รถยนต์

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ส่วนประกอบที่นำมาใช้ในการผลิตรถยนต์มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยในช่วงต้นยุค 1960 โลหะหนักจัดเป็นองค์ประกอบหลักที่นำมาใช้ในการผลิตรถยนต์ ส่วนไฟเบอร์กลาส ยาง และพลาสติก ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุในกระบวนการผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้นในช่วงกลางยุค 1960 และต้นยุค 1970 ขณะเดียวกันตัวถังรถยนต์ก็เริ่มมีการใช้วัสดุอื่นมาแทนโครงสร้างเหล็กมากขึ้น

การจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุรถยนต์นั้นมีมาเป็นระยะเวลานานแล้ว จากการค้นคว้าข้อมูลที่ได้รับการตีพิมพ์พบว่าการนำรถยนต์มาใช้เป็นวัสดุในการสร้างปะการังเทียมเริ่มขึ้นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 1958 อย่างไรก็ตามรายงานซึ่งไม่ได้รับการตีพิมพ์กล่าวไว้ว่า ในปี 1953 The Alabama Department of Conservation and Natural Resources (ADCNR) มีการสร้างปะการังเทียมด้วยตัวถังรถยนต์บริเวณนอกชายฝั่งเขต Baldwin รัฐ Alabama ที่ระดับความลึก 60 ฟุต และในปี 1957 ที่บริเวณนอกชายฝั่งของเกาะ Dauphin เขต Mobile รัฐ Alabama

การจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุรถยนต์เก่า

โดยที่ผ่านมาพบว่า การจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในช่วงก่อนปี 1960 สามารถก่อให้เกิดการรวมกลุ่มของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่ได้มากกว่ารถยนต์ที่ผลิตขึ้นในยุคหลังๆ เนื่องจากวัสดุที่ใช้สร้างรถยนต์ในยุค 60 ส่วนใหญ่เป็นโลหะเหล็กที่สามารถรองรับน้ำหนักของสิ่งมีชีวิตที่มาเกาะและเคลือบอยู่บนผิววัสดุได้ดี ส่วนรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในช่วงหลัง มีการนำพลาสติก และไฟเบอร์กลาสมาเป็นองค์ประกอบ เมื่อมีสิ่งมีชีวิตมากเกาะเป็นจำนวนมาก วัสดุอาจมีการแตกหักและทำให้สิ่งมีชีวิตหลุดออกจากพื้นผิว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นกับผิวของเหล็ก ยกเว้นในสถานการณ์ที่เกิดการผุกร่อนขึ้น

ในปี 1958 คณะกรรมการของชมรมตกปลา Texas ได้สร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุรถยนต์ขึ้น 3 แนว ที่เม็กซิโกใกล้ท่าเรือ Arasas และท่าเรือ Isabel ห่างจากฝั่ง 6 ไมล์ ที่ระดับความลึก 50-60 ฟุต ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นหลังการจัดวางพบว่าสิ่งมีชีวิตพวกเคลือบผิว (encrusting organism) มาเกาะอยู่บนผิววัสดุจำนวนมาก และพบปลาหลายชนิดเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณปะการังเทียม แต่อย่างไรก็ตามภายหลังจากเกิดพายุเฮอร์ริเคนชื่อ Caria พบว่าตัวถังรถยนต์ทั้งหมดได้พังลง และถูกพัดพาไปยังบริเวณอื่น

ตามแผนชาติของสหรัฐอเมริกา ได้ระบุว่า “ถึงแม้ว่าวัสดุจำพวกรถยนต์และเครื่องใช้ต่าง ๆ จะมีอยู่ในปริมาณมาก แต่วัสดุเหล่านั้นไม่มีความแข็งแรงพอ มีความทนทานและความมั่นคงน้อย”  จึงไม่เหมาะที่จะนำมาสร้างเป็นปะการังเทียม และจากการสัมภาษณ์ผู้ประสานงานเกี่ยวกับการสร้างปะการังเทียมบริเวณชายฝั่งมหาสมุทร Atlantic แสดงให้เห็นว่าความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่คิดว่าการนำตัวถังรถยนต์มาสร้างเป็นปะการังเทียมนั้น ไม่มีความมั่นคงในทะเล และมีอายุการใช้งานที่ต่ำ ซึ่งมีการคาดหมายไว้ว่ามีอายุการใช้งานเพียง 1-3 ปีเท่านั้น

