ขนาด
สถานภาพแนวปะการังในประเทศไทย
  • 14 สิงหาคม 2556
  • 301

บริเวณทะเลอันดามันตอนบน

สถานภาพแนวปะการัง พ.ศ. 2557

จังหวัดพังงา
หมู่เกาะสุรินทร์
เกาะสุรินทร์เหนือ สุรินทร์ใต้ : แนวปะการังก่อตัวหนาแน่นรอบทั้งเกาะ ยกเว้นด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะสุรินทร์ใต้ที่มีลักษณะเป็นโขดหินซึ่งพบปะการังขึ้นปกคลุมเพียงเล็กน้อย พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 6,465 ไร่ สามารถแบ่งบริเวณพื้นที่สำรวจได้ดังนี้

- บริเวณอ่าวผักกาด ปะการังก่อตัวหนาแน่น แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 3.1) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 23.6% ปะการังตาย 72.1% และทราย 4.3% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังช่องเล็ก (Montipora spp.) และปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora)

- บริเวณอ่าวด้านตะวันออกของเกาะสุรินทร์ใต้ ปะการังก่อตัวหนาแน่น แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหาย(ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 2.0) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 30.4% ปะการังตาย 61.0% และทราย 8.6% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea)

- บริเวณอ่าวแม่ยาย ปะการังก่อตัวหนาแน่น แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 3.2) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 21.9% ปะการังตาย 69.0% และทราย 9.1% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังช่องเล็ก (Montipora spp.)-บริเวณอ่าวไทรเอน ปะการังก่อตัวหนาแน่น แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 2.7) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 26.0% ปะการังตาย 71.4% และทราย 2.6% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังเขากวาง (Acropora spp.)

- บริเวณด้านเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ (อ่าวจากถึงอ่าวทรายแดง) แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 3.4) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 20.3% ปะการังตาย 68.6% ทราย 7.6% และหิน 3.5% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora) และปะการังเขากวาง (Acropora spp.)-บริเวณอ่าวไม้งาม ปะการังก่อตัวหนาแน่น แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 2.89) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 21.6% ปะการังตาย 62.4% ทราย 2.0% และหิน 14.0% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora) และปะการังดอกกะหล่ำ(Pocillopora spp.)

- บริเวณอ่าวสุเทพ ปะการังก่อตัวหนาแน่น แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 5.6) โดยเฉลื่ยมีปะการังมีชีวิต 13.2% ปะการังตาย 74.4% ทราย 3.2% และหิน 9.2% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora) ปะการังเขากวาง (Acropora spp.) และปะการังช่องเล็ก (Montipora spp.)

- บริเวณด้านตะวันตกของเกาะสุรินทร์ใต้ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 5.5) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 12.9% ปะการังตาย 70.8% ทราย 8.4% และหิน 7.9% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora)

เกาะตอรินลา : ตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของเกาะสุรินทร์ใต้ แนวปะการังก่อตัวหนาแน่นยกเว้นด้านตะวันตก แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 4.17) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 15.9% ปะการังตาย 66.4%ทราย 6.6% และหิน 11.1% ปะการังโดยทั่วไปที่พบ ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 149 ไร่

เกาะชี (เกาะสต๊อร์ค) : ตั้งอยู่ด้านเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ แนวปะการังก่อตัวอยู่รอบเกาะ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 3.7) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 15.8% ปะการังตาย 58.5% ทราย 14.4% และหิน 11.3% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 77 ไร่

เกาะปาชุมบา : ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของอ่าวสุเทพ แนวปะการังก่อตัวอยู่รอบเกาะ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 4.7) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิตปกคลุม 11.5% ปะการังตาย 54.6% ทราย 8.8%และหิน 25.1% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora) และปะการังดอกไม้ทะเล (Goniopora sp.) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 99 ไร่

หินราบ : ตั้งอยู่ด้านเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหาย (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:3.7) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 12.5% ปะการังตาย 46.7% ทราย 9.2% และหิน 31.6% ปะการังโดยทั่วไปที่พบ ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังเห็ด (Fungia sp.) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 12 ไร่

