เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตพวกเกาะติด

Ponti และคณะ (2002) กล่าวว่า บริเวณปะการังเทียมสามารถพบสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เนื่องจากปะการังเทียมมีลักษณะพื้นผิวที่แข็งเหมาะสำหรับสิ่งมีชีวิตจำพวกยึดเกาะ ซึ่งสามารถรับอาหารจากตะกอนแขวนลอย หรือแพลงก์ตอนพืชในบริเวณนั้นได้ จึงทำให้ในบริเวณดังกล่าวมีสิ่งมีชีวิตพวกกรองกิน (filter feeders) ชุกชุม โดยทั่วไปในบริเวณที่มีการจัดสร้างปะการังเทียมจะพบสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดคล้ายๆ กัน โดยสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดที่สามารถพบได้บ่อยหลังจากทีมีการสร้างปะการังเทียมในแต่ละบริเวณ ได้แก่ พวกไฮโดรซัว ไส้เดือนทะเลชนิดสร้างท่อ หอย โบร โอซัว ทูนิเคต (tunicates) และฟองน้ำ (sponges) เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาการพัฒนาก่อตัวของสัตว์บนพื้นผิวโครงสร้างแนวหินเทียมระนอง 3 (R3) จังหวัดระนองของ Phongsuwan และคณะ (1993) พบว่าหลังจากที่มีการวางปะการังเทียมไปแล้วประมาณ 4 เดือน จะพบสิ่งมีชีวิตเกาะติดจำพวกเพรียงหัวหอม (ascidian) เพรียงหินสกุล Balanus ไบรโอซัว ไส้เดือนทะเลชนิดสร้างท่อ ตัวอ่อนของแอนโทซัว สกุล Melihea และหอยสองฝา (bivalve) สกุล Pinctada เริ่มเข้ามาอาศัยอยู่บนพื้นผิวของปะการังเทียมโดยเฉพาะเพรียงหัวหอม และแอนโทซัว ที่สามารถลงเกาะและเจริญเติบโตบนพื้นผิวของปะการังเทียมได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่มีการวางปะการังเทียม เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้มีวงจรชีวิตในช่วงระยะเวลาตัวอ่อนสั้น ทำให้สามารถพัฒนาตัวอ่อนให้เข้าสู่ระยะที่สามารถลงเกาะได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเวลาผ่านไปจะส่งผลให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้มีความหนาแน่นมากขึ้น สิ่งมีชีวิตที่เข้ามายึดเกาะบนพื้นผิวปะการังเทียมกลุ่มแรก (primary settlement) อาจจะเป็นที่ยึดเกาะของสิ่งมีชีวิตพวกยึดเกาะอันดับ 2 (secondary settlement) เช่น จากการศึกษาของ Ardizzone และคณะ (1996) ในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศอิตาลี พบว่าหลังจากมีการจัดวางปะการังเทียมบนแท่นคอนกรีตไปแล้ว สิ่งมีชีวิตกลุ่มเด่นที่เข้ามาเกาะบนปะการังเทียมกลุ่มแรกๆ ได้แก่ พวกไฮดรอยด์ (Hydroids) 2 ชนิด คือ Obelia dichotoma และ Bouganvila ramosa แต่หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือน จะมีตัวอ่อนหอยแมลงภู่ระยะลงเกาะ (mussel pedivelligers) มาเกาะอยู่บนไฮดรอยด์ และเมื่อหอยกลุ่มนี้เข้าสู่ระยะวัยรุ่นก็จะย้ายลงมาเกาะบนบริเวณผิวปะการังเทียมแทน นอกจากนี้ยังพบว่าพวกหอยและเพรียง ยังเป็นที่อยู่อาศัยหรือเป็นที่ยึดเกาะอันดับสองให้กับสัตว์ชนิดอื่นอีก ตัวอย่างเช่น การศึกษาของ Ponti และคณะ (2002) บริเวณตอนเหนือของทะเล Adriatic ประเทศอิตาลีพบว่ามีไส้เดือนทะเลชนิด Polydora cilata สร้างท่ออยู่บนเปลือกของหอยนางรมที่เกาะอยู่บนพื้นผิวของปะการังเทียม และยังพบสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดกลุ่มไซปันคูลิด (sipunculid) และหอยสองฝาชนิด Gastrochena dubia เกาะติดอยู่บนเปลือกหอยนางรมด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ามีสิ่งมีชีวิตจำพวกคืบคลานหรือสัตว์หน้าดินจำพวกไส้เดือนทะเลชนิด Lumbrinerets fragils และชนิด Spio multioculata เข้ามาอาศัยบริเวณปะการังเทียมด้วยเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ Phongsuwan และคณะ (1993) พบว่าบริเวณปะการังเทียมยังสามารถพบสิ่งมีชีวิตจำพวกคืบคลานหรือพวกสัตว์หน้าดินที่ปกติจะอาศัยอยู่ตามพื้นทรายเข้ามาอยู่อาศัยได้อีกด้วย เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้จะเข้ามาล่าเหยื่อที่อาศัยอยู่บนพื้นผิวปะการังเทียม เช่น หอยสองฝาสกุล Conus หอยสองฝาชนิด Murex djarlaensts popei Trachyearudium Inode และ chiehourus ramose ดาวทะเลสกุล Pentaceraster และปูสกุล charbdis เป็นต้น ดังนั้น เราจึงพบว่าในบริเวณที่มีการจัดสร้างปะการังเทียมจะมีสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดและสัตว์หน้าดิน รวมถึงสัตว์จำพวกคืบคลานเข้ามาอยู่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สาหร่ายทะเลเป็นสิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาเกาะติดและอาศัยอยู่บนปะการังเทียม จากการศึกษาของ Falace และ Bressan (2002) บริเวณแนวปะการังเทียม Loanao ในทะเล Ligurian ประเทศอิตาลีพบว่าบนพื้นผิวของปะการังเทียมมีสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่เกาะติดอยู่หลายชนิด แบ่งเป็นสาหร่ายสีแดง (Rhodophycese) 64 ชนิด สาหร่ายสีน้ำตาล (Phaephyceae) 20 ชนิด และสาหร่ายสีเขียว (Chlorophycene) 9 ชนิด โดยสาหร่ายที่มีความโดดเด่นมากคือสาหร่ายสีน้ำตาลชนิด Sargassum vulgure และชนิด Sopocaulan scoparium ซึ่งสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่เหล่านี้มีความสำคัญในแง่ของผู้ผลิตเบื้องต้นต่อสิ่งมีชีวิตอื่นที่เข้ามาอยู่อาศัยในปะการังเทียมบริเวณนั้น นอกจากนี้ในบางประเทศมีการสร้างปะการังเทียมให้เป็นที่ยึดเกาะของสาหร่ายทะเลโดยเฉพาะ เช่น ในประเทศญี่ปุ่นมีการทดลองสร้างปะการังเทียมสำหรับเป็นที่ยึดเกาะของสาหร่ายทะเล Laminaris spp. และสาหร่ายชนิดที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ ในประเทศสกอตแลนด์ มีการสร้างปะการังเทียมให้เป็นที่ยึดเกาะของสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่เพื่อช่วยกรองของเสียจากฟาร์มปลา เป็นต้น (Nantilus Consultants, 2003) โครงสร้างที่ซับซ้อนของปะการังเทียมเป็นสิ่งดึงดูดให้ปลาชนิดต่าง ๆ เข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณนี้ และเหมาะสมสำหรับเป็นที่หลบซ่อนของปลานักล่า เช่น ปลาสีกุนชนิด Chloroscombrus chrysurus เพราะสามารถหลบซ่อนตัวไม่ให้เหยื่อเห็น จึงทำให้ปลาชนิดนี้เป็นปลาชนิดเด่นในบริเวณปะการังเทียม ขณะเดียวกันปลาบางชนิดก็ใช้ปะการังเทียมเป็นที่หลบภัยจากผู้ล่าอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์สำหรับพวกปลาที่เข้ามาอยู่อาศัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสิ่งมีชีวิตพวกสาหร่ายสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์หน้าดิน ด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้บริเวณปะการังเทียมมีปลาเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ทั้งปลาที่อาศัยอยู่ตลอดเวลาและปลาที่เข้ามาอาศัยเพียงชั่วคราว เช่น การศึกษาของ Lok และคณะ (2002) จากแนวปะการังเทียมในประเทศตุรกี 3 บริเวณคือ Island, Dalyanoy และ Orkmez พบปลาทั้งหมด 19 ชนิด เป็นกลุ่มปลาที่เข้ามาอยู่อาศัยอยู่ถาวร (residents) 13 ชนิด กลุ่มปลาที่เข้ามาเยือนพื้นที่เป็นครั้งคราว (visitor) 5 ชนิด และปลาที่เข้ามาอยู่อาศัยชั่วคราว (transient) 1 ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็นปลาที่มีค่าทางเศรษฐกิจ คิดเป็น 58% นอกจากนี้ยังพบสาหร่ายชนิดต่าง ๆ อีก 100 ชนิด และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 25 ชนิด ที่ขึ้นและอาศัยอยู่ในบริเวณปะการังเทียม และจากการศึกษาพฤติกรรมการอยู่อาศัยของปลาบริเวณปะการังเทียมของ Satapoomin (1994) พบว่ามีปลาที่เข้ามาอยู่อาศัยบริเวณปะการังเทียมทั้งหมด 5 กลุ่ม ซึ่งในแต่ละกลุ่มจะมีพฤติกรรมการอยู่อาศัยในบริเวณปะการังเทียมแตกต่างกันดังนี้

