ขนาด
การจัดการที่ดินชายฝั่ง
  • 2 สิงหาคม 2556
  • 1,176

กลุ่มดินเขตที่ดินชายทะเล

          ชั้นดินบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดที่ได้รับอิทธิพลจากทั้งบกและทะเล นับตั้งแต่พื้นที่ชายฝั่งจนถึงสันปันน้ำในเขตภูเขา โดยชนิดของดินจะมีการเรียงตัวตามลำดับสภาพภูมิประเทศ (Soil catena) ทั้งนี้ ดินที่พบในพื้นที่ชายทะเลสามารถจำแนกเป็นประเภทตามคุณลักษณะของดิน ศักยภาพ วัตถุต้นกำเนิด และการพัฒนาพื้นดินได้ 9 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มดินบริเวณสันหาดและสันทรายเก่า (Beach and Old Beach Ridges Sandy Soils)
          ได้แก่ ดินที่อยู่ในอันดับ Ultisols และ Spodosols มีเนื้อดินเป็นทรายตลอดชั้นดิน บางแห่งอาจจะพบชั้นทรายที่มีเหล็กและฮิวมัสสะสมตัวกันแน่นเรียกว่าชั้น Spodic เป็นดินทรายที่มีปริมาณแร่ธาตุอาหารต่ำและมีความเค็มตกค้าง จึงไม่เหมาะในการทำการเกษตร แต่กลับมีความเหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ เพราะเป็นที่ตั้งของพื้นที่หาดทรายและพัฒนาเป็นชุมชน สถานที่พักตากอากาศ และเมืองใหญ่ ดินชุดนี้จึงมีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมากในด้านการท่องเที่ยว

2. กลุ่มดินเค็มชายทะเล (Saline Soils)
          เป็นดินที่อยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลง ลักษณะเป็นดินตมทะเลหรือตะกอนที่มีเนื้อละเอียดหรือดินเหนียวตลอดชั้นดิน ได้แก่ ชุดดินท่าจีน ชุดดินสมุทรปราการ

3. กลุ่มดินเค็ม/เปรี้ยวแฝง (Saline/Acid Sulfate Soils)
          เป็นดินที่มีสารประกอบกำมะถัน (Sulfidic material) ภายในระดับความลึก 50 ซม. มากกว่า 0.75% ทำให้ในขณะที่ดินมีน้ำขังจะมีสภาพเป็นด่าง เนื่องจากความเค็มของน้ำทะเล ดินที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ชุดดินตะกั่วทุ่ง ชุดดินบางปะกง

4. กลุ่มดินเปรี้ยวแฝง (Potential Acid Sulfate Soils)
          เป็นดินที่มีสารประกอบกำมะถันมากกว่า 0.75% ที่ความลึก 50-100 ซม. แต่ยังไม่จัดเป็นดินเปรี้ยวจัดเพราะว่า ค่า ph สูงกว่า 4.0 แต่ถ้าหากนำดินชั้นล่างขึ้นมาให้ถูกอากาศ เช่น การยกร่องหรือระบายน้ำออกก็จะพัฒนาเป็นดินเปรี้ยวจัด ดินที่พบได้แก่ ชุดดินต้นไทร ชุดดินระแงะ ชุดดินปัตตานี ชุดดินเชียรใหญ่

5. กลุ่มดินเปรี้ยวจัด (Actual Acid Sulfate Soils)
          เป็นดินที่มีสารประกอบกำมะถันและพัฒนาจากกกระบวนการเพิ่มอากาศ (Oxidation) เกิดเป็นสารประกอบJarosite {Kfe3 (SO4)2(OH)6} มีสภาพเป็นกรดจัด โดยจะพบสาร Jarosile ที่ความลึก 150 ซม. ชุดดินที่พบ ได้แก่ ชุดดินบางน้ำเปรี้ยว ชุดดินองครักษ์ ชุดดินรังสิต ชุดดินธัญบุรี ชุดดินชะอำ ชุดดินมูโนะ เป็นต้น

6. กลุ่มดินอินทรีย์ /เปรี้ยวแฝง (Oranic /Acid Sulfate Soils)
          เป็นดินที่เกิดจากการทับถมของสารอินทรีย์บนตะกอนทะเล และมีสารประกอบกำมะถันมากกว่า 0.75% มีชั้นดินหนามากกว่า 40 ซม. พบทั่วไปบริเวณพรุและที่ลุ่มชายฝั่งทะเล ได้แก่ ชุดดินกาบแดง ชุดดินนราธิวาส

7. กลุ่มดินนาตะกอนน้ำจืด (Alluvial Paddy Soils)
          เป็นดินที่พบบริเวณพื้นที่ราบลุ่มและมีน้ำขังในช่วงฤดูฝน เกิดจากการสะสมของตะกอนแม่น้ำ มักใช้เป็นพื้นที่ทำนา โดยจะอยู่ในเขตต่อเนื่องกับพื้นที่บกดินในกลุ่มนี้ได้แก่ ดินนา โดยทั่วไปพบในอันดับ Incetisols, Vertisols, Mollisols, Alfisols และ Ultisols ที่อยู่ในเขตความชื้น Aquic หรือมีสภาพน้ำแช่ขังในช่วงเวลาหนึ่งในรอบปีเป็นประจำ

8. กลุ่มดินดอนตะกอนน้ำจืด (Alluvial Upland Soils)
          เป็นดินที่เกิดจากการทับถมของตะกอนน้ำจืด มีการระบายน้ำดี ชั้นดินลึก ไม่มีน้ำท่วมขัง มักเป็นพื้นที่ปลูกพืชไร่หรือไม้ผล ไม้ยืนต้น ตลอดจนทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือป่าธรรมชาติ ดินในกลุ่มนี้ ได้แก่ ดินที่อยู่ในอันดับ Ultisols, Alfisols, Mollisols และ Entisols

9. กลุ่มดินที่เกิดจากการสลายตัวของวัตถุต้นกำเนิดที่เป็นหิน (Residuum and Colluvium)
          เป็นดินที่มีความหลากหลายมาก โดยจะขึ้นอยู่กับชนิดของหินและการพัฒนาชั้นดิน สามารถบ่งชี้อายุของดินได้ ดินในกลุ่มนี้ ได้แก่ ดินที่อยู่ในอันดับ Entisols, Inceptisols, Mollisols, Alfisols, Ultisols และ Oxisols.

ที่มา : ส่วนจัดการที่ดินชายฝั่ง กรมพัฒนาที่ดิน , 2545

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • วาฬบรูด้า
    วาฬบรูด้า
  • สมุทรศาสตร์
    สมุทรศาสตร์
  • ปฏิทินทะเล
    ปฏิทินทะเล
  • ปะการังฟอกขาว
    ปะการังฟอกขาว เป็นสภาวะที่ปะการังสูญเสียสาหร่ายเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ภายในเนื้อเยื่อ ทำให้ปะการังอ่อนแอเพราะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอแลปะการังอาจตายไปในที่สุดถ้าหากไม่สามารถทนต่อสภาวะนี้ได้
  • ความหลากหลายชีวภาพ
    ความหลากหลายชีวภาพ
  • ปลานกแก้ว
    ปลานกแก้ว
  • พื้นที่อนุรักษ์
    หมายถึง พื้นที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ นิเวศ หรือวัฒนธรรมที่ควรจะอนุรักษ์ไว้สำหรับลูกหลานในอนาคต พื้นที่คุ้มครองถูกกำหนดขึ้นตามกฎหมายหรือกฎระเบียบอื่นๆ เพื่อให้เกิดการจัดการในรูปแบบต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การจัดการของพื้นที่คุ้มครองจะมีความหลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึงของประชาชนจนถึงพื้นที่ ที่ประชาชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ในระดับต่างกัน พื้นที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งพื้นที่บนบกและในทะเล
  • ปะการัง
    เป็นแนวหินปูนใต้ทะเลในระดับน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง หินปูนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของปะการังหลายๆ ชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
  • หญ้าทะเล
    หญ้าทะเล