ขนาด
การจัดการที่ดินชายฝั่ง
  • 1 สิงหาคม 2556
  • 1,319

คำจำกัดความที่ดินชายฝั่ง

ที่ดิน
          ตามประมวลกฎหมายที่ดิน (มาตรา1) หมายถึง พื้นที่ดินทั่วไปและให้หมายความรวมถึงภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเลด้วย

พื้นที่ดินทั่วไป
          คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นว่า หมายถึงพื้นผิวโลกจะอยู่บนบกหรือใต้น้ำก็ได้ ดังนั้น พื้นผิวโลก อันเป็นที่ดินใต้ทะเลที่ประเทศไทย มีอำนาจอธิปไตยจึงเป็นที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินด้วย

          สถานภาพของพื้นดินในทะเลในอาณาเขตของประเทศไทย ถือได้เป็นที่ซึ่งประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันในการคมนาคมและการประมง ดังนั้น ทะเลจึงเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามมาตรา 1304 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และความเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินของทะเล นี้รวมถึงที่ดินที่อยู่ใต้ทะเลด้วย เพราะเป็นองค์ประกอบของความเป็นทะเลด้วยกัน และสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นกฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นทรัพย์สินของรัฐ และมีไว้ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน สาธารณะสมบัติของแผ่นดินต่างๆ นั้น จะต้องคงสภาพเดิมตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยนำไปใช้เพื่อการอื่นใดมิได้ เว้นแต่จะเป็นการใช้ “ชั่วคราว” ที่ไม่ทำลายวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีสาธารณสมบัติของแผ่นดินดังกล่าวขึ้นตลอดไป มาตรา1305 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่บัญญัติห้ามมิให้โอนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เว้นแต่จะเป็นไปตามอำนาจแห่งบทกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้คงสภาพความเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไว้ ตามวัตถุประสงค์ตลอดไป การใช้พื้นที่ดังกล่าวนั้นโดยพลการ เช่น การถมพื้นที่ในทะเลโดยพลการหรือโดยได้รับอนุญาต ตาม มาตรา 117 หรือมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2456 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2536 อันเป็นการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทะเลเพื่อเอกชนเป็นการชั่วคราวก็ดี จึงไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานะทางกฎหมายของทะเลแต่อย่างใด ยังคงเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินประเภทสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันอยู่ต่อไปเช่นเดิมการจะนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการอื่นเป็นการถาวรหรือโอนไปยังบุคคลใดจึงกระทำมิได้เว้นแต่จะมีการถอนสภาพความเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันนั้นเสียก่อน

ดังนั้น ที่ดินชายทะเล จึงมีความหมายเป็นสองนัย คือ
          - พื้นที่ที่ดินเหนือแนวฝั่งทะเลที่ติดต่อส่วนทะเลลึกเข้ามาในแผ่นดินโดยที่ดินเหล่านั้นจะได้รับอิทธิพลของทะเลเข้าถึงจนถึงที่สูงสุดด้านในที่ขวางกั้น อิทธิพลของทะเลไว้
          - พื้นที่ดินใต้ทะเลและทะเล ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันในน่านน้ำไทย

