ขนาด
ปะการังฟอกขาว
  • 2 เมษายน 2562
  • 934

สรุปข้อมูล เมษายน 2562

          การเกิดการฟอกขาวของปะการังในพื้นที่กว่านั้นเกิดจากการที่อุณหภูมิอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิน้ำที่สูงกว่าปกติมากในระดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นเวลาที่นาน จึงมักจะพบเกิดในช่วงประมาณตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงที่อุณหภูมิน้ำทะเลในชายฝั่งประเทศไทยและภูมิภาคมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด โดยระยะเวลาการเกิดปะการังนั้นจะยาวนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางด้านสมุทรศาสตร์ในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น El NiNo, LaNiNa, IOD, และความรุนแรงของมรสุมในแต่ละปี เป็นต้นโดยในปีนี้จากลักษณะกระบวนกาทางด้านสมุทรศาสตร์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีลักษณะดังนี้​

          1. ปีนี้เกิดปรากกฎการณ์ Weak El NiNoคือเกิดปรากการณ์เอลนิโญแบบอ่อนมีค่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติอยู่ประมาณ 0.9 เซลเซียส ในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2561 และเริ่มมีแนวโน้มการสลายตัวเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2562 จากสถานการณ์ดังกล่าวน้ำมวลน้ำอุ่นในกลางมหาสมุทรแปซิฟิกจะเริ่มเคลื่อนตัวมายังชายฝั่งแปซิฟิกตะวันตก ด้วยอุณหภูมิน้ำอุ่นดังกล่าวมีค่าที่ไม่สูงที่จะทำให้มวลน้ำดังกล่าวเมื่อเคลื่อนที่เข้าพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกแล้วจะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงมากจนทำให้เกิดปะการังฟอกขาวเป็นวงกว้างเหมือนปี พ.ศ. 2553 และ พ.ศ. 2559 แต่อาจจะเกิดปะการังฟอกขาวเป็นพื้นที่เล็กๆ ได้ขึ้นอยู่กับการไหลเวียนของกระแสน้ำและระดับการขึ้นและลงของพื้นที่นั้นๆ

          2. ปรากฏการ์ Indian Ocean Dipole (IOD) เป็นปรากฎการณ์ในมหาสมุทรอินเดียที่มีลักษณะคลายกับ

ปรากกฎการณ์ ENSO ในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยปรกฎการณ์ทั้งสองจะมีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กันผ่านทางชั้นบรรยากาศ (Atmosphere) โดยหากปรากฎการณ์ IOD มีค่าเป็นบวก (positive) ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทางด้านฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรมีค่าต่ำกว่าปกติ เช่น ทำให้พื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะชวาเกิดปรากฏการณ์น้ำผุด(up welling) ที่รุนแรง และในชายฝั่งทะเลอันดามันของไทยได้รับอิทธิพลจากคลื่นใต้น้ำมากกว่าปกติทำให้อุณหภูมิน้ำต่ำเช่นกัน เป็นต้น แต่ในทางกลับกันหากเกิดค่า IOD เป็นค่าลบ (Negative) ต่อเนื่องเป็นเวลานานก็จะทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลทางด้านชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะชวาและทะเลอันดามันเกิดปรากฏการณ์ down welling และได้รับอิทธิพลจากคลื่นใต้น้ำน้อยกว่าปกติตามลำดับ ก็จะมีผลทำให้อุณหภูมิน้ำชายฝั่งมีค่าที่สูงกว่าปกติได้ ซึ่งอาจไปสนับสนุนให้เกิดปะการังฟอกขาว แต่ด้วยในช่วงนี้จะพบว่าปรากฎการณ์ IOD นั้นมีค่าเป็นกลาง (Neutral) จึงทำให้อุณหภูมิน้ำในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทยน่าจะอยู่ในช่วงปกติ ซึ่งจะไม่มีผลต่อการฟอกขาวของปะการัง

