เป็นแหล่งตกปลา

บริเวณปะการังเทียม นอกจากจะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิดและเป็นแหล่งทำการประมงแล้ว บริเวณปะการังเทียมยังเป็นแหล่งตกปลาที่สำคัญของนักตกปลาอีกด้วย ตัวอย่างเช่น การจัดวางปะการังเทียมในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี และนราธิวาส ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งได้กลายเป็นการสนับสนุนอาชีพตกปลาจนกลายเป็นแหล่งประมงขนาดใหญ่ที่สามารถตกปลาได้เกือบตลอดทั้งปี โดยแต่เดิมนั้นการตกปลาในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นที่รู้จักดีของนักท่องเที่ยว และได้มีการจัดให้มีงานการท่องเที่ยวตกปลาที่อำเภอสายบุรี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 ในช่วงเดือนเมษายน ใช้เวลาในการแข่งขันตกปลาประมาณ 2 วัน และได้มีการจัดต่อเนื่องมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งประโยชน์จากการท่องเที่ยวตกปลานั้นชาวประมงจะได้รับการติดต่อเช่าเหมาเรือไปยังแหล่งตกปลาในราคาประมาณ 1,200 บาท/ลำ/วัน และเมื่อสามารถท่องเที่ยวตกปลาได้ตลอดทั้งปี ไม่จำกัดเฉพาะในวันที่กำหนดแข่งขันแล้ว ชาวประมงจึงได้รวมกลุ่มกันใช้ความรู้ความสามารถในการตกปลาเป็นอาชีพ รวมถึงใช้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นให้ข้อมูลต่างๆ แก่นักท่องเที่ยว เช่น สภาพคลื่นลมในทะเล แหล่งตกปลา วันและเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวตกปลา และดำน้ำดูฝูงปลาในบริเวณแหล่งปะการังเทียม ตลอดจนให้เช่าเหมาเรือและนำเที่ยวทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน (กรมประมง, 2547ก) ทำให้บางพื้นที่มีการจัดวางปะการังเทียมขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งตกปลาโดยเฉพาะ เช่น การจัดวางปะการังเทียมบริเวณซากเรือป๋าจ๋า ต.ช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 โดยชมรมเรือตกปลาช่องแสมสาร ร่วมกับเครือข่ายนักตกปลาทางอินเตอร์เน็ตโดยใช้วัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้างได้แก่ ลูกปูนที่ใช้สำหรับทดสอบความแข็งของคอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ 6x6x6 นิ้ว ลูกปูนตันขนาด 8x8x8 นิ้ว ลูกปูนรูปทรงกระบอก และแท่งคอนกรีตสำหรับทำช่องระบายอากาศ ขนาด 8x8x8 นิ้ว ซึ่งภายในโปร่ง จากนั้นนำวัสดุต่างๆ มาประกอบกันเป็นรูปทรงต่างๆ โดยเชื่อมด้วยกาวซีเมนต์และการจัดสร้างปะการังเทียมด้วยวัสดุยางรถยนต์เก่าที่จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น

ปะการังเทียมเพื่อเป็นแหล่งตกปลา บริเวณตำบลช่องแสมสาร จังหวัดชลบุรี

ปะการังเทียมเพื่อเป็นแหล่งตกปลา บริเวณตำบลช่องแสมสาร จังหวัดชลบุรี

การจัดสร้างปะการังเทียมเพื่อเป็นแหล่งตกปลา จังหวัดภูเก็ต

การจัดสร้างปะการังเทียมเพื่อเป็นแหล่งตกปลา จังหวัดภูเก็ต