ขนาด
ปะการัง
  • 5 ตุลาคม 2559
  • 1,174
ปะการัง สารสนเทศ ทช. ศูนย์ข้อมูลกลาง ทช.

แนวทางการฟื้นฟูแนวปะการัง

แนวทางการฟื้นฟูแนวปะการัง
          จากการวิจัยทางด้านปะการังในหลายพื้นที่ พบว่าแนวปะการังที่เสียหายจากภัยทางธรรมชาติ (เช่นปะการังฟอกขาว) สามารถฟื้นตัวเองได้ตามธรรมชาติได้ โดยมีอัตราการฟื้นตัวตามธรรมชาติประมาณ 1 - 11% ต่อปี (ค่าปกคลุมของปะการังที่มีชีวิตเพิ่มขึ้น 1 - 11% ต่อปี) หรือเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี ทั้งนี้ต้องมีปัจจัยสนับสนุนคือ คุณภาพน้ำต้องดี และต้องไม่มีผลกระทบเพิ่มเติมจากมนุษย์ หากสามารถควบคุมปัจจัยคุกคามได้ และไม่เกิดภัยตามธรรมชาติ (เช่น ปะการังฟอกขาว และพายุพัดทำลาย) อาจจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 8 ปี แนวปะการังถึงจะอยู่ในระดับที่สมบูรณ์ได้ (โดยประมาณว่ามีค่าปกคลุมของปะการังที่มีชีวิตในภาพรวม 60% ขึ้นไป) ข้อเสนอแนะที่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อจัดการให้แนวปะการังสามารถฟื้นตัวได้ตามธรรมชาติ ดังนี้

          1. ใช้มาตรการควบคุมอย่างจริงจัง ให้มีการท่องเที่ยวทางทะเลในแนวทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยมีการอบรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎกติกา ทั้งนี้สามารถนำแนวทางของ Green Fins ที่กรมทรัพยากรทางทะเลดำเนินการอยู่
          2. นำมาตรฐานการดำน้ำมาควบคุมอย่างจริงจัง เช่น ในแหล่งดำน้ำลึกที่มีความเปราะบาง เช่นตามกองหินที่เป็นแหล่งกัลปังหา ไม่อนุญาตให้นักดำน้ำที่มีประสบการณ์น้อยลงดำน้ำ
          3. ติดตั้งทุ่นผูกเรือให้เพียงพอ และห้ามการทิ้งสมอเรือในแนวปะการังอย่างเด็ดขาด
          4. สำหรับและเก็บขยะใต้น้ำเป็นประจำ เพื่อให้ปะการังฟื้นตัวได้ตามปกติ
          5. มีการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ที่ชัดเจน แหล่งชมปะการังน้ำตื้น (snorkeling) ต้องกำหนดจุดที่แน่นอน และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวยืนเหยียบไม่ถึงพื้น
          6. การเร่งการฟื้นตัวตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ สิ่งที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ควรดำเนินการทันทีที่พบเห็นการแตกหักของปะการังคือ การซ่อมปะการัง ซึ่งสามารถเรียนรู้วิธีการโดยการอบรมกับนักวิชาการของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
          7. ในอนาคตต้องปรับปรุงมาตรฐานของเรือนำเที่ยว ให้เรือที่เข้ามาในเขตอุทยานฯ ต้องเป็นเรือที่มีถังเก็บกักของเสียจากห้องส้วม ห้ามปล่อยของเสียลงในเขตพื้นที่อุทยานฯอย่างเป็ดขาดเนื่องจากน้ำเสียจากห้องส้วมก่อให้เกิดโรคกับปะการัง
          8. พัฒนาเกาะในเขตอุทยานฯให้เป็นเกาะที่ปลอดขยะขยะต้องนำกลับสู่ฝั่งบนแผ่นดินใหญ่ ห้ามนำไปทิ้งกลางทะเลโดยเด็ดขาด
          9. จัดการแหล่งน้ำขังบนผิวดิน โดยลดการปล่อยของเสียลงแหล่งน้ำ (ควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับพื้นที่) และใช้พืชน้ำตามธรรมชาติบนเกาะช่วยดูดซับธาตุอาหารและของเสีย
          10. สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เช่น ดำเนินงานวิจัยร่วมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มหาวิทยาลัย สมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเล ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติฯ ต้องอำนวยความสะดวกอย่างจริงจัง

ข้อมูล : นายนิพนธ์ พงศ์สุวรรณ
วันที่ : 5 ตุลาคม 2559

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • ที่ดินชายฝั่ง
    ที่ดินชายฝั่ง
  • น้ำทะเลเปลี่ยนสี
    ปรากฎการณ์น้ำเปลี่ยนสีเกิดจากการเพิ่มปริมาณสารอาหารบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แพลงก์ตอนเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ปริมาณสารอาหารที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่นั้นมักเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
  • กัดเซาะชายฝั่ง
    ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 3,151 กิโลเมตร ครอบคลุมจังหวัดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัดโดยชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย มีความยาว 2,040 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัด และชายฝั่งทะเลด้านอันดามัน มีความยาว 1,111 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลรวม 6 จังหวัด
  • พะยูน : มาเรียม
    พะยูน : มาเรียม
  • วาฬ/โลมา
    วาฬ/โลมา
  • หญ้าทะเล
    หญ้าทะเล
  • ปลานกแก้ว
    ปลานกแก้ว
  • นกในเขตชายฝั่งทะเล
    นกในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล
  • ปลาฉลามวาฬ
    ปลาฉลามวาฬ