ตู้รถไฟและรถราง

ระหว่างยุค 1980 ได้มีการทดลองนำรถไฟเก่ามาสร้างเป็นปะการังเทียมในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งโครงการส่วนใหญ่ถูกจัดขึ้นใน North Carolina ในปี 1985 และ 1986 โดยใช้ตู้รถไฟจำนวน 210 ตู้ จัดวางที่ระดับความลึก 35-85 ฟุต รวมทั้งหมด 21 จุดๆ ละ 10 ตู้ หลังจากนั้นจึงมีการทดลองสร้างปะการังเทียมตามมาในหลายรัฐ ได้แก่ ในปี 1987 และ 1988 มีการวางตู้รถไฟจำนวน 48 และ 40 ตู้ ตามลำดับ ในพื้นที่เขตการปกครอง Lee และ Sarasota รัฐ Florida รวมทั้งหมด 6 จุด โดยในปี 1988 ยังมีตู้รถไฟจำนวน 16 ตู้ ที่ถูกวางในอ่าวทางตอนเหนือนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของแหลม Florida ที่ระดับความลึก 60-108 ฟุต ในพื้นที่เขตปกครอง Okaloosa และอีก 17 ตู้ ในพื้นที่เขตปกครอง Bay และ Gulf รัฐ Florida ที่ระดับความลึก 60-130 ฟุต จากนั้นในปี 1989 รัฐ Alabama ได้นำตู้รถไฟจำนวน 16 ตู้ จัดวางในทะเลที่ระดับความลึก 100 ฟุต และอย่างน้อยอีก 4 ตู้ ที่นำไปวางในรัฐ Mississippi ที่ระดับความลึก 65 ฟุต

วัสดุตู้รถไฟที่ใช้จัดสร้างปะการังเทียมมีหลายประเภท ได้แก่ Steel Railroad Hopper Cars  Railroad Box Cars  Subway Cars และรถราง (Street cars) (Lukens and Selberg, 2004) โดยตู้รถไฟที่ใช้ส่วนใหญ่มีโครงสร้างหลักทำด้วยเหล็ก สำหรับการจัดวางตู้รถไฟในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ กรมประมง กำหนดว่าก่อนนำไปจัดสร้างปะการังเทียมต้องดำเนินการถอดล้อ ตัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการหรือชิ้นส่วนที่สามารถนำไปใช้งานได้ออกก่อน จากนั้นทำความสะอาดตู้ให้ปราศจากคราบน้ำมัน เปิดประตูทั้งสองและเชื่อมให้เปิดอย่างถาวร เพื่อให้สัตว์น้ำสามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ (กรมประมง, 2547ก) ตัวอย่างการจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุตู้รถไฟแบบต่าง ๆ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

- วัสดุ Steel Railroad Hopper cars : Click
- วัสดุ Railroad Box Cars : Click
- วัสดุรถไฟใต้ดิน (Subway Cars) : Click
- วัสดุรถราง (Streetcars) : Click

ข้อดี – ข้อเสียของการสร้างปะการังเทียมด้วยตู้รถไฟ มีดังนี้

ข้อดี
- การจัดเตรียมวัสดุทำได้ง่าย เนื่องจากตู้รถไฟมีลักษณะภายในส่วนใหญ่เป็นที่ว่าง ทำให้ค่าใช้จ่ายในด้านการทำความสะอาด การกำจัดน้ำมันและของเสียต่างๆ ต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุหรือเหล็กขนาดใหญ่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
- การจัดวางเป็นกองวัสดุด้วยเครนสามารถทำได้สะดวกและรวดเร็ว เนื่องจากตู้รถไฟมีรูและช่องว่างอยู่แล้ว อีกทั้งยังช่วยให้น้ำและอากาศไหลเวียนได้สะดวกอีกด้วย
- มีพื้นที่ผิวมาก การจัดวางวัสดุรวมไว้เป็นกองเป็นการเพิ่มความซับซ้อนให้กับโครงสร้าง ทำให้สามารถดึงดูดสัตว์น้ำให้เข้ามาอยู่อาศัยได้ดี ทั้งสิ่งมีชีวิตพวกเกาะติด ปลาผิวน้ำ และปลาหน้าดิน
- ตู้รถไฟใต้ดินมีอายุการใช้งานนานถึง 25-30 ปี
- ค่าใช้จ่ายต่ำ เนื่องจากตู้รถไฟที่ใช้จัดสร้างปะการังเทียม ส่วนใหญ่เป็นตู้ที่ได้รับมาจากการบริจาค

ข้อเสีย
- หากการสร้างปะการังเทียมมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดปลาผิวน้ำ เป็นแหล่งดำน้ำหรือเป็นจุดตกปลาสำหรับชาวประมงท้องถิ่น ทำให้การจัดสร้างอาจจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ได้นาน เนื่องจากโครงสร้างของตู้รถไฟจะเริ่มมีการพังทลายลงภายในเวลา 4 ปี และจะพังทลายลงไปอย่างสมบูรณ์ภายใน 14 ปี
- การลำเลียง และการจัดวางลงในทะเลอาจทำได้ลำบาก เนื่องจากเป็นวัสดุที่ค่อนข้างใหญ่และต้องใช้เรือขนาดใหญ่ในการลำเลียง ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามมา
- ตู้รถไฟที่นำมาใช้สร้างปะการังเทียม หลังคาหรือส่วนต่างๆ ของรถมักมีการเสื่อมสภาพแล้ว ทำให้เมื่อนำไปวางในทะเล จะเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
- การเสื่อมสภาพของวัสดุตู้รถไฟเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด อาจทำให้ยากต่อการระบุตำแหน่งของกองวัสดุ

ข้อเสนอแนะ
- การนำตู้รถไฟใต้ดินมาสร้างปะการังเทียมเป็นเรื่องที่ใหม่ ดังนั้นจำเป็นต้องมีการติดตามผลเกี่ยวกับแร่ใยหินที่อยู่ในโครงสร้างตู้รถไฟ ความคงทนของวัสดุ และการใช้ประโยชน์ของสัตว์น้ำต่อไปอย่างต่อเนื่อง
- โครงสร้างที่เป็นไม้ในวัสดุสินค้าเป็นเหตุให้วัสดุเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วเมื่อจัดวางอยู่ในทะเล
- การวางวัสดุตู้สินค้าเป็นเหตุให้วัสดุเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วเมื่อจัดวางอยู่ในทะเล
- การวางวัสดุตู้สินค้าไว้เป็นกองขนาดใหญ่ (มากกว่า 30 ตู้ต่อกอง) อาจใช้เป็นแหล่งทำการประมงได้ ถึงแม้ว่ากองดังกล่าวจะเสื่อมสภาพลงแล้วก็ตาม แต่ค่าขนส่งวัสดุสำหรับโครงการขนาดใหญ่นั้นค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงควรมีการคำนวณค่าใช้จ่าย พิจารณาและไตร่ตรองถึงการใช้ประโยชน์ให้ถี่ถ้วน
- การเอาประตูและหน้าต่างของตู้รถไฟออก ช่วยทำให้น้ำมีการหมุนเวียนที่ดีขึ้น ปลาและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ สามารถเข้า-ออก ได้สะดวกขึ้น