หมู่เกาะสิมิลัน
เกาะหูยง (เกาะหนึ่ง) : แนวปะการังก่อตัวหนาแน่นอยู่รอบเกาะ มีพื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 270 ไร่ สามารถแบ่งแนวปะการังตามพื้นที่ต่างๆ ได้ดังนี้

- ด้านใต้ แนวปะการังขึ้นปกคลุมตามแนวโขดหิน แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหาย (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:2.5) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 12.8% ปะการังตาย 31.3% ทราย 2.8% และหิน 53.1% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea)

- ด้านเหนือ แนวปะการังก่อตัวหนาแน่นบนพื้นทราย แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 2.9) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 13.6% ปะการังตาย 39.8% ทราย 38.8% และหิน 7.8%ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea)

เกาะปายัง (เกาะสอง) : แนวปะการังก่อตัวรอบทั้งเกาะ พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 138 ไร่ สามารถแบ่งแนวปะการังตามพื้นที่ต่างๆ ได้ดังนี้-ด้านตะวันตก แนวปะการังขึ้นปกคลุมตามแนวโขดหิน โดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:2.7) โดยเฉลี่ยมีปะการังมีชีวิต 7.9% ปะการังตาย 21.3% และหิน 70.8% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea)-ด้านตะวันออก แนวปะการังขึ้นปกคลุมบนพื้นทราย แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 3.8) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 9.6% ปะการังตาย 36.5% ทราย 48.7% และหิน 5.2% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea)

เกาะปาหยัน (เกาะสาม) : เป็นเกาะขนาดเล็ก พบแนวปะการังก่อตัวบนโขดหินรอบเกาะ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 5.4) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 6.4% ปะการังตาย 34.8% ทราย 9.5% และหิน 49.3% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 17 ไร่

เกาะเมียง (เกาะสี่) : แนวปะการังก่อตัวบริเวณด้านเหนือและด้านตะวันออกปะการังก่อตัวบนพื้นทราย พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 281 ไร่ สามารถแบ่งแนวปะการังตามพื้นที่ต่างๆ ได้ดังนี้

- ด้านเหนือ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:3.2) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 12.9% ปะการังตาย 41.1% ทราย 36.2% และหิน 9.8% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea)

- ด้านตะวันออก แนวปะการังขึ้นปกคลุมบนพื้นทราย แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 4.0) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 11.1% ปะการังตาย 44.4% ทราย 31.4% และหิน 13.1% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea)

เกาะห้า : ปะการังก่อตัวรอบเกาะ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 5.1)โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 10.3% ปะการังตาย 52.3% ทราย 33.9% และหิน 3.4% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 169 ไร่

เกาะปายู (เกาะหก) : ปะการังก่อตัวหนาแน่นรอบทั้งเกาะ พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 156 ไร่ สามารถแบ่งแนวปะการังตามพื้นที่ต่างๆ ได้ดังนี้

- ด้านตะวันตก แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 5.6) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 10.0% ปะการังตาย 55.9% ปะการังอ่อน 0.5% ทราย 5.7% และหิน 27.9% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea)

- ด้านตะวันออก แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 3.9) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 14.3% ปะการังตาย 56.1% ทราย 22.9% และหิน 6.7% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea)

เกาะสิมิลัน (เกาะแปด) : แนวปะการังก่อตัวหนาแน่นรอบเกาะโดยเฉพาะด้านตะวันออกทั้งแนว ยกเว้นด้านตะวันตกที่ปะการังขึ้นปกคลุมตามแนวโขดหิน พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 1,391 ไร่ สามารถแบ่งแนวปะการังตามพื้นที่ต่างๆ ได้ดังนี้

- ด้านเหนือ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 7.0) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 7.1% ปะการังตาย 49.7% ทราย 21.6% และหิน 21.6% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea)

- ด้านตะวันออก แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 6.2) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 9.9% ปะการังตาย 61.8% ทราย 25.5% และหิน 2.8% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea)

- ด้านใต้ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 4.8) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 7.2% ปะการังตาย 34.4% ทราย 6.7% และหิน 51.7% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea)

