ไม้

การใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ท่อนไม้ ไม้ไผ่ ทางมะพร้าวและทางปาล์ม มาจัดทำเป็นเครื่องมือดึงดูดปลา หรือที่มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Fish Aggregating Device (FADs) หรือที่ชาวไทยเรียกว่า ซั้ง หรือภาษาใต้เรียกว่า อูหยำ นั้น (Ibrahim et al.,1999, สุนันทา, 2550) เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งมีการจัดทำกันในหลายส่วนของโลก เช่น การใช้ต้นหลิวและกิ่งก้านของต้น Myrtle ทำซั้งในบริเวณชายฝั่ง Mississippi และ Louisiana เพื่อดึงดูดปู การใช้ท่อนไม้ทำซึ้งเพื่อดึงดูดและเป็นที่อยู่อาศัยของปลาชีพส์เฮด (sheepshead) บริเวณทางใต้ของรัฐ Carolina (Luken, 1997) และการใช้ทางมะพร้าวทำซั้งในประเทศมาเลเซียและประเทศไทย เป็นต้น (Ibrahim et .al.,1996; สุนันทา, 2550)

FADs หรือ ซั้ง หมายถึง อุปกรณ์ที่ทำให้ปลามาอยู่รวมกัน ซึ่งมีที่มาจากสิ่งของลอยน้ำต่าง ๆ โดยมีปลาเล็กปลาน้อยเข้ามาอาศัยร่มเงา และจะมีปลาขนาดใหญ่ติดตามอาหารไปด้วย (วันชัย, 2546) สำหรับวัสดุที่ใช้ทำซึ้งหรืออูหยำนั้นส่วนใหญ่เป็นวัสดุที่ได้จากพืช เช่น ไม้ไผ่ ต้นปาล์ม กิ่งไม้ ซึ่งนับว่าซึ้งเป็นปะการังแบบประหยัดแบบหนึ่ง โดยในการทำซึ้งนั้นชาวประมงจะใช้วัสดุต่างๆ เช่น ทางมะพร้าว มาผูกมัดรวมกันและถ่วงด้วยก้อนหิน หรือผูกมัดกับโขดหินใต้น้ำไม่ให้ลอยออกไปจากจุดที่ต้องการ ส่วนด้านบนจะผูกติดไว้กับทุ่น ซึ่งปกติการทำซึ้ง หรืออูหยำนั้น จะทำที่ระดับความลึกตั้งแต่ 10-30 เมตร ห่างจากชายฝั่ง 5-60 กิโลเมตร และแต่ละจุดที่ทำจะห่างกันตั้งแต่ 5-20 เมตร (Ibrahim et al., 1996) โดยวัตถุประสงค์หลักของการสร้างซึ้ง คือ ต้องการใช้เป็นแหล่งดึงดูดปลาและสัตว์น้ำให้เข้ามารวมกันเพื่อทำการประมงในบริเวณนั้น ซึ่งปลาที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นปลาผิวน้ำ (pelagic fish) เช่น ปลาอินทรีย์ ปลาสาก ปลาอีโต้มอญ ปลากะโทงเทง ปลากะโทงร่ม เป็นต้น (วันชัย, 2546)

การจัดทำซั้งโดยใช้ทางมะพร้าว

รูปแบบปะการังเทียมที่สร้างจากวัสดุทางมะพร้าว (Ibrahim et al., 1996)

ข้อดี - ข้อเสียของปะการังเทียมที่สร้างด้วยวัสดุจากไม้ มีดังนี้

ข้อดี
- ประหยัด เนื่องจากวัสดุที่ใช้สามารถหาได้จากธรรมชาติ และเป็นการนำส่วนต่าง ๆ ของพืชมาใช้ให้เกิดประโยชน์
- เป็นการเพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยให้สัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น เพรียงเจาะไม้ (ship worms) หอย และหมึก เป็นต้น ซึ่งจะดึงดูดให้ปลาผู้ล่าเข้ามาหาอาหาร ทำให้บริเวณดังกล่าวมีปลาเพิ่มมากขึ้น

ข้อเสีย
- น้ำหนักเบา การจัดสร้างจึงจำเป็นต้องมีการนำวัสดุอื่นมาประกอบด้วย เพื่อไม่ให้ปะการังเทียมที่จัดสร้างขึ้นมีการเคลื่อนไปจากตำแหน่ง
- มีความทนทานน้อยเมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมทางทะเล เนื่องจากวัสดุเหล่านี้จะถูกย่อยสลายโดยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
ทำให้เกิดการผุพังและหลุดลอยไปจากตำแหน่งที่วางภายในเวลาอันรวดเร็ว
- เมื่อไม้เกิดการเน่าเปื่อยอาจเป็นตัวชักนำสารพิษเข้าสู่สิ่งแวดล้อม

ข้อเสนอแนะ
- การใช้ประโยชน์จากไม้ในฐานะวัสดุจัดสร้างปะการังเทียมมีขีดจำกัด คือ มีอายุการใช้งานต่ำ ผุพังเร็ว และต้องทำวัสดุมาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อไป
- การรักษากลุ่มไม้อยู่ให้ตามตำแหน่งจำเป็นต้องมีการถ่วงด้วยวัสดุอื่นที่มีน้ำหนักมาก เช่น คอนกรีต ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนในการจัดสร้างเพิ่มขึ้นทั้งค่าวัสดุที่ใช้ถ่วงและค่าแรงงาน เป็นต้น

การกระทำโดยกระบวนทางเคมี อาจเป็นการชักนำสารพิษที่แฝงอยู่ในไม้ให้เข้าสู่สิ่งแวดล้อมได้ เมื่อเกิดการผุพังหรือแตกหักของท่อนไม้ ดังนั้นในการเลือกใช้ไม้เพื่อนำมาจัดสร้างปะการังเทียมควรพิจารณาถึงองค์ประกอบทางเคมีที่มีอยู่ในไม้ให้ดีก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมา