ปะการัง
ปะการัง สารสนเทศ ทช. ศูนย์ข้อมูลกลาง ทช.

ความหลากหลายในแนวปะการัง

          ระบบนิเวศปะการังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลจำนวนมาก สัตว์ทะเลเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันผ่านระบบห่วงโซ่อาหาร การเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่น ๆ การเปลี่ยนแปลงของความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงสถานภาพของระบบนิเวศปะการังนอกเหนือจากการประเมินสถานภาพปะการังโดยตรง  การประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศปะการังทำโดยการประเมินข้อมูล 3 กลุ่มสิ่งมีชีวิตประกอบด้วย ชนิดปะการัง ชนิดปลาในแนวปะการัง และชนิดสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการัง ซึ่งใช้ดัชนีชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพ 2 แบบ ได้แก่ ดัชนีความหลากหลายทางชนิด (Shannon's diversity index) และจำนวนชนิดพันธุ์ (Taxa Richness)

การประเมินข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Interpolation) ด้วยวิธี Redial Basis Function (RBF)

          ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพหรือข้อมูลด้านอื่น ๆ ที่มีการเก็บข้อมูลเป็นรายสถานี มีพิกัดทางภูมิศาสตร์ชัดเจน สามารถนำพารามิเตอร์จากการศึกษา เช่นในกรณีของข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ ใช้ดัชนีความหลากหลาย (Shannon Biodiversity Index) มาประเมินเป็นข้อมูลเชิงพื้นที่โดยใช้เทคนิค RBF ผลการประเมินทำให้ได้แผนที่แสดงแนวโน้มการกระจายของดัชนีข้อมูลจากมากไปน้อย ตลอดจนการแสดงการกระจุกตัว (Hot spot) ของปัจจัยนั้น ทำให้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนการจัดการได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

          เทคนิควิเคราะห์แบบ RBF ที่ใช้ในรายงานนี้เป็นการวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ArcGIS Pro™ มีหลักการคือ การแทนที่ข้อมูลระหว่างสถานีศึกษาด้วยอัลกอริทึมเฉพาะทางแบบ splines ซึ่งมีข้อได้เปรียบเหนือวิธีแบบ Inverse Distance Weighted (IDW) ที่มีการใช้อยู่ทั่วไป คือเทคนิค RBF นำเอาข้อมูลแนวโน้มการแพร่กระจายของสถานีข้างเคียงมาวิเคราะห์ร่วมด้วย 

รูปแสดงการเปรียบเทียบการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Radial Basis Function (RBF) และ Inverse Distance Weighted (IDW)

          อนึ่งในการวิเคราะห์เชิงพื้นที่โดยปกติควรมีตัวแทนของสถานีที่เก็บข้อมูลที่การกระจายตัวทั่วถึงและครอบคลุมพื้นที่การประเมินเชิงพื้นที่ อย่างไรก็ตามในบางครั้งตัวแทนของสถานีศึกษาจำกัดหรือมีการกระจุกตัวอยู่เฉพาะบางพื้นที่ เช่นการศึกษาความหลากหลายของแนวปะการังแข็งซึ่งพบเฉพาะบริเวณชายฝั่งของแผ่นดินใหญ่หรือรอบเกาะ ทำให้ไม่เป็นตัวแทนเชิงพื้นที่ ๆ ดี เมื่อต้องใช้ในการประเมินผลรวมในภาพใหญ่ เช่นทะเลฝั่งอ่าวไทยทั้งหมด การนำข้อมูลจากการวิเคราะห์นี้ไปใช้จึงควรคำนึงถึงกลุ่มข้อมูลที่ห่างจากสถานีศึกษาออกไปซึ่งจะมีความคลาดเคลื่อนได้ โดยฉพาะพื้นที่ ๆ ห่างออกจากฝั่ง

          การวิเคราะห์เชิงพื้นที่โดยใช้เทคนิค RBF ในรายงานฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อแสดงให้เห็นการกระจุกตัว (Hot spot) และแนวโน้มการแพร่กระจายในภาพรวมโดยสังเขป (รูปที่ 1.9) อย่างไรก็ตามการอ้างอิงถึงข้อมูลจริงสามารถตรวจสอบได้จากตารางข้อมูลรายสถานี

รูปแสดงตัวอย่างการแสดงข้อมูลสถานีศึกษาและข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของชนิดปะการังแข็ง จำนวน 298 สถานี (ซ้าย) สถานีศึกษาที่แสดงค่าความหลายหลายทางชีวภาพโดยใช้จุดสีที่แตกต่างกัน 5 ระดับ (กลาง) และการนำข้อมูลความหลากหลายเชิงพื้นที่มาวิเคราะห์แบบ RBF (ขวา) ทำให้สามารถเห็นบริเวณพื้นที่และสถานีที่มีความหลากหลายทางชีวะภาพของชนิดปะการังแข็งสูงได้อย่างชัดเจน

          การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของปะการัง จำนวน 299 สถานีสะสม ระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2564 พบจำนวนสกุลของปะการัง (Genus Richness) สูงสุดเท่ากับ 32 สกุล (Genus) ค่าดัชนีความหลากหลายของปะการังในระดับสกุลรวมทั้งประเทศ มีค่าอยู่ระหว่าง 0.86 – 2.97 โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.29±0.54 เมื่อพิจารณาในรายจังหวัด พบว่าจังหวัดตรังและจังหวัดระนอง มีความหลากหลายทางชีวภาพของปะการังสูงที่สุด ทั้งในแง่จำนวนสกุลและค่าดัชนีความหลากหลายของปะการังในระดับสกุล โดยมีค่าเฉลี่ยจำนวนสกุลของปะการัง 21 และ 23 สกุล ตามลำดับ ส่วนค่าดัชนีความหลากหลาย มีค่าเท่ากับ 2.59 และ 2.47 ตามลำดับ ในขณะที่จังหวัดนราธิวาส มีความหลากหลายทางชีวภาพของปะการังต่ำที่สุด ทั้งในแง่จำนวนสกุลและค่าดัชนีความหลากหลายของปะการังในระดับสกุล ซึ่งมีค่าเฉลี่ยจำนวนสกุลของปะการัง 4 สกุล และมีค่าดัชนีความหลากหลาย เท่ากับ 0.65

รูปแสดงค่าดัชนีความหลากหลาย (Diversity Index) และจำนวนชนิด (Richness) ของปะการังในระดับสกุล (Genus) ประกอบช่วงความเชื่อมั่นที่ 95% (รูปบนและล่างซ้าย) และแผนที่แสดงการแพร่กระจายของค่าดัชนีความหลากหลายของปะการังในระดับสกุล (รูปขวา)

ตารางแสดงสกุลของปะการังที่พบในน่านน้ำไทย 

          การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของปลาในแนวปะการัง จำนวน 226 สถานีสะสม ระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2564 พบจำนวนชนิดปลาในแนวปะการัง (Species Richness) สูงสุดเท่ากับ 95 ชนิด (Species) ค่าดัชนีความหลากหลายทางชนิดของปลาในแนวปะการังรวมทั้งประเทศ มีค่าอยู่ระหว่าง 1.12 – 3.05 และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.07±0.57 เมื่อพิจารณาในรายจังหวัด พบว่าจำนวนชนิดพันธุ์ปลาในแนวปะการัง พบเฉลี่ยสูงที่สุดที่จังหวัดภูเก็ต รองลงมา คือ จังหวัดพังงาและจังหวัดนครศรีธรรมราช พบ 47 ชนิด เท่ากัน ส่วนจังหวัดที่พบเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ จังหวัดจันทบุรี พบเพียง 16 ชนิด ส่วนค่าดัชนีความหลากหลายทางชนิดของปลาในแนวปะการัง พบว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช มีค่าเฉลี่ยความหลากหลายสูงสูงที่สุด รองลงมา คือ จังหวัดตรัง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.05 และ 2.59 ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีความหลากหลายต่ำที่สุด คือ จังหวัดจันทบุรี มีค่าเท่ากับ 1.12

รูปแสดงค่าดัชนีความหลากหลาย (Diversity Index) และจำนวนชนิด (Richness) ของปลาในแนวปะการัง ประกอบช่วงความเชื่อมั่นที่ 95% (รูปบนและล่างซ้าย) และแผนที่แสดงการแพร่กระจายของดัชนีความหลากหลายทางชนิดของปลาในแนวปะการัง (รูปขวา)

          การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการังจำนวน 226 สถานีสะสม ระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2564 พบจำนวนชนิดสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการัง (Species Richness) สูงสุดเท่ากับ 24 ชนิด ค่าดัชนีความหลากหลายทางชนิดของสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการังรวมทั้งประเทศ มีค่าอยู่ระหว่าง 0.62 – 1.62 และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.94±0.52 เมื่อพิจารณาในรายจังหวัด พบว่าจำนวนชนิดสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการัง พบเฉลี่ยสูงที่สุดที่จังหวัดตรังและจังหวัดภูเก็ต โดยพบ 12 – 13 ชนิด ส่วนจังหวัดที่พบต่ำที่สุดคือ จังหวัดชุมพร พบเฉลี่ยเพียง 4 ชนิด ค่าดัชนีความหลากหลายทางชนิดสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการัง มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดที่จังหวัดปัตตานี มีค่าเท่ากับ 1.62 รองลงมา คือ จังหวัดสงขลา มีค่าเท่ากับ 1.52 ส่วนจังหวัดที่มีความหลากหลายต่ำที่สุด คือ จังหวัดชลบุรี มีค่าเท่ากับ 0.62 

รูปแสดงค่าดัชนีความหลากหลาย (Diversity Index) และจำนวนชนิด (Richness) ของสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการัง ประกอบช่วงความเชื่อมั่นที่ 95% (รูปบนและล่างซ้าย) และแผนที่แสดงการแพร่กระจายของค่าดัชนีความหลากหลายทางชนิดของสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการัง (รูปขวา)

           โดยสรุป ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศปะการังในภาพรวมของประเทศ พบว่าปะการังมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนกลาง เช่นเดียวกันกับความหลากหลายทางชีวภาพของปลาในแนวปะการังที่พบความสัมพันธ์เป็นไปในแนวเดียวกัน โดยพบว่าบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีความหลากหลายทางชีวภาพของปลาสูงกว่าทะเลอันดามันตอนล่าง สำหรับฝั่งอ่าวไทยพบว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพของปลาสูงในบริเวณอ่าวไทยตอนกลางและตอนล่าง ส่วนสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการัง พบว่ามีความหลากหลายสูงบริเวณอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่าง ในขณะที่บริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกมีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำทั้งปะการัง ปลาในแนวปะการัง และสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่ในแนวปะการัง

ที่มา : สถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 2564

19 เมษายน 2565