          3. สถานการณ์อุณหภูมิปัจจุบัน (กลางเดือนมีนาคม 2562) จากข้อมูลดาวเทียม AVSRR ของ NOAAพบว่าค่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่ต่างจากค่าเฉลี่ยระยะยาว (Anomalies) นั้นมีค่าความแตกต่างโดยทั่วไปอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว มีในบางพื้นที่ที่มีค่าที่สูงกว่าแต่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับค่าในปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่มีการฟอกขาวของปะการังในพื้นที่กว้างทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน และหากพิจารณาค่าอุณหภูมิของน้ำทะเลทั่งสองปีก็จะพบรูปแบบที่เหมือนกับคือพบค่าอุณหภูมิน้ำทะเลในปี 2559 สูงกว่าที่พบในปี 2562 จากลักษณะอุณหภูมิในปี 2562 ที่พบค่อนข้างต่ำกว่าที่พบใน

ปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่พบว่ามีปะการังฟอกขาวในช่วงเดือนปลายเมษายน - ต้นมิถุนายน 2559 ดังนั้นแนวโน้มที่อุณหภูมิน้ำทะเลในปีนี้จะสูงถึงระดับที่ทำให้เกิดปะการรังฟอกขาวจึงเป็นไปได้น้อย เนื่องด้วยอุณหภูมิน้ำทะเลจะสูงถึงระดับที่ทำให้เกิดปะการังฟอกขาวในช่วงเวลาเดือนเศษๆ ของช่วงที่จะมีโอกาสฟอกขาวจึงมีน้อยมาก

ภาพบนแสดงค่า SST Anomalies ของวันที่ 13 มีนาคม 2562 เปรียบเทียบกับภาพล่างแสดงค่าของวันที่ 13 มีนาคม 2559 จะพบว่าค่าความแตกต่างของอุณหภูมิน้ำทะเลจากค่าเฉลี่ยระยะยาวในปี 2559 (ปีที่เกิดปะการังฟอกขาว) โดยทั่วๆ ไปมีค่าสูงกว่าที่พบในปี 2562

ภาพบนแสดงค่าอุณหภูมิน้ำทะเลของวันที่ 13 มีนาคม 2562 เปรียบเทียบกับภาพล่างที่แสดงค่าอุณหภูมิน้ำทะเลของปี2559จะพบว่าในปี 2562 นั้นอุณหภูมิน้ำทะเลอันดามันและอ่าวไทยโดยทั่วไปมีค่าที่ค่อนข้างต่ำกว่าในปี 2559

          สรุป จากการวิเคราะห์สถานการณ์สภาพแวดล้อมที่จะมีอิทธิพลต่อการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเลในภูมิภาคในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม พบว่าสภาพแวดล้อมดังกล่าวมีความสอดคล้องกันที่แสดงให้เห็นว่าความเป็นไปได้ในการที่จะเกิดปะการังฟอกขาวในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน 2562 นั้นมีน้อยมาก

ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน
วันที่ : 2 เมษายน 2562

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • น้ำมันรั่วไหล
    การเกิดน้ำมันรั่วไหล (Oil spill) ในทะเล และชายฝั่งอาจเกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การขุดเจาะและขนส่งน้ำมัน การเดินเรือ การล้างถังอับเฉาเรือ ลักลอบทิ้งน้ำที่มีน้ำมันปนเปื้อนหรือน้ำมันที่ใช้แล้ว
  • วาฬ/โลมา
    วาฬ/โลมา
  • ปลานกแก้ว
    ปลานกแก้ว
  • ปูเสฉวนบก
    ปูเสฉวนบก
  • ขยะทะเล
    ขยะทะเล
  • ปะการัง
    เป็นแนวหินปูนใต้ทะเลในระดับน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง หินปูนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของปะการังหลายๆ ชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
  • ที่ดินชายฝั่ง
    ที่ดินชายฝั่ง
  • คลื่นย้อนกลับ Rip Currents
    กระแสน้ำรูปเห็ด
  • แมงกะพรุนพิษ
    เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ในไฟลัมไนดาเรีย (Cnidaria) เช่นเดียวกันกับดอกไม้ทะเล (sea anemones) และปะการัง แมงกะพรุนที่พบได้บ่อยที่สุดจัดอยู่ในกลุ่ม Scyphozoa