ขนาด
ป่าชายเลน
สถานภาพสังคมพืชป่าชายเลน ปี พ.ศ. 2565

          การสำรวจสังคมพืชในพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพ ตามโครงการจัดทำระบบฐานข้อมูลทรัพยากรป่าชายเลน โดยการจำแนกเขตการใช้ที่ดินป่าชายเลนด้วยภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง ปี 2562 ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ยกเว้นพื้นที่ป่าชายเลนในพื้นที่รับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 876,343.96 ไร่ ทำการวางแปลงตัวอย่างขนาด 20x20 เมตรเพื่อสำรวจสังคมพืชคิดเป็นพื้นที่ 62 ไร่ ในพื้นที่ป่าชายเลนฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด ดังนี้
          1.อำเภอเมือง อำเภอกะเปอร์ อำเภอละอุ่น และอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง
          2.อำเภอเกาะยาว อำเภอเมือง อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
          3.อำเภอเกาะลันตา อำเภอเมือง อำเภอเหนือคลอง อำเภอคลองท่อม และอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่
          4.อำเภอเมือง และอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
          5.อำเภอกันตัง อำเภอปะเหลียน อำเภอย่านตาขาว อำเภอสิเกา อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง
          6.อำเภอเมืองสตูล อำเภอท่าแพ อำเภอทุ่งหว้า และอำเภอละงู จังหวัดสตูล

          ผลการสำรวจสังคมพืชป่าชายเลน พบพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั้งหมด 15 วงศ์ (Families) 19 สกุล (Genus) 34 ชนิด (Species) มีชนิดพันธุ์ไม้เด่น คือ โกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) รองลงมาคือ) ตะบูนขาว (Xylocapus granatum) ตะบูนดำ (Xylocarpus moluccensis) โกงกางใบใหญ่ (Rhizophora mucronata) ตามลำดับ โดยจังหวัดพังงา และจังหวัดตรัง พบชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลนมากที่สุด 28 ชนิด รองลงมาคือ จังหวัดกระบี่ พบ 25 ชนิด จังหวัดที่มีจำนวนพันธุ์ไม้น้อยที่สุด คือ จังหวัดภูเก็ต พบเพียง 12 ชนิด

          ความหนาแน่นของต้นไม้ต่อพื้นที่พบว่า จังหวัดพังงามีความหนาแน่นมากที่สุดเท่ากับ 287.36 ต้นต่อไร่ รองลงมาคือ จังหวัดกระบี่ และจังหวัดภูเก็ต มีค่าความหนาแน่น 256.83 และ 195.75 ต้นต่อไร่ ตามลำดับ จังหวัดที่มีความหนาแน่นน้อยที่สุด คือ จังหวัดตรัง มีค่า 127.43 ต้นต่อไร่ ไม้ป่าชายเลนในจังหวัดตรังมีขนาดความโตเฉลี่ยมากที่สุด คือ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยเท่ากับ 14.92 เซนติเมตร รองลงมาคือ จังหวัดสตูล และจังหวัดระนอง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยเท่ากับ 14.66 และ 14.31 เซนติเมตร ตามลำดับ จังหวัดภูเก็ตมีขนาดความโตเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยเท่ากับ 9.40 เซนติเมตร ส่วนไม้ป่าชายเลนในจังหวัดสตูล มีความสูงเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 10.85 เมตร รองลงมาคือ จังหวัดระนอง และจังหวัดตรัง เท่ากับ 10.73 และ 9.40 เมตร ตามลำดับ ไม้ป่าชายเลนจังหวัดภูเก็ต มีความสูงเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 7.95 เมตร ไม้ป่าชายเลนในจังหวัดพังงามีปริมาตรไม้รวมมากที่สุด เท่ากับ 23.67 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ รองลงมาคือ จังหวัดระนอง และจังหวัดสตูล เท่ากับ 23.20 และ 22.77 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ตามลำดับ ส่วนไม้ป่าชายเลนจังหวัดภูเก็ต มีปริมาตรไม้รวมน้อยที่สุดเท่ากับ 17.35 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่


หมายเหตุ : DBH = เส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย H = ความสูงเฉลี่ย  H’ = Shannon-Wiener diversity index  d = Margalef’s index J’ = Pielou’s evenness