คำจำกัดความที่เกี่ยวข้องที่ดินชายฝั่ง
          1. เขตชายฝั่งทะเล (Coastal Zone) หมายถึง พื้นที่ผิวโลกที่มีสภาพภูมิประเทศและระบบนิเวศที่มีลักษณะเฉพาะครอบคลุมทั้งบริเวณส่วนที่เป็นพื้นดิน และพื้นน้ำทะเลที่ติดต่อเนื่องกันโดยส่วนพื้นดินได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเล และในส่วนพื้นน้ำทะเลซึ่งพื้นดินสามารถ ส่งผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมมาถึง เช่น น้ำจืด และตะกอนดินจากบริเวณที่สูงจะไหลลงสู่ชายฝั่งและลงสู่ทะเล อิทธิพลของสิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเค็มของน้ำทะเล และนำแร่ธาตุอาหารมาสู่ทะเล ซึ่งช่วยให้โซ่อาหาร (food chain) บริเวณชายฝั่งสามารถดำรงอยู่ได้ อิทธิพลจากน้ำทะเลสามารถพบได้ในบริเวณพื้นดิน เช่น น้ำทะเลไหลบริเวณปากแม่น้ำและแม่น้ำ กระแสน้ำทะเลที่กัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งดินมีความเค็ม เป็นต้น อิทธิพลจากทะเลและจากฝั่งรวมกัน ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ที่มีลักษณะเฉพาะและไม่อาจพบได้ทั่วไปในบริเวณที่เป็นพื้นดินบนบกหรือพื้นน้ำทะเลล้วนๆเช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง หญ้าทะเล เป็นต้น
          2. ระบบนิเวศชายฝั่ง (coastal ecosystem) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ต่างก็พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอย่างสัมพันธ์เป็นระบบธรรมชาติ ณ บริเวณนั้น การแตกต่างกันนี้ จะเป็นตัวจำแนกระบบนิเวศแต่ละบริเวณๆ ไป เช่น บึงน้ำจืดและป่าชายเลน จะมีระบบนิเวศที่แตกต่างกันมาก เนื่องจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นบริเวณที่ผสมผสานที่มีลักษณะเฉพาะของส่วนสภาพฝั่งทะเลที่เป็นพื้นดิน ที่เป็นแหล่งกำเนิดและสะสมของสิ่งมีชีวิตทั้งจากทะเลและบนบก ทำให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นระบบนิเวศที่ไม่อาจพบได้ในบริเวณอื่นใด มีความเปราะบาง ทรัพยากรป่าชายเลนและแนวปะการังเป็นระบบนิเวศชายฝั่งที่มีลักษณะพิเศษที่สุดในด้านความสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อม และต้องได้รับการวางแผนบริหารจัดการ และพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างเหมาะสม
          3. ระบบทรัพยากร (resource system) หมายถึง การอธิบายความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมในตัวของมันเอง เช่น บ่อเลี้ยงปลาเป็นระบบทรัพยากรอันหนึ่ง ลักษณะของสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล และระบบนิเวศใดที่มีการใช้ประโยชน์เพื่อการใดการหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมก็จัดเป็นระบบทรัพยากรอันหนึ่งด้วยเช่นกัน เช่น ป่าชายเลนก็คือระบบนิเวศที่ประกอบด้วย สังคมพืช สังคมสัตว์ ที่อยู่ตามที่ราบลุ่มน้ำทะเลขึ้นถึง ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สามารถเอื้ออำนวยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้หลายประการต่างๆ กัน ระบบทรัพยากรนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องระลึกถึงเสมอ เพราะกลวิธีในการวางแผนเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องคำนึงถึงระบบทรัพยากรต่างๆ จำนวนมากมาย แต่ละระบบซึ่งต่างก็อาศัยโครงสร้างและหน้าที่ของระบบนิเวศเป็นเครื่องค้ำจุน บ่อยครั้งที่เรามุ่งใช้ประโยชน์จากทรัพยากรใดทรัพยากรหนึ่งให้ได้สูงสุด และละเลยโอกาสที่จะใช้ทรัพยากรอื่นๆ และ/หรือ ทำให้โอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากทรัพยากรอื่นๆ ลดลงกว่าที่ควร
          4. การจัดการ (management) เป็นกิจกรรมอันหนึ่งที่มุ่งควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อสภาพแวดล้อมซึ่งจะนำไปสู่วัตถุประสงค์ที่ต้องการ เช่น การพยายามหยุดการทำลายป่าชายเลนบริเวณที่ราบน้ำทะเลขึ้นถึง เพื่อที่จะลดการพังทลายของฝั่งทะเลเนื่องจากถูกน้ำทะเลกัดเซาะ และเพื่อป้องกันแหล่งอาศัย ที่หาอาหารของสัตว์น้ำ เป็นต้น
          ​5. การพัฒนา (development) หมายถึง การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า การใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน (sustainable use) ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรโดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่อความเป็นธรรมทางสังคม ที่มุ่งเน้นความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และการหลีกเลี่ยงการทำลายระบบทรัพยากรที่สมดุลของระบบนิเวศให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการสงวนอนุรักษ์ฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ชายฝั่งทะเล จึงมีหน้าที่กำหนดแนวทางการบริหารจัดการ และร่วมบูรณาการวางแผนกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และร่วมกันนำแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่เหมาะสมไปใช้ให้เกิดผลสำเร็จของงานด้านการจัดการและพัฒนาที่ดินชายฝั่งทะเลของประเทศชาติต่อไป

          หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเล และจัดทำแผนการบูรณาการงานด้านการจัดการที่ดินชายฝั่งรายจังหวัด ตลอดจนการติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดินรายจังหวัดในเขตจัดการที่ดินชายฝั่งทะเล ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปัจจุบันสังกัดสำนักการจัดการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลและพื้นที่ชายฝั่งทะเล (โทรศัพท์ 0 2141 1365-67 โทรสาร 0 2143 9266)

ที่มา : ส่วนจัดการที่ดินชายฝั่ง กรมพัฒนาที่ดิน , 2545

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • น้ำทะเลเปลี่ยนสี
    ปรากฎการณ์น้ำเปลี่ยนสีเกิดจากการเพิ่มปริมาณสารอาหารบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แพลงก์ตอนเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ปริมาณสารอาหารที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่นั้นมักเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
  • แมงกะพรุนพิษ
    เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ในไฟลัมไนดาเรีย (Cnidaria) เช่นเดียวกันกับดอกไม้ทะเล (sea anemones) และปะการัง แมงกะพรุนที่พบได้บ่อยที่สุดจัดอยู่ในกลุ่ม Scyphozoa
  • หาดในประเทศไทย
    จากการสำรวจแหล่งธรรมชาติประเภทหาดทรายทั่วประเทศ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี 2560 พบว่ามีชายหาดรวม 521 แห่ง กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ 21 จังหวัด โดยอยู่ทางฝั่งอ่าวไทย 360 แห่ง แบ่งเป็นชายหาดที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) 49 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่นๆ เช่น ท้องถิ่น กองทัพเรือ และส่วนราชการอื่นๆ อีก 311 แห่ง สำหรับข้อมูลชายหาดฝั่งทะเลอันดามัน พบว่ามีชายหาด 161 แห่ง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ 78 แห่ง นอกเขตอุทยานแห่งชาติ 83 แห่ง
  • ปลาฉลามวาฬ
    ปลาฉลามวาฬ
  • วาฬบรูด้า
    วาฬบรูด้า
  • ป่าชายหาดและป่าพรุ
    ป่าชายหาดและป่าพรุ
  • เต่าทะเล
    เต่าทะเล
  • ปฏิทินทะเล
    ปฏิทินทะเล
  • ทุ่นในทะเล
    ทุ่นในทะเล