พฤติกรรมการอยู่อาศัยของปลาแต่ละกลุ่มในบริเวณปะการังเทียม (Satapoomin, 1994)

กลุ่ม A

คือ ปลาที่ชอบอาศัยอยู่ติดกับโครงสร้างปะการังเทียม และอาจจะอยู่ตามโพรงหรือรอยแตกของปะการังเทียม ได้แก่ ปลาในวงศ์ปลากะรังหรือปลาเก๋า (Serranidae) สกุล Caphalopholis และ Epinephelus เป็นต้น วงศ์ปลาสิงโต (Scorpaenidae) สกุล Pleroismile, Denadrochirus และ Scorpaenopsis วงศ์ปลาหลังจุด (Pseudochromidae) สกุล Pseudochroumis และ วงศ์ปลาตั๊กแตนหิน (Blennidae) เช่น ชนิดวงศ์ Escenius bicolor และ Petroscitrtes variabilis เป็นต้น

กลุ่ม C

คือ ปลาที่ชอบว่ายน้ำผ่านโครงสร้างปะการังเทียม หรือว่ายน้ำทั่วบริเวณโครงสร้างปะการังเทียม แต่บางเวลาก็จะอาศัยอยู่ใกล้กับโครงสร้างปะการังเทียม ปลาในกลุ่มนี้ได้แก่ วงศ์ปลากะพง (Lutjanidue) วงศ์ปลาสร้อยนกเขา (Hacmulidae) วงศ์ปลากระต่าย (Singanidae) วงศ์ปลาแป้น (Leiognathidae) วงศ์ปลาผีเสื้อ (Chaetodentidae) วงศ์ปลาสินสมุทร (Pornacanthidae) วงศ์ปลาวัว (Balistidae) วงศ์ปลาขี้ตัวเป็ด (Acanthuridae) เป็นต้น

กลุ่ม D

คือ ปลาที่ชอบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล และบางเวลาจะเคลื่อนที่เข้ารอบๆ ฐานของโครงสร้างปะการังเทียม แต่อาณาเขตของปลากลุ่มนี้ อาจจะไกลห่างออกไปจากปะการังเทียม ปลาในกลุ่มนี้ ได้แก่ วงศ์ปลาแพะ (Mullidae) วงศ์ปลาทรายขาว (Nemipteridae) สกุล Scolopisis วงศ์พวกปลาหมูสี (Lethrindae) สกุล Lethrinus วงศ์ปลาตาแหงน (Mugiloldidae) สกุล Parapercis วงศ์ปลาปากคม (Synodomitidae) และ Synodus วงศ์ปลาช่อนทะเล (Rachycentirdae) ชนิด Rachycentron cunadum เป็นต้น และปลาในกลุ่มนี้บางชนิดจะอาศัยอยู่ในรู เช่น พวกปลาบู่ (Gobids) และปลาไหลมอเรย์ (Moray eels) เป็นต้น

กลุ่ม E

คือ ปลาที่ชอบอาศัยอยู่บริเวณกลางน้ำและผิวน้ำ ส่วนใหญ่จะอยู่รวมกันเป็นฝูง ปลาในกลุ่มนี้ได้แก่ ปลาในวงศ์ปลากล้วย (Caseionidae) วงศ์ปลาหางแข็งหรือปลาสีกุน วงศ์ปลาค้างคาวหรือปลาหูช้าง (Ephippidae) สกุล Plataxtetira วงศ์ปลาสาก (Sphyraenidae) สกุล Sphyreara วงศ์ปลาไส้ตันหรือหลังแถบ สกุล Stolephorus วงศ์ปลากระพุงเหวแม่หม้าย (Hemiramphidae) สกุล Hemirhamphus และวงศ์ปลากระเบนค้างคาว (Myliobatidae) ชนิด Aestobatus narinari เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่า พฤติกรรมการอยู่อาศัยของปลาบางชนิดบริเวณปะการังเทียม ในแต่ละช่วงวงจรชีวิตอาจจะแตกต่างกัน หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม เช่น ปลากะพงเหลืองเข้ม ชนิด Lutjanus Lutjanus และชนิด L.vitta ในระยะวัยรุ่นจะมีพฤติกรรมชอบว่ายน้ำใกล้กับโครงสร้างปะการังเทียม แต่เมื่อโตเต็มวัยจะมีพฤติกรรมเป็นปลาที่ว่ายน้ำผ่านโครงสร้างปะการังเทียม หรือว่ายน้ำทั่วบริเวณโครงสร้างปะการังเทียม ปลาทรายขาวตอนระยะวัยรุ่นชอบว่ายน้ำใกล้กับโครงสร้างปะการังเทียม แต่พอเข้าสู่ระยะตัวเต็มวัยจะเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ตามผิวดิน เป็นต้น