ขนาด
พะยูน
พะยูน สารสนเทศ ทช. ศูนย์ข้อมูลกลาง ทช.

สารจาก รมว. ทส. เนื่องในวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2565

นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

​          วันที่ 17 สิงหาคม เมื่อปี 2562 เป็นวันที่ลูกพะยูนพลัดหลงและเกยตื้นชื่อ “มาเรียม” ได้เสียชีวิต โดยมีสาเหตุมาจาก “การติดเชื้อจากขยะพลาสติกที่อุดตันในทางเดินอาหาร” เรื่องราวของ “มาเรียม” ในขณะนั้นมีผลทำให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจประเด็นการอนุรักษ์พะยูน และตระหนักถึงปัญหาขยะทะเลมากขึ้น ดังนั้นเพื่อระลึกถึงการเสียชีวิตของ “มาเรียม” และเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของพะยูน ที่มีต่อระบบนิเวศชายฝั่งทะเล และร่วมกันดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดให้วันที่ 17 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ

          ประเทศไทยกำหนดให้พะยูนเป็นสัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มานานถึง 30 ปี ซึ่งเป็นกลไกทางกฎหมายที่ช่วยสงวนและอนุรักษ์พะยูนไว้อย่างเข้มงวด ในระดับระหว่างประเทศหรือนานาชาติ พะยูนยังถูกจัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าหมายเลข 1 ลำดับที่ 86 ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ หรือ CITES ซึ่งเป็นสัตว์ที่ห้ามค้าโดยเด็ดขาด ใน IUCN Red List พะยูนเป็นสัตว์ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ (Vulnerable) แสดงให้เห็นว่าทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้เป็นอย่างมาก กลไกเชิงนโยบายที่สำคัญในการอนุรักษ์และคุ้มครองพะยูน คือ แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 - 2565) โดยมีพื้นที่ดำเนินการครอบคลุม 13 แห่งที่มีพะยูนและแหล่งหญ้าทะเล ทั้งในอ่าวไทยและอันดามัน ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ในการขับเคลื่อนการดำเนินภายใต้แผนการอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติจนมีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยการแก้ไขปัญหา ลดภัยคุกคามพะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัย การศึกษาวิจัย การช่วยชีวิตและดูแลรักษาพะยูนที่เกยตื้น สร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์พะยูน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการอนุรักษ์ เพิ่มจำนวนประชากรพะยูนจาก 250 ตัว เป็น 280 ตัว ภายในปี 2565

          เรื่องของพะยูนวันนี้ จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในประเทศที่ต้องตระหนัก และร่วมมือร่วมใจปกป้อง คุ้มครองดูแลพะยูนและหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของพะยูน และอยากให้ทุกท่านเห็นภาพตรงกันว่า การอนุรักษ์พะยูนไม่เพียงแค่เป็นการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องรักษาบ้านของพะยูนซึ่งหมายถึงแหล่งหญ้าทะเลด้วย และเมื่อใดมีแหล่งหญ้าทะเลที่สมบูรณ์ ย่อมหมายถึงการมีแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน มีทะเลที่สมบูรณ์ ดังนั้นมิติของการอนุรักษ์พะยูนจึงเป็นการรักษาความสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยด้วย

          ในโอกาสวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติวันนี้ จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ภาคเอกชน พี่น้องประชาชน ชุมชน เครือข่ายต่าง ๆ ได้ร่วมกันระลึกถึง “มาเรียม” และมุ่งมั่นที่จะดูแลพ่อ แม่ พี่น้องของเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยการช่วยกันอนุรักษ์พะยูน และบ้านพะยูนให้อยู่คู่กับทะเลไทยให้ลูกหลานของเราต่อไป

นายจตุพร บุรุษพัฒน์
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          พะยูนมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมและรักษาสมดุลของระบบนิเวศหญ้าทะเล และเพื่อช่วยคุ้มครองและป้องกันความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ พะยูนจึงได้รับการขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าสงวน ตั้งแต่ปี 2535 จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่าภัยที่คุกคามประชากรพะยูนมีหลายรูปแบบ เช่น การทำลายแหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของพะยูน และผลกระทบจากการทำประมง โดยเฉพาะการติดเครื่องมือประมงประเภทอวน

          ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 ลูกพะยูนเพศเมีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ มาเรียม ได้เกยตื้นบริเวณแหล่งหญ้าทะเลจังหวัดกระบี่ และได้รับการดูแลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต่อมาไม่กี่เดือนลูกพะยูนเพศผู้ ถูกพบเกยตื้นอีกตัว ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้ว่า ยามีล แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ลูกพะยูนทั้ง 2 ตัว เสียชีวิตในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน การจากไปของมาเรียมและยามีลอาจเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่ไม่ใช่เรื่องที่สูญเปล่า เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พะยูน รวมทั้งประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลมากขึ้น และเป็นที่มาของการกำหนดให้วันที่ 17 สิงหาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่มาเรียมเสียชีวิต เป็นวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ

          เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์และคุ้มครองพะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัยหญ้าทะเลในประเทศไทย ตามนโยบายเร่งด่วนของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจัดทำและดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563-2565) มีเป้าหมายในการอนุรักษ์และคุ้มครองพะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัยในประเทศไทย และสนับสนุนการศึกษาวิจัย รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และดูแลพะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้มีการปรับปรุง ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งระบบ อีกทั้งยังเป็นการสนองพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมีเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  มาอย่างต่อเนื่อง

          เนื่องในวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ วันที่ 17 สิงหาคม นี้  ผมจึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลและความหลากหลายของแนวหญ้าทะเล อันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย หากช้างเป็นสัตว์บกคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย พะยูนซึ่งมีบรรพบุรุษที่ใกล้เคียงกับช้าง ก็เปรียบเป็นสัตว์ทะเลคู่ท้องทะเลไทย ที่ประชาชนชาวไทยต้องร่วมกันอนุรักษ์ดูแลเช่นเดียวกัน

นายโสภณ ทองดี 
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

          การปลุกกระแสการอนุรักษ์พะยูนของประเทศไทยนับตั้งแต่ลูกพะยูน “มาเรียม” พลัดหลงเกยตื้นและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2562  ด้วยสาเหตุกลืนกินเศษขยะพลาสติกในทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ยกระดับการดำเนินงานให้เข้มข้นและครอบคลุมทุกมิติยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้เสนอวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ โดยมีมติเห็นชอบกำหนดให้ วันที่ 17 สิงหาคม ของทุกปีเป็น "วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ"

          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มุ่งมั่นดำเนินการตามแนวทางด้านการอนุรักษ์และคุ้มครองพะยูนและถิ่นอาศัยหญ้าทะเลในประเทศไทย โดยริเริ่มแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563-2565) ครอบคลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งอาศัยของพะยูนทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน รวม 13 พื้นที่ เพื่ออนุรักษ์และคุ้มครองพะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัยพะยูน สนับสนุนการดำเนินงานศึกษาวิจัย สร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัย มีเป้าหมายเพื่อให้ประชากรพะยูนเพิ่มขึ้นจาก 250 ตัว เป็น 280 ตัว ในเวลา 3 ปี ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา นับว่าประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าอย่างเป็นที่ประจักษ์ ภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นสำคัญ ส่งผลให้ปัจจุบันพบพะยูนในธรรมชาติกว่า 265 ตัว อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังคงมุ่งมั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังได้ยกระดับการดำเนินงานร่วมกับชุมชนและองค์กรพันธมิตรเพื่อการอนุรักษ์ ดูแล และฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรทางทะเลและพะยูนอย่างยั่งยืน

          ในนามของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะมุ่งมั่นในการสงวน รักษา และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างมั่นคง เพื่อคงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่มั่งคั่ง และสร้างสมดุลแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับทุกภาคส่วน ท้ายสุดขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ชุมชนเครือข่าย และภาคส่วนต่าง ๆ แสดงพลังการมีส่วนร่วมที่แข็งขันในการอนุรักษ์พะยูน แหล่งหญ้าทะเล และระบบนิเวศทางทะเลให้คงความสมบูรณ์อยู่คู่กับประเทศไทยและพร้อมเป็นต้นแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในทุกระดับ ต่อไป