ก้อนหิน

การใช้ก้อนหินในการทำปะการังเทียมนั้นได้แนวความคิดมาจากแนวหินโสโครกในทะเลธรรมชาติ ซึ่งจะมีสัตว์น้ำนานาชนิดอาศัยอยู่ วิธีการคือนำเอาก้อนหินขนาดใหญ่ไปทิ้งลงในทะเลเป็นแนวยาวโดยไม่ให้ขัดขวางเส้นทางการเดินเรือ วิธีนี้มีการลงทุนต่ำ สามารถหาวัสดุได้ง่าย มีความทนทานสูง และสามารถขัดขวางเรือประมงอวนลากที่เข้ามาจับสัตว์น้ำในเขตชายฝั่ง ซึ่งเป็นการทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อนและทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำในบริเวณชายฝั่งได้ แต่การขนส่งก้อนหินนั้นทำได้ลำบากเพราะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก สัตว์น้ำที่เข้ามาอาศัยอย่างถาวรอาจมีน้อย เพราะส่วนใหญ่จะทำเป็นแนวหินยาวๆ ในทะเล ไม่เหมาะที่สัตว์น้ำจะใช้อยู่อาศัย แต่สัตว์น้ำอาจใช้เป็นที่หลบซ่อนได้บ้าง

วัสดุก้อนหินที่ใช้ในการสร้างปะการังเทียม

ในรัฐ California มีการจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุก้อนหินมาตั้งแต่ปี 1958 ซึ่งจากการเปรียบเทียบปะการังเทียมที่สร้างด้วยวัสดุก้อนหินจากเหมืองแร่ วัสดุคอนกรีตประกอบ รถยนต์เก่าและรถราง พบว่าปะการังเทียมที่สร้างด้วยวัสดุก้อนหินจากเหมืองแร่สามารถดึงดูดปลาให้เข้ามาอยู่อาศัยได้ดี รองจากวัสดุคอนกรีตประกอบ ขณะเดียวกันวัสดุก้อนหินถูกพิจารณาว่าเป็นวัสดุที่ดีกว่าวัสดุอื่น ๆ ด้วยราคาที่ถูกกว่า การเคลื่อนย้ายทำได้ง่าย และช่วยลดการกัดกร่อนและการตกตะกอนบริเวณรอบๆ แนวหิน

ในรัฐ Florida มีการนำหินปูนจากเหมืองแร่มาพัฒนาเป็นปะการังเทียม โดยเริ่มต้นขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเลตอนใต้ตามเมืองต่างๆ กว่าครึ่งรัฐ ซึ่งระหว่างปี 1985 และ 2002 มีการจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุหินปูนในรัฐ Florida บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้หลายแห่ง ได้แก่ เมือง Dade จำนวน 11 แนว Broward 1 แนว Palm 11 แนว และ Martin 1 แนว ส่วนด้านฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ มีการจัดสร้างที่น้อยกว่า ได้แก่ บริเวณแขวง Collier 4 แนว Lee 2 แนว และแขวง Pinellas 1 แนว รวมปะการังเทียมทั้งหมด 31 แนว ซึ่งมีเพียง 4 แนวที่ถูกแทนที่ด้วยตะกอนพื้นทะเลจากการขยายตัวของท่าเรือ การปรับปรุงชายหาด และจากการวางแนวสายเคเบิลใต้น้ำ และในปี 1996 มีโครงการที่จะเคลื่อนย้ายหินปูนจากบริเวณท่าเรือ Miami เพื่อจัดสร้างเป็นปะการังเทียมบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2003 รวมน้ำหนักหินทั้งหมด 100,000 ตัน

ขณะเดียวกันพบว่าวัสดุหินปูนที่ใช้จัดสร้างปะการังเทียม จะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำที่มีความคงทนมากหากจัดสร้างในเขตน้ำตื้น ส่วนการจัดวางในบริเวณที่มีการเคลื่อนย้ายของทรายสูง หรือบริเวณที่มีทรายปกคลุมพื้นผิวแข็งมากกว่า 4 ฟุต ผลที่ตามมาคือ หินจะถูกทับถมด้วยทราย หรือหินเกิดการทรุดตัวและจมตัวในที่สุด ตัวอย่างเช่น การจัดสร้างปะการังเทียมเพื่อการดำน้ำตื้น Boca Raton บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งห่างจากฝั่ง 50 ฟุตที่ระดับความลึก 9 ฟุต โดยใช้ก้อนหินขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-4 ฟุต จากการติดตามผลหลังการจัดสร้าง 9 เดือน พบว่ามีปลาทั้งหมด 23 ชนิดบริเวณปะการังเทียม และปะการังเทียมที่สร้างขึ้นนี้ เป็นแนวอยู่ห่างจากฝั่งไม่มากนัก สามารถเข้าถึงได้ง่าย จึงเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวดำน้ำตื้นได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไป 4 เดือน พบว่า ปะการังเทียมดังกล่าวถูกฝังกลบโดยตะกอนจนมิด

