบัน มีพื้นที่กัดเซาะทั้ง 3 อำเภอ 6 ตำบล ประกอบด้วยอำเภอคลองใหญ่ ตำบลหาดเล็ก และไม้รูด  อำเภอเมืองตราด ตำบลแหลมกลัด ห้วงน้ำขาว และอ่าวใหญ่ อำเภอแหลมงอบ ตำบลบางปิด รวมทั้งสิ้นเป็นพื้นที่กัดเซาะรุนแรง 1.98 กิโลเมตร และพื้นที่กัดเซาะน้อย 24.77 กิโลเมตร พื้นที่ที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว เป็นระยะทาง 15.73 กิโลเมตร จากแนวชายฝั่งทั้งหมด 178.19 กิโลเมตร


ข้อมูลการกัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดตราด (ปี พ.ศ. 2560)


ข้อมูลลักษณะทางกายภาพจังหวัดตราด (ปี พ.ศ. 2560)


ข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดตราด ปี 2560


ข้อมูลโครงสร้างชายฝั่งจังหวัดตราด (ปี พ.ศ. 2560)


แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2565

สาเหตุที่มีผลกระทบปัญหาเสื่อมโทรมต่อการกัดเซาะชายฝั่ง (Pressure)
          1. การกัดเซาะที่เกิดจากคลื่นและลมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือปริมาณน้ำฝนที่ตกมากกว่าปกติ  โดยคลื่นเป็นตัวการสำคัญในการเปลี่ยนแปลงลักษณะของตะกอนและทรายชายฝั่ง ลมพายุและมรสุม  มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งตามธรรมชาติ ลมพายุขนาดใหญ่พัดเข้าสู่ชายฝั่งอ่าวไทยก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่งการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ส่งปริมาณตะกอนทดแทนมีปริมาณน้อย ปริมาณตะกอนจากทะเลที่พัดพาเข้าสู่ชายฝั่งลดลง กระแสน้ำมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
          2. การพัฒนาและการขยายตัวของแหล่งชุมชนชายฝั่งก่อให้เกิดสิ่งปลูกสร้างลุกล้ำลำน้ำทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางของกระแสน้ำเช่น ท่าเทียบเรือ แหล่งที่อยู่อาศัย
          3. ขาดการบริหารจัดการในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างเหมาะสม
          4. การพัฒนาชายฝั่งทะเลให้การเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่นโรงแรม ที่พัก
          5. การสร้างโครงสร้างแข็ง โครงสร้างเหล่านี้มีส่งผลทำให้ปริมาณตะกอนที่จะถูกพัดพากลับเข้าชายฝั่งตามกระแสน้ำไม่สามารถกลับมาทดแทนตะกอนเก่าที่ถูกพัดพาไปบริเวณอื่นได้

การดำเนินงาน มาตรการและการแก้ไขปัญหา (Response)
          1. บริหารจัดการพื้นที่และการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 รวมถึงกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ มาตรการ สำหรับการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
          2. ปลูกป่าไม้คลุมดินให้เหมาะสมกับพื้นที่ พื้นคลุมสามารถช่วยลดการพังทลายของชายฝั่งโดยชุมชนมีส่วนร่วม
          3. สร้างแนวป้องกันชะลอความรุนแรงของคลื่นลมที่จะเข้ากระทบชายฝั่ง ตามความเหมาะสมของพื้นที่ และฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ สร้างโอกาสให้มีตะกอนสะสมมากขึ้น
          4.  ประเมิน ติดตามตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง ทำการเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำเป็นฐานมูลวิเคราะห์ปัญหาที่ทำให้เกิดการกัดเซาะนำเสนอนโยบายหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะโดยชุมชนมีส่วนร่วม
          5. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
          6. สร้างศักยภาพของหน่วยงาน สถาบัน และกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาและการจัดการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจในทุกประเด็นปัญหาที่อาจมีผลกระทบต่อเนื่องและร่วมมือกันส่งเสริมให้ความรู้ ทำความเข้าใจ และมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้มีความตระหนักถึงความรุนของปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง

อุปสรรค และข้อเสนอแนะ

ภาพพื้นที่กัดเซาะบริเวณกัดเซาะหมู่ 10 หาดทรายเงิน ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด

ข้อมูล : กองบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง
วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2561