ผลผลิตมวลชีวภาพและการกักเก็บคาร์บอนในป่าชายเลน
          ผลผลิตมวลชีวภาพรวมเฉลี่ยของต้นไม้ป่าชายเลนของจังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 30.59 ตันต่อไร่ แบ่งเป็นมวลชีวภาพเหนือพื้นดินรวมเฉลี่ยเท่ากับ 22.33 ตันต่อไร่ และมวลชีวภาพใต้พื้นดิน 8.26 ตันต่อไร่ จังหวัดที่มีมวลชีวภาพรวมเฉลี่ยสูงสุด คือ จังหวัดพังงา มีมวลชีวภาพเฉลี่ยเท่ากับ 37.84 ตันต่อไร่ รองลงมา ได้แก่ จังหวัดสตูล และจังหวัดระนอง มีมวลชีวภาพเฉลี่ยเท่ากับ 35.69 และ 34.28 ตันต่อไร่ ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีมวลชีวภาพน้อยสุด คือ จังหวัดภูเก็ต มีค่าเท่ากับ 17.55 ตันต่อไร่ (ตารางที่ 1.8) โดยคิดเป็นปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของทุกจังหวัดเท่ากับ 14.38 ตันคาร์บอนต่อไร่ และ 52.76 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ ซึ่งปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีค่าแปรผันตามผลผลิตมวลชีวภาพ โดยจังหวัดพังงามีการกักเก็บคาร์บอนและการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยต่อพื้นที่มากที่สุด คือ 17.78 ตันคาร์บอนต่อไร่ และ 65.27 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ รองลงมา ได้แก่ จังหวัดสตูล และจังหวัดระนอง ตามลำดับ


ผลผลิตมวลชีวภาพของป่าชายเลน 6 จังหวัด


การกักเก็บคาร์บอนและการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของป่าชายเลนรวมทั้งบนดินและใต้ดินของป่าชายเลนในพื้นที่ 6 จังหวัด

ตัวอย่างพันธุ์ไม้ป่าชายเลนที่สำรวจพบในพื้นที่ศึกษา

ความหลากหลายของนกในป่าชายเลน
          การสำรวจความหลากหลายของนกในป่าชายเลน โดยใช้รถสำหรับเส้นทางภาคพื้นดิน (Roadside survey) และเรือสำหรับเส้นทางน้ำ (Boatside survey) ในป่าชายเลนฝั่งอันดามันทั้ง 6 จังหวัด รวมระยะทางสำรวจทั้งสิ้น 538 กิโลเมตร มีรายละเอียด ดังนี้
          1.อำเภอเมืองระนอง อำเภอกะเปอร์ อำเภอละอุ่น และอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง รวมระยะทาง 75 กิโลเมตร
          2.อำเภอเมืองพังงา อำเภอคุระบุรี อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา รวมระยะทาง 117 กิโลเมตร
          3.อำเภอเมืองภูเก็ต และอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต รวมระยะทาง 50 กิโลเมตร
          4.อำเภอเมืองกระบี่ อำเภออ่าวลึก อำเภอเหนือคลอง อำเภอคลองท่อม และอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ รวมระยะทาง 84 กิโลเมตร
          5.อำเภอสิเกา อำเภอย่านตาขาว และอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง รวมระยะทาง 82 กิโลเมตร
          6.อำเภอเมืองสตูล อำเภอทุ่งหว้า อำเภอท่าแพ และอำเภอละงู จังหวัดสตูล รวมระยะทาง 130 กิโลเมตร


ตัวอย่างนกที่สำรวจพบในป่าชายเลน

รายชื่อนกที่สำรวจพบในพื้นที่ 6 จังหวัด (หมายเหตุ : RNG = ระนอง PNA = พังงา KBI = กระบี่ PKT = ภูเก็ต TRG = ตรัง STN = สตูล)

ความหลากหลายของแมลงในพื้นที่ป่าชายเลน
          การสำรวจความหลากหลายของแมลงในป่าชายเลน 3 วิธี ได้แก่ 1) การสำรวจเก็บตัวอย่างผีเสื้อและแมลงที่หากินในเวลากลางวัน (Sweep net) 2) การจับแมลงที่ออกหากินเวลากลางคืน (Malaise trap) และ 3) การจับแมลงขนาดเล็กที่เคลื่อนที่เร็ว (Light trap) ในพื้นที่ป่าชายเลนฝั่งอันดามันทั้ง 6 จังหวัด ดังนี้
         1.อำเภอเมืองระนอง อำเภอกะเปอร์ และอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
         2.อำเภอเมืองพังงาอำเภอคุระบุรี อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา
         3.อำเภอเมืองภูเก็ต และอำเภอถลางจังหวัดภูเก็ต
         4.อำเภอเมืองกระบี่ อำเภออ่าวลึก อำเภอเหนือคลอง อำเภอคลองท่อม และอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่
         5.อำเภอสิเกา อำเภอย่านตาขาว และอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
         6.อำเภอเมืองสตูล อำเภอทุ่งหว้า อำเภอท่าแพ และอำเภอละงู จังหวัดสตูล


แมลงที่สำรวจพบในป่าชายเลน

 

ปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2567