เรือไม้

ในศตวรรษที่ผ่านมามีเรือที่ทำจากไม้หลายชนิดที่ได้จมลงในบริเวณพื้นที่ต่างๆ เช่น การค้นพบเรือแคนูอายุ 1000 ปี ที่ทำจากไม้ Cypress และไม้ long pine ได้พื้นโคลนของทะเลสาบแห่งหนึ่ง และยังมีเรืออีกหลายลำ ที่จมในแม่น้ำ ทะเลสาบขนาดใหญ่และทะเลในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งเรือไม้ที่อับปางในทะเล สามารถอยู่ได้นานถึง 30-100 ปี ดังเช่นเรือไม้ที่จมอยู่บริเวณนอกชายฝั่งรัฐ Florida และ New Jersey เป็นต้น

การสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุเรือไม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาพบว่ายังมีอยู่จำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับวัสดุเหลือใช้อื่นๆ และการนำเรือไม้มาสร้างเป็นปะการังเทียมในแต่ละครั้ง จะต้องมีการประเมินถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความทนทาน ซึ่งจากประวัติการนำเรือไม้มาสร้างเป็นปะการังเทียมในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่ามีเฉพาะส่วนของเรือที่ทำจากโลหะเท่านั้นที่มีความมั่นคง และทนทาน ในขณะที่ส่วนอื่กๆ จะมีการแตกหักออกเป็นชิ้นเล็กๆ โดยอาจเกิดจากแรงของพายุ การขุดเจาะของพวกหนอนเจาะ (boring worms) เช่น เพรียงเจาะไม้ และสิ่งมีชีวิตในทะเลอื่นๆ ตัวอย่างเช่น เรือใบขนาด 80 ฟุต ชื่อ “Lady free” ที่จมลงในทะเลบริเวณนอกชายฝั่งเมือง Dade รัฐ Florida ในปี 1996 และเริ่มมีการผุกร่อนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี 1991 พบว่าวัสดุดังกล่าวไม่เหลือสภาพของตัวเรืออยู่อีก คงเหลืออยู่เฉพาะส่วนที่เป็นตัวเครื่องของเรือซึ่งเป็นโลหะ และจากการสังเกตเรือไม้อีกลำที่จมลงบริเวณใกล้กันในปี 1990 พบว่าภายหลังจากการจัดวางเป็นเวลา 1 ปี ตัวเรือเริ่มมีการผุพังอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีเรือยอร์ชที่ทำจากไม้ชื่อ “Lewis Marine” ซึ่งได้จมลงบริเวณนอกชายฝั่งเมือง Broward รัฐ Florida ที่ระดับความลึก 75 ฟุต ในปี 1986 ซึ่งการสำรวจในปี 1990 พบว่าเรือดังกล่าวได้แตกเป็นซากกระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ ตัวเครื่องยนต์ และเรือตกปลาขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้ขนาด 40-55 ฟุต ที่นำไปจมในทะเลภายในระยะ 0.25 ไมล์จากฝั่ง นอกเขต Caps Hatteras และ Cape Lookout รัฐ North Carolina ซึ่งมีรายงานว่าหลังจากการจัดวางไปเพียง 1 สัปดาห์ เรือดังกล่าวได้แตกและถูกพัดขึ้นมากระจัดกระจายอยู่บนชายหาด เช่นเดียวกับเรือเฟอรี่ไม้เก่าที่ถูกนำไปสร้างเป็นปะการังเทียมนอกชายฝั่งของ New York พบว่ามีการผุพังอย่างรวดเร็วมาก ในขณะที่เรืออื่น ๆ ที่มีความมั่นคงกว่า ยังคงสามารถอยู่ในทะเลได้นานกว่าเป็นต้น

การศึกษาที่ผ่านมายังแสดงให้เห็นว่า วัสดุเรือไม้เป็นวัสดุที่มีความมั่นคงและความทนทานต่ำ เมื่อวางอยู่ในทะเล และดูเหมือนว่าเรือไม้ที่จมลงในบริเวณน้ำลึกน่าจะมีช่วงอายุที่จำกัดและมีความมั่นคงน้อยกว่าเรือที่จมในบริเวณน้ำตื้นอีกด้วย ดังตัวอย่างเช่น เรือใบที่ทำจากไม้ซึ่งถูกจมลงในทะเลที่ระดับความลึก 200 ฟุต บริเวณนอกชายฝั่งเมือง Broward รัฐ Florida ซึ่งจากการสำรวจโดยใช้ sidescan sonar ในภายหลังพบว่าบริเวณดังกล่าวเหลือเพียงเนินเล็กๆ และจากการสำรวจใช้เครื่องมือ ROV (remotely operated vehicle) เพิ่มเติม ชี้ให้เห็นว่าเรือดังกล่าวมีการแตกหักและสลายไปหมดแล้วภายในเวลาไม่กี่ปี ทำให้ในภายหลังรัฐ    ต่าง ๆ พยายามหลีกเลี่ยงการนำเรือไม้มาสร้างเป็นปะการังเทียม เนื่องจากมีการขู่ดำเนินคดีจากชุมชนที่อาศัยอยู่ริมชายหาดเกี่ยวกับความสกปรกจากซากเรือที่ถูกพัดขึ้นมาบนชายหาด และการทำความสะอาดชายหาดเศษซากดังกล่าว

ข้อดี
- ปะการังเทียมที่สร้างจากวัสดุเรือไม้ขนาดใหญ่และมีความยาวมากกว่า 60 ฟุต เช่น เรือลากจะมีประโยชน์ต่อชาวประมงสัตว์หน้าดินเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวจะเป็นจุดที่สามารถหาปลาได้มากกว่าบริเวณอื่น
- ปะการังเทียมที่สร้างด้วยเรือที่มีส่วนประกอบทั้งที่เป็นไม้และโลหะ จะเป็นแหล่งที่มีผลผลิตปลาสูง เนื่องจากเมื่อตัวเรือในส่วนที่เป็นไม้ มีการผุกร่อนและย่อยสลาย สิ่งมีชีวิตพวกที่เจาะอยู่ในเนื้อไม้ ก็จะหลุดลอยออกมาละกลายเป็นที่ดึงดูดของฝูงปลาที่เข้ามาอาหาร
- หาได้ง่าย ราคาไม่แพงและสามารถนำไปใช้ร่วมกับวัสดุอื่นที่มีความทนทานกว่าได้

ข้อเสีย
- เรือไม้ขนาดเล็กที่ถูกนำไปวางในบริเวณน้ำตื้น หรือไม่มีการถ่วงน้ำหนักที่เหมาะสม จะเกิดการแตกหักของวัสดุได้ง่ายในสภาพที่มีพายุ ซึ่งเศษซากที่หลุดลอยออกมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือ หรืออาจถูกพัดพาขึ้นมากลายเป็นขยะบนชายหาด
- การเตรียมการเกี่ยวกับสารพวกปิโตรเลียมที่อยู่ใต้ท้องเรือ ในส่วนอับเฉาเรือ หรือสารกันเพรียงที่ทาอยู่บนเนื้อไม้ อาจมีความยุ่งยาก
- มีอายุการใช้งานเพียง 1-5 ปี หลังจากนั้นโครงสร้างส่วนที่เป็นไม้จะมีการแตกหักและกระจายออกไป เหลือเพียงส่วนที่เป็นขอบโครงสร้าง กระดูกงูเรือ และส่วนที่เป็นโลหะ เช่น เครื่องยนต์ เสากระโดงเรือ ฯลฯ ซึ่งก่อให้เกิดผลดีทางเศรษฐกิจได้แค่ในระยะสั้นเท่านั้น