จากการรายงานของนักตกปลาบริเวณนอกชายฝั่ง Alabama ชี้ให้เห็นว่าภายหลังจากการเกิดพายุเฮอร์ริเคน Frederick และ Elena ในปี 1979 และ 1980 ตามลำดับ ปะการังเทียมที่สร้างจากตัวถังรถยนต์ในพื้นที่ชายฝั่ง Alabama มีการเคลื่อนที่เพียงเล็กน้อย และในเดือนตุลาคม ปี 1995 พายุเฮอร์ริเคน Opal ได้พัดเข้าใกล้ชายฝั่ง Alabama ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อตัวถังรถยนต์ในพื้นที่ดังกล่าว โดยพบว่าตัวถังรถยนต์ในพื้นที่เกิดความเสียหายกว่า 80% และหลังจากนั้น 1 เดือน พบว่า 50% ของตัวถังรถยนต์ที่หายไปได้ถูกพบอยู่ห่างออกไปทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากตำแหน่งเดิม 900 เมตร ส่วนตัวถังรถยนต์ที่ยังคงอยู่ ณ บริเวณเดิมพบว่าถูกทรายกลบทับสูง 3-4 ฟุต และเป็นที่น่าสนใจว่าในช่วงก่อนปี 1992 มีการนำตัวถังรถยนต์ที่ไม่ได้นำเครื่องยนต์ออกไปสร้างเป็นปะการังเทียมนอกชายฝั่งของ Alabama ซึ่งเครื่องยนต์ที่ไม่ได้เอาออกทำให้วัสดุมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดการเคลื่อนที่ของวัสดุหลังจากเกิดพายุ นอกจากนี้ยังมีการสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุรถบรรทุก และรถบัสโรงเรียน ซึ่งมีน้ำหนักที่มากกว่ารถยนต์ทั่วไป และพบว่าช่วยให้เกิดความทนทาน และความมั่นคงของปะการังเทียมมากขึ้น

การติดตามการสำรวจปะการังเทียมที่สร้างด้วยวัสดุตัวถังรถยนต์บริเวณชายฝั่งในเขตปกครอง Escambia ที่ระดับความลึก 81 ฟุต หลังการจัดวางเป็นเวลา 7 ปี ด้วยกล้องวีดีโอใต้น้ำ โดยการสนับสนุนของหน่วยงานป้องกันสิ่งแวดล้อมของ Florida เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1995 พบว่ามีถังรถยนต์เหลืออยู่ 4 คัน พบว่าตัวถังรถยนต์เหล่านั้นยังคงเหลือสภาพอยู่ประมาณ 30-40% และมีส่วนที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำน้อย มองเห็นโผล่ขึ้นมาประมาณ 2 ฟุต หลังคารถหายไปเหลือเพียงบางส่วนแบนๆ ซึ่งติดอยู่กับตัวรถที่ดูบอบบางและมีร่องรอยถูกกัดกร่อนอย่างมาก โดยโครงสร้างที่เหลืออยู่มีการเกาะกลุ่มของสิ่งมีชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมทั้งปะการังแข็งสกุล Oculina ในขณะเดียวกันบริเวณรอบๆ ยังพบปลาอีก 17 ชนิด ซึ่งรวมทั้งตัวอ่อนของปลาในแหล่งนั้นด้วย นอกจากนี้ยังพบเต่าหัวค้อนในบริเวณดังกล่าวอีกด้วย

เมื่อมองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับปะการังเทียมที่สร้างด้วยตัวถังรถยนต์ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ การแตกหักและการจมตัวของวัสดุ ซึ่งเป็นผลมาจากพายุ ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1995 พายุเฮอร์ริเคน Opal ซึ่งเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดได้พัดเข้าสู่เมือง Pensacola รัฐ Florida ด้วยความเร็วลม 115-125 ไมล์ต่อชั่วโมง และคลื่นสูง 20 ฟุต เป็นผลให้ตัวถังรถยนต์จำนวนมากเคลื่อนที่สูญหาย แตกหักและจมตัวลง บ้างก็ไม่สามารถหาตำแหน่งได้

