ขนาด
ปะการัง
ปะการัง สารสนเทศ ทช. ศูนย์ข้อมูลกลาง ทช.

การสำรวจสถานภาพปะการังของไทย

          ข้อมูลสถานภาพแนวปะการังระยะยาวของประเทศ เริ่มมีการรายงานในช่วงปี พ.ศ. 2538 – 2558 เป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจโดยใช้วิธี Manta tow technique ซึ่งเป็นการสำรวจสถานภาพแนวปะการังครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ส่วนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา การรายงานสถานภาพแนวปะการังได้เปลี่ยนมาใช้ข้อมูลจากการสำรวจโดยวิธี Line Intercept Transect ซึ่งเป็นการสำรวจแบบละเอียดเพื่อให้ได้ข้อมูลวิชาการในเชิงลึกที่จะสามารถใช้ในการเปรียบเทียบข้อมูลระยะยาวในพื้นที่เดิม ซึ่งมีการเก็บข้อมูลในพื้นที่ที่เป็นตัวแทนของแนวปะการังในบางบริเวณเท่านั้น โดยการสำรวจแนวปะการัง จนครบทุกพื้นที่ในทุกจังหวัด มีรอบระยะเวลาประมาณ 4 – 6 ปี

          ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ มีมติให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกันจัดทำแผนและแนวทางสำรวจและติดตามประเมินสถานภาพแนวปะการังของประเทศไทย โดยร่วมกันกำหนดสถานีติดตามสถานภาพทรัพยากรปะการังของประเทศทั้งหมด 445 สถานี โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินการสำรวจในพื้นที่นอกเขตอุทยาน จำนวน 193 สถานี และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการสำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 252 สถานี เพื่อลดปัญหาความจำกัดของบุคลากร และเพื่อให้ได้ข้อมูลรอบสำรวจเป็นประจำทุกปี แทนที่จะต้องใช้เวลา 4 ปี จำนวนสถานีสำรวจล่าสุดในปี พ.ศ. 2564 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินการสำรวจในพื้นที่นอกเขตอุทยาน จำนวน 168 สถานี และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการสำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 189 สถานี รวมทั้งสิ้น 357 สถานี

          การสำรวจในช่วงปี พ.ศ. 2538 – 2541 พบว่าประเทศไทยมีแนวปะการังที่มีสถานภาพสมบูรณ์ดี สมบูรณ์ปานกลาง และเสียหายในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 31.5, 32.1 และ 36.4 ตามลำดับ เช่นเดียวกับการสำรวจในช่วงปี พ.ศ. 2549 – 2551 ซึ่งพบว่าแนวปะการังมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่มากนัก โดยพื้นที่แนวปะการังที่มีสถานภาพสมบูรณ์ดี เพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย เป็นร้อยละ 34.0 แนวปะการังที่มีสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง มีจำนวนลดลงเหลือร้อยละ 28.9 ส่วนแนวปะการังที่มีสถานภาพเสียหาย มีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คือ ร้อยละ 37.1 ข้อมูลจากการสำรวจแนวปะการังในช่วงปี พ.ศ. 2554 – 2558 พบว่าพื้นที่แนวปะการังที่มีสถานภาพเสียหายเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 78.4 ในขณะที่แนวปะการังที่มีสถานภาพสมบูรณ์ดีและแนวปะการังที่มีสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 5.7 และ 15.9 ตามลำดับ สาเหตุหลัก ๆ ของความเสื่อมโทรมของแนวปะการังในช่วงนี้ คือ ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวที่เกิดขึ้นทั่วน่านน้ำไทยในปี พ.ศ. 2553 แนวปะการังส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบรุนแรงมาก จนทำให้สภาพของแนวปะการังส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเสียหาย เช่น แนวปะการังในพื้นที่อ่าวไทยฝั่งตะวันออกและอ่าวไทยฝั่งตะวันตก มีปะการังที่รอดชีวิตหลังปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวโดยเฉลี่ยร้อยละ 45 – 50 และ 70 ตามลำดับ ในขณะที่แนวปะการังในฝั่งทะเลอันดามันตอนเหนือ (จังหวัดพังงา – จังหวัดภูเก็ต) มีปะการังรอดชีวิตหลังการฟอกขาวโดยเฉลี่ยร้อยละ 25 ส่วนฝั่งทะเลอันดามันตอนใต้ (จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล) มีปะการังรอดชีวิตหลังการฟอกขาวโดยเฉลี่ยร้อยละ 60 นอกจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวแล้ว กิจกรรมการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ยังมีส่วนทำให้แนวปะการังเกิดความเสื่อมโทรมเพิ่มขึ้น หรือฟื้นตัวจากความเสียหายจากสาเหตุต่าง ๆ ได้ช้าลง โดยกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลและการพัฒนาชายฝั่งเพื่อรองรับกิจกรรมท่องเที่ยว รวมทั้งตะกอนจากชายฝั่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของแนวปะการังหลายแห่ง ทำให้สถานภาพแนวปะการังในช่วงปี พ.ศ. 2554 – 2558 ส่วนใหญ่อยู่ในสถานภาพเสียหาย