ในวันที่ 18 มกราคม 2001 มีการย้ายวัสดุหินปูนจำนวน 400 ตัน จาก Palm Beach Boca Raton Reef Site #1 จัดสร้างเป็นปะการังเทียมที่ระดับความลึก 70 ฟุต ที่มีชื่อว่า Tycom Reef ซึ่งจากการติดตามผลหลังการจัดวางในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2001 พบว่าไม่มีการลงเกาะของตัวอ่อนปะการังแข็งบนก้อนหินปูน แต่พบพวกฟองน้ำเคลือบไบรโอซัว ไฮดรอยด์ เพรียง หนอนท่อ ตัวอ่อนเม่น ปูธนู (crabs arrow) ปลาทะเลวัยอ่อน ปลาขนาดเล็ก กลาง และใหญ่อีกหลายชนิด

นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุก้อนหินอีกหลายแห่ง เช่น การจัดสร้างปะการังเทียมด้วยหินปูนในรัฐ Mississippi จำนวน 4,500 ก้อน ในปี 1995 ซึ่งจากการติดตามผลในปี 1995-2001 พบว่าบนก้อนหินปูนมีตัวอ่อนของหอยนางรมลงเกาะเป็นจำนวนมาก และได้กลายเป็นแนวหอยนางรมในเวลาต่อมา แต่ก็มีบางส่วนที่โดนพายุเฮอร์ริเคนทำลายในปี 1998 นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างปะการังเทียมในทะเลสาบ Pontcharrtrain และทะเสสาบ Pelto รัฐ Louisiana ในปี 2000 และ 2001 โดยมหาวิทยาลัย New Orleans และ Louisiana State University ได้จัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุหินปูน น้ำหนักรวม 4,000 ตัน ในรัฐ Maryland ซึ่งพบว่าปะการังเทียมดังกล่าวสามารถดึงดูดปลาได้เป็นอย่างดี และการจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุหินเหมืองแร่ บริเวณนอกชายฝั่ง Sabine Pass รัฐ Texas ในปี 1998 เป็นต้น (Lukens and Selberg, 2004)

ข้อดี – ข้อเสียของการสร้างปะการังเทียมด้วยก้อนหิน มีดังนี้

ข้อดี
- มีองค์ประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการสะสมหินปูนของปะการังธรรมชาติ
- มีความแข็งแรง ทนทาน และน้ำหนักมาก สามารถต้านทานกระแสน้ำได้ดีและคงสภาพอยู่ได้นาน ไม่ค่อยเคลื่อนจากตำแหน่งที่จัดวาง
- สามารถดึงดูดปลาให้เข้ามาอยู่อาศัยและมีพื้นที่ผิวมาก เหมาะสำหรับการลงเกาะของสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตแบบเกาะติด
- ขนาดที่แตกต่างกันของก้อนหิน ทำให้สามารถดึงดูดชนิดสัตว์น้ำวัยต่างๆ ให้เข้ามาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

ข้อเสีย
- การจัดสร้างปะการังเทียมที่มีโครงสร้างซับซ้อนสามารถทำได้ยาก เนื่องจากก้อนหินไม่มีช่องโหว่ หรือมีโพรงอยู่ตรงกลาง
- การลำเลียง และเคลื่อนย้ายจากแหล่งวัสดุไปยังบริเวณที่จัดวางมีความลำบากและต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง

ข้อเสนอแนะ
- ขนาดของก้อนหินที่ใช้จัดสร้าง หากมีความแตกต่างกันมาก จะทำให้เกิดช่องว่างที่มากขึ้น ซึ่งขนาดช่องว่างที่หลากหลายจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาตัวอ่อนของตัวสิ่งมีชีวิตระยะต่างๆ ได้แตกต่างกัน
- หินที่วางมีส่วนเกี่ยวข้องกับปริมาณตะกอนในน้ำ การผุกร่อนของหินปูนทำให้เกิดตะกอนในมวลน้ำมากขึ้น