ตะบูนดำ

  

ตะบูนดำ Xylocarpus moluccensis (Lam.) M. Roem.
ชื่อพ้อง : X. gangeticus (Prain) C.E. Parkinson
วงศ์ : MELIACEAE
ชื่ออื่น : ตะบูน, ตะบัน (กลาง, ใต้)
เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง 20-35 เมตร ผลัดใบ ลำต้นเปลาตรงโคนต้นมีพูพอน เล็กน้อย เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกขรุขระสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องตามยาว ต้นแก่เปลือกลอกเป็นแถบแคบๆ เปลือกหนาประมาณ 0.3-0.5 ซม. เนื้อไม้สีน้ำตาลมีรากหายใจ รูปคล้ายกรวยคว่ำ กลม หรือแบน ปลายมนยาว 20-40 ซม. จากผิวดิน

ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ไม่มีใบยอดเรียงสลับ ใบย่อย 1-3 คู่ เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรีถึงรูปขอบขนานแกมรี ขนาด 2-6 x 5-15 ซม. ปลายใบมนฐานใบแหลม ผิวใบเป็นมัน สีเขียวเข้ม และจะเปลี่ยนเป็นสีส้มอมเหลืองทั้งต้น ก่อนที่จะร่วงหล่น ก้านใบย่อยสั้นมาก

ดอก ออกตามง่ามใบ เป็นแบบช่อแยกแขนงช่อดอกยาว 7-17 ซม. ประกอบด้วยดอกจำนวนมากกลีบเลี้ยง 4 กลีบ แต่ละกลีบยาว 1-1.5 ซม. กลีบดอก 4 กลีบไม่ติดกัน รูปของขนาน ยาว 0.4-0.8 ซม. สีขาวครีม เกสรเพศผู้ 8 อัน ออกดอกพร้อมๆกับแตกใบใหม่ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม

ผล ค่อนข้างกลม มีร่องเล็กน้อย สีเขียวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 7-12 ซม. มี 7-11 เมล็ดลักษณะ โค้งนูนหนึ่งด้าน กว้าง 4-6 ซม. ผลแก่ประมาณเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ขึ้นกระจายในบริเวณที่เป็นดินเลนค่อนข้างแข็งเนื้อไม้มีสีและลวดลายสวยงาม ใช้ตกแต่ง ทำเฟอร์นิเจอร์และก่อสร้างได้

สรรพคุณ : รักษาอาการท้องเสีย เป็นบิด รักษาแผลภายใน สมานแผลสด เป็นหนอง แผลบวมฟกช้ำดำเขียว

วิธีการปรุงยา : เปลือก ต้มเป็นยาหม้อดื่ม เปลือก ตำให้ละเอียดแล้วพอกตรงบริเวณแผล