ขนาด
การจัดการที่ดินชายฝั่ง
  • 1 สิงหาคม 2556
  • 831

การจำแนกเขตการใช้ที่ดินชายฝั่งทะเล

          การกำหนดขอบเขตที่ดินชายทะเลให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อใช้ในการบริหารจัดการที่ดินชายฝั่งทะเลและการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ จำเป็นจะต้องพิจารณาเขตอิทธิพลทั้งหมดเพื่อให้ทราบถึงความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงของระบบนิเวศทั้งหมด ว่าแต่ละระบบนิเวศนั้นๆ มีหน้าที่ (function) และต้องการสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน มีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversities) ที่มีบทบาทสำคัญในแต่ละระบบนิเวศอย่างไร ซึ่งสามารถจำแนกเขตการใช้ที่ดินได้ดังนี้

1. เขตที่ดินชายทะเล (coastal land boundary)
          เป็นพื้นที่อยู่ในเขตซึ่งได้รับอิทธิพลของบกและทะเล ประกอบด้วย
          1. ส่วนบนบก ได้แก่ พื้นที่ดินเหนือแนวฝั่งทะเลที่เริ่มตั้งแต่แนวน้ำทะเลลงต่ำสุดลึกเข้ามาในแผ่นดิน โดยที่ดินเหล่านั้นจะที่ได้รับอิทธิพลของทะเลเข้าถึง จนถึงแนวสันปันน้ำที่สูงสุดด้านใน ที่อยู่ในเขตจังหวัดชายฝั่งทะเลหรือแนวเขตจังหวัดนั้นๆ ที่ไม่อาจพบแนวสันปันน้ำเด่นชัด ซึ่งเป็นแนวที่ขวางกั้นอิทธิพลของทะเลไว้
          2. ส่วนทะเล เริ่มจากแนวน้ำทะเลลงต่ำสุด ลงไปจนถึงแนวที่ลาดไหล่ทวีปที่ดินเหล่านั้นจะได้รับอิทธิพลของส่วนพื้นที่บนบกโดยตรงต่อส่วนที่เป็นพื้นน้ำทะเลและส่วนที่เป็นพื้นที่ดินใต้พื้นทะเล ลักษณะของไหล่ทวีปจะเป็นบริเวณที่มีความเอียงน้อยและมีสภาพและระยะห่างจากชายฝั่งทะเลที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่ลักษณะทางภูมิประเทศของพื้นที่ใต้ทะเลในพื้นที่นั้นๆ

2. เขตการจัดการพื้นที่ดินชายทะเล (coastal land management boundary)
          ได้แก่ เขตที่ดินชายทะเลในส่วนของแผ่นดิน (terrestrial) ที่มีศักยภาพการพัฒนาในด้านต่างๆ สูง มีความเข้มข้นของการแข่งขันการใช้ประโยชน์ที่ดิน และได้รับอิทธิพลจากทะเลที่รุนแรง รวมถึงพื้นทะเลจรดแนวขอบที่ลาดไหล่ทวีปด้วย โดยมีหลักการจำแนกเขตเพื่อให้เกิดความเด่นชัดในการเลือกพื้นที่เพื่อการวางแผนการจัดการเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรชายฝั่งและพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดิน ดังนี้
          - เขตอิทธิพลชั้นนอก (outer zone) เป็นเขตที่มีความสำคัญในแง่การจัดการที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์ที่ดินตามลักษณะเสมือนพื้นที่กันชน (buffer zone และที่ดินชายทะเลส่วนนี้เป็นพื้นที่พัฒนาหรือมีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ต่อเนื่อง (transitional zone) กับพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นใน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้อิทธิพลของน้ำจืด ตั้งแต่เขตสันปันน้ำลงมาเชื่อมต่อกับที่ราบลุ่มชายฝั่ง (coastal plain) ดังนั้น การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตนี้จะส่งผลกระทบนอกพื้นที่ (off-site impacts) โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต่ำกว่าหรือพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล เช่นการทับถมของตะกอนบริเวณที่ราบลุ่มหรือพื้นที่ชายฝั่งและทะเลอันเนื่องจากการทำการเกษตรในบริเวณที่ดอน หรือการทำเหมืองแร่ในบริเวณที่สูง หรือการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำจะดักตะกอนดินที่พัดพามาตามแม่น้ำทำให้ปริมาณตะกอนทับถมบริเวณปากแม่น้ำลดน้อยลง เป็นต้น
          - เขตอิทธิพลชั้นใน (inner zone) เป็นส่วนของแผ่นดินบริเวณที่ราบลุ่มชายฝั่งต่อเนื่องกับทะเลพื้นที่ดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากทะเลอย่างเด่นชัด เช่น ดินเค็ม มีพืชทนเค็มขึ้น เป็นต้น เป็นเขตที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากมีความหลากหลายของระบบนิเวศและมีคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการท่องเที่ยว การอุตสาหกรรม การเกษตร การประมง การป่าไม้ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ชุมชนที่อยู่อาศัย และการสันทนาการ เป็นต้นดังนั้น จึงเกิดความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ที่ดินอยู่เสมอ

ที่มา : ส่วนจัดการที่ดินชายฝั่ง กรมพัฒนาที่ดิน , 2545

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • พะยูน
    พะยูน
  • สมุทรศาสตร์
    สมุทรศาสตร์
  • พื้นที่อนุรักษ์
    หมายถึง พื้นที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ นิเวศ หรือวัฒนธรรมที่ควรจะอนุรักษ์ไว้สำหรับลูกหลานในอนาคต พื้นที่คุ้มครองถูกกำหนดขึ้นตามกฎหมายหรือกฎระเบียบอื่นๆ เพื่อให้เกิดการจัดการในรูปแบบต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การจัดการของพื้นที่คุ้มครองจะมีความหลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึงของประชาชนจนถึงพื้นที่ ที่ประชาชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ในระดับต่างกัน พื้นที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งพื้นที่บนบกและในทะเล
  • PMBC Special Publication
    PMBC Special Publication
  • ปะการัง
    เป็นแนวหินปูนใต้ทะเลในระดับน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง หินปูนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของปะการังหลายๆ ชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
  • ปลาฉลามวาฬ
    ปลาฉลามวาฬ
  • ทุ่นในทะเล
    ทุ่นในทะเล
  • ปะการังเทียม
    ปะการังเทียม
  • ปูเสฉวนบก
    ปูเสฉวนบก