          การสำรวจช่วงปี พ.ศ. 2559 – 2560 เป็นช่วงต่อเนื่องระหว่างการเปลี่ยนแปลงวิธีการสำรวจและรอบการสำรวจพื้นที่แนวปะการัง จากเดิมที่จะต้องสำรวจซ้ำ โดยใช้รอบสำรวจ 4 ปี มาเป็นการแบ่งพื้นที่สำรวจระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งต้องสำรวจให้ครบทุกสถานีทั่วประเทศภายใน 1 ปี แต่ด้วยความไม่พร้อมของกำลังคนและงบประมาณ ทำให้ในบางพื้นที่ต้องใช้ข้อมูลเดิมจากการสำรวจที่ผ่านมาตั้งแต่ พ.ศ. 2558 เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่แนวปะการังมากพอที่จะใช้เป็นตัวแทนสถานภาพแนวปะการังของแต่ละจังหวัด อย่างไรก็ตาม พบว่าแนวปะการังมีการฟื้นตัวขึ้น โดยแนวปะการังที่มีสถานภาพสมบูรณ์ดี และแนวปะการังที่มีสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นร้อยละ 11.5 และ 27.5 ตามลำดับ ส่วนแนวปะการังที่มีสถานภาพเสียหาย ลดลงเหลือร้อยละ 61.0

          การสำรวจช่วงปี พ.ศ. 2561 – 2562 เป็นช่วงที่มีการสำรวจสถานภาพแนวปะการังแบบละเอียดในทุกสถานีพร้อมกันทั่วประเทศ โดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2561 และต่อเนื่องมาในปี พ.ศ. 2562 พบว่าแนวปะการังกลับมามีสถานภาพใกล้เคียงกับช่วงปี พ.ศ. 2538 – 2541 อีกครั้ง

          การสำรวจล่าสุดในช่วงปี พ.ศ. 2563 – 2564 พบว่าแนวปะการังมีสถานภาพใกล้เคียงกับสถานภาพแนวปะการังในช่วงปี พ.ศ. 2561 – 2562 และมีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย โดยพบว่าแนวปะการังส่วนใหญ่อยู่ในสถานภาพสมบูรณ์ปานกลางถึงสมบูรณ์ดีมาก ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกันในช่วงปี พ.ศ. 2563 – 2564 พบว่าสถานภาพสมบูรณ์ดีและสมบูรณ์ปานกลางเท่ากัน คือ ร้อยละ 38 ส่วนในปี พ.ศ. 2561 – 2562 แนวปะการังมีสถานภาพสมบูรณ์ดีและสมบูรณ์ปานกลาง เท่ากับร้อยละ 36 และ 33 ตามลำดับ

ที่มา : สถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 2564
ข้อมูล : วันที่ 19 เมษายน 2565