โกงกางใบเล็ก

  

โกงกางใบเล็ก Rhizophora apiculata BIume
ชื่อพ้อง : R. candelaria DC.
วงศ์ : RHIZOPHORACEAE
ชื่ออื่น : โกงกาง (ระนอง); พังกาใบเล็ก (พังงา); พังกาทราย (กระบี่)|
เป็นไม้ไม่ผลัดใบขนาดกลาง-ใหญ่ สูง 20-40 เปลือกสีเทาดำผิวเปลือกเรียบแตกเป็นร่องเล็กตามยาวของลำต้น เด่นชัดกว่าร่องตามขวาง เมื่อทุบเปลือกทิ้งไว้สักครู่จะพบว่าด้านในของเปลือกเป็น สีแสดอมแดง เรือนยอดแคบรูปพีระมิด รอบๆบริเวณโคนต้นมีรากค้ำจุน ทำหน้าที่พยุงลำต้น และมักมีรากอากาศซึ่งเกิดจากกิ่งตอนบนเป็นจำนวนมาก

ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปรี หรือรูปขอบขนานแกมรีขนาดใบ 4-8 x 7-19 ซม. ฐานใบสอบเข้าหากัน คล้ายรูปลิ่ม ปลายใบแหลมมีติ่งแหลมอ่อนเส้นกลางใบด้านท้องใบสีแดงเรื่อๆ ก้านใบอ่อนสีแดง ยาว 1.5-3.5 ซม. หูใบที่ปลายยอดสีชมพูกึ่งแดงยาว 4-8 ซม. ใบเกลี้ยง ท้องใบสีเขียวอมดำ มีจุดสีดำเล็กๆกระจายอยู่เต็มท้องใบ

ดอก ช่อดอกเกิดที่ง่ามใบ ช่อหนึ่งๆมี 2 ดอกก้านช่อดอกใหญ่ ยาว 0.6-2 ซม. ไม่มีก้านดอกย่อยกลีบเลี้ยงรูปไข่ สีเขียวอมเหลือง 4 กลีบ เว้าเข้าด้านในปลายแหลม ขนาด 0.6-0.8 x 0.8-1.5 ซม. กลีบดอก4 กลีบ ร่วงง่าย รูปใบหอกสีขาว ขนาด 0.1-0.2 x0.7-1.2 ซม. ออกดอกในราวเดือนกันยายน-มกราคม

ผล รูปผลแพร์กลับ ผิวหยาบ ยาว 2-3 ซม.สีน้ำตาลเข้ม จะงอกตั้งแต่ผลยังติดอยู่บนต้น ลำต้นใต้
ใบเลี้ยงซึ่งมักเรียกว่า “ฝัก” มีผิวเรียบ สีเขียว ขนาด1-1.2 x 20-40 ซม. มักโค้งงอทางด้านปลายฝัก
โคนฝักทู่ เมื่อฝักแก่ส่วนของใบเลี้ยงที่ยื่นออกมา ยาว 1-2 ซม. ที่อยู่ระหว่างผล และฝัก จะมีสีน้ำตาลแดงและฝักจะหลุดหล่นได้เอง ฝักแก่ในราวเดือน เมษายน-ธันวาคม โกงกางใบเล็ก มักขึ้นได้ดีในบริเวณที่เป็นดินเลนอ่อน ไม่ลึกมากนัก มีน้ำทะเลท่วมถึงสม่ำเสมอโดยเฉพาะพื้นที่ติดทะเล ปากแม่น้ำ ลำคลอง

สรรพคุณ : แก้ท้องร่วง คลื่นเหียน อาเจียน แก้บิดเรื้อรัง บำบัด เบาหวาน ห้ามเลือด แก้อาหารฟกซ้ำดำเขียว น้ำเหลืองเสีย ช่วยในการห้ามเลือด ป้องกันเชื้อโรค แก้ไข้ เป็นยาบำรุงกำลัง แก้พิษจากปลาทะเล

วิธีการปรุงยา :
เปลือก ใช้ต้มเป็นยาหม้อดื่ม และบดเคี้ยวให้ละเอียดพอกแผลสด
ใบอ่อน บดให้ละเอียดปิดปากแผลสด และตากแห้งชงน้ำร้อนดื่มเหมือนชา
รากอ่อน กินสด ๆ เป็นยาบำรุงกำลัง
ผลอ่อน เคี้ยวแล้วพ่นใส่แผลแก้พิษจากปลาทะเล
ยอดอ่อน นำมาเป็นผักสดจิ้มน้ำพริกเป็นอาหารได้