ป่าชายเลน
ป่าชายเลน สารสนเทศ ทช. ศูนย์ข้อมูลกลาง ทช.

การอนุรักษ์และการฟื้นฟูป่าชายเลน

เพื่อแก้ไขปัญหาการลดลงของพื้นที่และความเสื่อมโทรมของป่าชายเลน และรักษาไว้ซึ่งระบบนิเวศของป่าชายเลน ควรมีการบริหารจัดการตามหลักวิชาการป่าไม้ ดูแลรักษาและติดตามตรวจสอบการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง นำนโยบายของรัฐด้านต่างๆ มาเป็นแนวทางในการตัดสินใจและปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าชายเลนอย่างถูกต้อง ยั่งยืน และเป็นธรรม โดยใช้หลักกฎหมายและระเบียบวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องแนวปะการัง ในปัจจุบันได้มีการจัดการพื้นที่ป่าชายเลนที่สำคัญ โดยเน้นไปที่การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าชายเลน และการปลูกป่าเพื่อทดแทนป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม

การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน

จากการที่พื้นที่ป่าชายเลนลดลงอย่างรวดเร็ว คือลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในระหว่าง ปี พ.ศ.2504 – 2529 ทั้งนี้เนื่องมาจากการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ทั้งโดยการบุกรุกเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และลักลอบตัดไม้ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวคณะรัฐมนตรีได้มีมติ ในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2530 เพื่อจำแนกเขตและกำหนดมาตรการการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนไว้ ดังรูปที่ ดังนี้

เขตอนุรักษ์ หมายถึง พื้นที่ป่าชายเลนที่หวงห้ามไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ นอกจากจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ ได้แก่ พื้นที่แหล่งรักษาพันธุ์พืชและสัตว์น้ำที่มีค่าทางเศรษฐกิจ พื้นที่แหล่งเพาะพันธุ์และสัตว์น้ำ พื้นที่ที่ง่ายต่อการถูกทำลายและการพังทลายของดิน พื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี สถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่น เขตอุทยานแห่งชาติ เขตวนอุทยาน เขตแหล่งท่องเที่ยว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่า พื้นที่ป่าที่สมควรสงวนไว้เพื่อเป็นแนวป้องกันลม พื้นที่ป่าที่มีความเหมาะสมต่อการสงวนไว้เพื่อเป็นสถานที่ศึกษา วิจัย และ รักษาสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ พื้นที่ที่อยู่ห่างไม่น้อยกว่า 20 เมตร จากริมฝั่งแม่น้ำลำคลองธรรมชาติและไม่น้อยกว่า 75 เมตรจากชายฝั่งทะเล

เขตเศรษฐกิจจำเพาะ แบ่งได้เป็น

1. เขตเศรษฐกิจ ก. หมายถึง พื้นที่ป่าชายเลนที่ยอมให้มีการใช้ประโยชน์เฉพาะในกิจการด้านป่าไม้ ได้แก่ พื้นที่ป่าสัมปทาน พื้นที่ป่าชายเลนนอกสัมปทานที่เหมาะสมแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นป่าชุมชน พื้นที่สวนป่าเพื่อผลผลิตด้านป่าไม้ของรัฐบาลและเอกชน

2. เขตเศรษฐกิจ ข. หมายถึง พื้นที่ป่าชายเลนที่ยอมให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนาด้านอื่นๆ ได้ แต่ต้องคำนึงถึงผลดีและผลเสียทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ได้แก่ พื้นที่เกษตรกรรมเพื่อการกสิกรรม การเลี้ยงสัตว์ การประมง การทำนาเกลือ พื้นที่อุตสาหกรรม การทำเหมืองแร่ การสร้างโรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่ที่เป็นแหล่งชุมชน แหล่งการค้า ท่าเทียบเรือ และอื่นๆ จากมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่ที่ถูกกำหนดเป็นเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีถึง 4,368.06 ตารางกิโลเมตร ส่วนในปี พ.ศ.2545 มีการใช้ที่ดินประเภทต่างๆ ดังนี้

ตาราง แสดงลักษณะการใช้ที่ดินตามแผนที่การจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในพื้นที่ป่าชายเลน พ.ศ.2545 ทั้งประเทศ

ลักษณะการใช้ที่ดิน เนื้อที่
ไร่ ร้อยละ
ท่าเทียบเรือ 868.75 0.03
นากุ้ง 466,518.75 17.09
นาเกลือ 174,800.00 6.40
ป่าชายเลน 1,579,718.75 57.86
ป่าชายหาด 10,093.75 0.37
ป่าดิบแล้ง 5,200.00 0.19
ป่าพรุ 43,875.00 1.61
พื้นที่เกษตร 246,618.75 9.03
พื้นที่ทิ้งร้าง 42,806.25 1.57
เหมืองแร่ 2,050.00 0.08
เมืองและสิ่งก่อสร้าง 57,931.25 2.12
เลนงอก 99,556.25 3.65
รวม 2,730,037.50 100.00

แผนที่เขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี ปี พ.ศ. 2530

แผนที่เขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี ปี พ.ศ. 2530

ที่มา: ฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ในโครงการ, 2556

แผนที่แสดงการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี ปี พ.ศ. 2545

แผนที่แสดงการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี ปี พ.ศ. 2545

ที่มา: ฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ในโครงการ, 2556