หากมองในแง่การจัดการ รถยนต์เป็นวัสดุหนึ่งที่คล้ายกับวัสดุอื่นๆ ที่ทำจากเหล็ก ซึ่งอาจก่อให้เกิดมูลค่ามากกว่าการนำมาสร้างเป็นปะการังเทียม หากนำไปเข้าสู่กระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่(รีไซเคิล) โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีวัสดุอื่นที่สามารถนำมาสร้างปะการังเทียมแทนรถยนต์ได้ ซึ่งในกระบวนการรีไซเคิลเหล็กนั้นต้องการพลังงานเพียงครึ่งหนึ่ง และต้องการน้ำในปริมาณที่น้อยกว่าเหล็กที่ผลิตมาจากแร่เหล็ก การรีไซเคิลอะลูมิเนียมก็ใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตอะลูมิเนียมจากแร่ bauxite ถึง 90% และโดยเฉลี่ยแล้วยานพาหนะจะประกอบด้วยโลหะที่ทำจากเหล็ก 70.4% โลหะที่ไม่ใช่เหล็กอีก 5.6% และวัสดุอื่นๆ เช่น พลาสติก ยาง แก้ว ของเหลว 24% ทำให้ปัจจุบันมีการนำรถยนต์เก่ามารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่มากขึ้น โดยในแต่ละปีมีของเสียจากอุตสาหกรรมยานยนต์ถึง 94% และมีรถยนต์ที่กลายเป็นขยะมากกว่า 10 ล้านตัน

ส่วนการจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุในประเทศไทย มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม 2549 ภายใต้โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปัตตานี และนราธิวาส รวมทั้งสิ้น 180 ตัน และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2550 อีกจำนวน 200 คัน

สำหรับรถยนต์เก่าที่มีโครงสร้างส่วนใหญ่ทำจากเหล็ก ก่อนการดำเนินการจัดวางจะต้องถอดชุดเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ระบบเบรค และชิ้นส่วนต่างๆ เช่น เบาะนั่ง กระจก ล้อ ฯลฯ ออกทั้งหมด โดยเหลือแต่ตัวถัง ส่วนหัวเก๋ง และทำความสะอาดขจัดคราบไขมัน คราบน้ำมันหรือจาระบีที่ติดอยู่กับซากรถยนต์ออกให้หมดก่อน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (กรมประมง, 2550ค)

ข้อดี – ข้อเสียของการสร้างปะการังเทียมด้วยรถยนต์เก่า มีดังนี้

ข้อดี
- หาได้ง่าย ราคาไม่แพง และสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือขนาดใหญ่ในการเคลื่อนย้าย

ข้อเสีย
- ต้องใช้แรงงานมากและเสียค่าใช้จ่ายสูงสำหรับการถอดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการออก ตลอดจนการทำความสะอาดขจัดคราบน้ำมันต่าง ๆ
- มีอายุการใช้งานเพียง 1-5 ปีเท่านั้น และดึงดูดสิ่งมีชีวิตพวกเกาะติดและปลาได้ดีในช่วงปีที่ 1-3 เท่านั้น เมื่อย่างเข้าปีที่ 4 โครงสร้างรถยนต์จะเริ่มผุกร่อนและสลายไป
- ไม่มีความมั่นคง และง่ายต่อการเคลื่อนที่โดยพายุ หรืออวนลาก
- ไฟเบอร์กลาส และยางพลาสติกที่ประกอบอยู่กับตัวรถ หากไม่ได้เอาออกก่อนการจัดวางอาจเกิดการหลุดลอยกระจายอยู่ในมวลน้ำได้ เมื่อโลหะมีการกัดกร่อน

ข้อเสนอแนะ
- โครงสร้างรถยนต์ที่จะนำมาจัดสร้างเป็นปะการังเทียม ควรมีการถอดชิ้นส่วนบางอย่างออกก่อน ได้แก่ การถอดชุดเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ระบบเบรก ของเหลวภายในระบบหล่อเย็น อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ที่สามารถปล่อยสาร Polychlorinated Biphenyls (PCBs) ออกมาได้ และชิ้นส่วนต่างๆ เช่น เบาะนั่ง กระจก ล้อ พลาสติก ฯลฯ และทำความสะอาด ขจัดคราบไขมัน คราบน้ำมันหรือจาระบี ที่ติดอยู่กับซากรถยนต์ด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูงในทุกๆ ส่วน เช่น ในถังน้ำมัน สายและปั้มเบรก แกนล้อ ระบบพวงมาลัย ระบบเกียร์ เป็นต้น รวมทั้งการเจาะรูที่ตัวถังน้ำมันเพื่อป้องกันการลอยตัวของวัสดุหลังการจัดวาง
- การนำโครงสร้างเหล็กของตัวถังรถยนต์มารีไซเคิลอาจให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่ากว่าการนำไปจัดวางไว้บนพื้นทะเล ซึ่งจะถูกกัดกร่อนในเวลาไม่กี่ปี