ขนาด
การจัดการที่ดินชายฝั่ง
  • 25 สิงหาคม 2556
  • 821

ขอบเขตที่ดินชายฝั่งทะเล

          การจัดการที่ดินชายทะเล หมายถึง การวางแผนพัฒนาที่ดินและจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล ที่ต้องบูรณาการการวางแผนในรูปแบบต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ และสนองวัตถุประสงค์ที่เป็นองค์รวม (comprehensive) ในการมุ่งใช้ทรัพยากรให้ได้ผลประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน โดยเน้นให้ความสำคัญต่อปัญหาที่เกิดในปัจจุบัน เช่น ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการแข่งขันกันระหว่างการใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ จากทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการวางแผนจัดการที่ดินและทรัพยากรชายฝั่งทะเลจะสามารถลดความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากร ที่ดิน และอาจสามารถหลีกเลี่ยงการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmentalimpact statement) ซึ่งต้องใช้เวลาในการจัดทำมากได้ นอกจากนี้ยังจะช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะใช้ทรัพยากรชายฝั่งทะเลให้ได้ผลประโยชน์สูงสุดโดยรวมได้ง่ายขึ้นด้วย

          ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการวางแผนจัดการที่ดินและทรัพยากรชายฝั่งทะเล จะสามารถลดความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากร ที่ดิน และอาจสามารถหลีกเลี่ยงการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental impact statement) ซึ่งต้องใช้เวลาในการจัดทำมากได้ นอกจากนี้ยังจะช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะใช้ทรัพยากรชายฝั่งทะเลให้ได้ผลประโยชน์สูงสุดโดยรวมได้ง่ายขึ้นด้วย

          “เขตชายฝั่งทะเล” (coastal zone) เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานกันในเชิงระบบทางชีวภาพของระบบนิเวศบกและระบบนิเวศทะเล ที่มีความซับซ้อนและเปราะบางต่อการถูกกระทบที่จะส่งผลซึ่งกันและกัน ดังที่เรียกว่า “ecotone” ดังนั้น ในการใช้ทรัพยากรในเขตชายฝั่งทะเลทั้ง “ทรัพยากรที่ฟื้นฟูสภาพได้ ”(renewable resources) และ “ทรัพยากรที่ไม่อาจฟื้นฟูสภาพได้หรือใช้แล้วสูญไป” (non-renewable resources) จะต้องเป็นการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับคุณค่าความเหมาะสมของทรัพยากร (resources suitability value) และขีดความสามารถในการรองรับของขีดจำกัดที่สภาพแวดล้อมยังสามารถอำนวยการพัฒนา (carrying capacity) อันจะนำไปสู่การฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อย่างมีดุลยภาพและยั่งยืน

การกำหนดขอบเขตที่ดินชายฝั่งทะเล

การกำหนดขอบเขตที่ดินชายฝั่งทะเล

          เขตชายฝั่งทะเล มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้ การผสมผสานกันของส่วนพื้นดินและส่วนทะเล และอิทธิพลที่ส่งถึงกัน คือ บริเวณจุดต่อ (area of transition) ซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถพบสิ่งมีชีวิตทั้งที่มีกำเนิดจากในทะเลและบนบก แหล่งพลังงานและอาหารอุดมสมบูรณ์ ซึ่งหลั่งไหลเข้าสู่บริเวณชายฝั่งทะเล ร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่มีพลังงานสูง (energy rich) ให้ผลผลิตทางชีวภาพสูง (biologically productive) และมีความหลากหลายซึ่งก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ที่มีค่าที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง (ใช้ป้องกันการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่งทะเล ใช้เป็นแนวป้องกันพายุ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนอาหารซึ่งกันและกัน เป็นแหล่งที่อาศัยและแพร่พันธุ์ของสัตว์น้ำ เป็นต้น) นอกจากนี้ ยังให้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ (แหล่งป่าชายเลน ไม้เชื้อเพลิง ถ่าน สัตว์น้ำ) แต่เขตชายฝั่งทะเลก็เป็นบริเวณที่ถูกกระทบกระเทือนได้ง่าย มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งยังผลกระทบต่อความสมดุลทางธรรมชาติ เช่น กระแสน้ำ คลื่น และลม ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อการเกษตรกรรมหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล

          เป้าหมายหลักของการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล คือ การรักษาเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน มีการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากทรัพยากรไม่มากเกินไปหรือเร็วเกินไปจนทรัพยากรไม่สามารถฟื้นฟูตัวได้ทัน หรือเปรียบฐานทรัพยากรที่มีอยู่เป็นต้นทุนที่จะได้รับผลเป็นกำไรหรือดอกเบี้ยรายปี และส่วนของกำไรหรือดอกเบี้ยนี้ก็คือทรัพยากรที่เรานำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่นำส่วนที่เป็นต้นทุนหรือฐานทรัพยากรมาใช้ ซึ่งการรักษาฐานทรัพยากรไว้จะทำให้แน่ใจว่า กำไรหรือดอกเบี้ยรายปีนี้จะตกทอดไปถึงคนรุ่นหลังต่อไป

          ดังนั้น กรอบแนวคิดในการกำหนดขอบเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลสำหรับการวางแผนจัดการและพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเล เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และความต้องการในระดับชาติ ทั้งในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและรักษาระบบนิเวศหรือสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเล ตลอดจนการนำมาใช้ประโยชน์ ได้แก่
          1. เขตชายฝั่งทะเล มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว และต้องการการจัดการและวางแผนพัฒนาที่มีลักษณะเฉพาะตัวด้วย เพื่อใช้สำหรับบริเวณส่วนต่อระหว่างพื้นดินและทะเล และขอบเขตพื้นที่จะต้องสามารถปรับได้เพื่อให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการของกระบวนการวางแผน
          2. เขตชายฝั่งทะเล มีน้ำเป็นแรงธรรมชาติสำคัญที่สอดประสานระบบทรัพยากรชายฝั่งต่างๆ เข้าด้วยกัน และมีความซับซ้อน น้ำจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญซึ่งต้องการการจัดการที่มีลักษณะเฉพาะด้วย
          3. พื้นที่ชายฝั่งทะเล ทั้งส่วนบกและน้ำเป็นเขตต่อเนื่องกันและแบ่งแยกไม่ได้ จะต้องนำมาวางแผนและจัดการร่วมกันเสมอ เนื่องจากกระบวนการจัดการและวางแผนพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเลถือว่าขอบเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลตั้งอยู่บนพื้นฐานของปัญหาที่จะต้องมุ่งแก้ไขในแต่ละเรื่องแบบการบูรณาการ
          4. คุณสมบัติทางกายภาพของพื้นที่เป็นเรื่องหลักที่ต้องให้ความสำคัญในการวิเคราะห์ประเมินค่าทางสภาพแวดล้อม ดังนั้น กลวิธีพิจารณาขอบเขตชายฝั่งทะเลต้องเริ่มต้นที่ความสามารถของระบบสภาพแวดล้อม (Environmental system) ที่จะค้ำจุนการพัฒนาทุกประเภท ทุกระดับและตอบสนองการจัดการในรูปแบบต่างๆ
          5. ปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเขตชายฝั่งทะเล การประสานความพยายามในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจต่างๆ ในพื้นที่ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ตอบแทนทางสังคมและเศรษฐกิจในระดับที่เหมาะสมและในระยะยาว การประสานข้อขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ รวมทั้งการพัฒนาเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรที่สามารถฟื้นฟูได้ จำเป็นต้องการวิธีการพิเศษเพื่อช่วยแก้ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับทางเลือกในการพัฒนา ตลอดจนต้นทุนที่จะต้องใช้และกำไรที่จะได้กลับคืนมา ดังนั้น ขอบเขตการปกครองจึงเป็นกลวิธีที่สร้างความเข้าใจต่อการวิเคราะห์ปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจที่ชี้ลักษณะเฉพาะของพื้นที่
          6. การพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างต่อเนื่องและถาวร จำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อทรัพยากรที่สามารถฟื้นฟูได้ และควรจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจในระดับที่ดีที่สุดโดยให้ทรัพยากรนั้นคงอยู่ และยังประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน ในการกำหนดเขตชายฝั่งทะเลจึงควรมีลักษณะกว้างพอที่จะครอบคลุมถึงระบบนิเวศชายฝั่งที่สำคัญ
          7. หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและวางแผนพัฒนาชายฝั่งทะเล จะต้องมีบทบาทพิจารณาขอบเขตชายฝั่งทะเล การบริหารงานเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลและทรัพยากรชายฝั่งทะเล มักจะเป็นงานซับซ้อน เนื่องจากขอบข่ายความรับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆ ที่มีต่อพื้นที่ใดพื้นหนึ่งมีต่างกันซึ่งบางครั้งจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกันในการดำเนินงาน นอกจากนั้น ปริมาณของทรัพยากรซึ่งแต่ละหน่วยงานต้องรับผิดชอบร่วมกันมีหลายด้าน ดังนั้น บทบาทการพิจารณาเขตชายฝั่งทะเลที่ใช้เพื่อการจัดการและวางแผนพัฒนาทรัพยากรจึงต้องการความร่วมมือกันอย่างมาก

กรอบแนวคิดในการกำหนดขอบเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล

กรอบแนวคิดในการกำหนดขอบเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล

ที่มา : ส่วนจัดการที่ดินชายฝั่ง กรมพัฒนาที่ดิน , 2545

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • ป่าชายหาดและป่าพรุ
    ป่าชายหาดและป่าพรุ
  • พื้นที่อนุรักษ์
    หมายถึง พื้นที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ นิเวศ หรือวัฒนธรรมที่ควรจะอนุรักษ์ไว้สำหรับลูกหลานในอนาคต พื้นที่คุ้มครองถูกกำหนดขึ้นตามกฎหมายหรือกฎระเบียบอื่นๆ เพื่อให้เกิดการจัดการในรูปแบบต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การจัดการของพื้นที่คุ้มครองจะมีความหลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึงของประชาชนจนถึงพื้นที่ ที่ประชาชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ในระดับต่างกัน พื้นที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งพื้นที่บนบกและในทะเล
  • ปลาฉลามวาฬ
    ปลาฉลามวาฬ
  • PMBC Research Bulletin
    PMBC Research Bulletin
  • พ.ร.บ. ทช.
    พ.ร.บ. ทช.
  • วาฬ/โลมา
    วาฬ/โลมา
  • เกาะในประเทศไทย
    เกาะ หมายถึง บริเวณที่ดิน หิน หรือทรายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยน้ำและอยู่เหนือน้ำตลอดเวลา ทั้งนี้เกาะอาจอยู่ในทะเล แม่น้ำ หรือที่ลุ่มขัง เช่น บึง หรือทะเลสาบก็ได้
  • คลื่นย้อนกลับ Rip Currents
    กระแสน้ำรูปเห็ด
  • ความหลากหลายชีวภาพ
    ความหลากหลายชีวภาพ