- ด้านตะวันตก แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 5.3) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 6.3% ปะการังตาย 33.1% ทราย 13.8% และหิน 46.8% ปะการังที่พบ โดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea)

เกาะบางู (เกาะเก้า) : แนวปะการังก่อตัวหนาแน่นรอบเกาะ พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 209 ไร่ สามารถแบ่งแนวปะการังตามพื้นที่ต่างๆ ได้ดังนี้

- ด้านเหนือ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 3.9) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 14.1% ปะการังตาย 55.6% ทราย 15.9% และหิน 14.4% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea)

- ด้านใต้ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 4.7) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 10.2% ปะการังตาย 47.4% ทราย 24.5% และหิน 17.9% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea)

เกาะบอน : ปะการังก่อตัวรอบทั้งเกาะ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมากโดยเฉพาะด้านใต้มีลักษณะเศษซากปะการังตาย (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 4.3) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 12.9% ปะการังตาย 55.2% ทราย 15.0% และหิน 16.9% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังเห็ด (Fungia sp.) และปะการังช่องเล็ก (Montipora spp.) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 74 ไร่

เกาะตาชัย : ปะการังก่อตัวรอบทั้งเกาะ ยกเว้นด้านตะวันตกเฉียงใต้ที่ปะการังขึ้นปกคลุมตามแนวโขดหินเล็กน้อย พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 620 ไร่ สามารถแบ่งแนวปะการังตามพื้นที่ต่างๆ ได้ดังนี้

- ด้านใต้ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:3.52) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 15.2% ปะการังตาย 53.6% และทราย 31.2% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea) และปะการังช่องเล็ก (Montipora spp.)

- ด้านตะวันตก แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 4.64) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 10.3% ปะการังตาย 47.7% ปะการังอ่อน 1.3% ทราย 3.2% และหิน 37.5% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea) และปะการังช่องเล็ก (Montipora spp.)

- ด้านตะวันออก แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหาย (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:1.8) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 22.9% ปะการังตาย 41.7% และทราย 35.4% ปะการังโดยทั่วไปที่พบ ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea)

เกาะกา (เกาะผ้า) : มีลักษณะเป็นเนินทรายและมีแนวปะการังขึ้นล้อมรอบทั้งเกาะ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหามาก(ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:6.22) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 12.6% ปะการังตาย 78.2% และทราย 9.2%ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites sp.) ปะการังเขากวาง (Acropora sp.) และปะการังช่องเหลี่ยม (Favitesspp.) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 2,997 ไร่

แหลมหัวกรังน้อย : แนวปะการังก่อตัวหนาแน่นบริเวณปลายแหลมซึ่งโดยทั่วไปเป็นซากปะการังตาย แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 19.0) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 5.0% และปะการังตาย95.0% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 1,064 ไร่

แหลมหัวกรังใหญ่ : แนวปะการังก่อตัวหนาแน่นบริเวณปลายแหลมซึ่งโดยทั่วไปเป็นซากปะการังตาย แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:14.6) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 6.4% และปะการังตาย 93.6% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 1,416 ไร่

หินกรังนอก : เป็นกองหินขนาดเล็กในบริเวณน้ำตื้นชายฝั่ง แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1 : 13.5) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 6.7% ปะการังตาย 89.7% และทราย 3.6% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites sp.) ปะการังช่องเหลี่ยม (Favites spp.) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 212 ไร่เขาหน้ายักษ์ แนวปะการังก่อตัวหนาแน่นตั้งแต่ปากคลองทับละมุ แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:4.4) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 17.8% ปะการังตาย 78.2% และทราย 4.0% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังเขากวาง (Acropora spp.) และปะการังช่องเหลี่ยม (Favites spp.)พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 595 ไร่

หาดท้ายเหมือง : แนวปะการังก่อตัวยาวเป็นช่วงๆ ตั้งแต่ด้านเหนือลงด้านใต้ตลอดชายหาดท้ายเหมือง แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพเสียหายมาก (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:3.1) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 24% ปะการังตาย 73.3%และทราย 2.7% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) และปะการังช่องเหลี่ยม (Favites spp.) พื้นที่แนวปะการังทั้งหมดประมาณ 2,643 ไร่

เกาะเขียว (เกาะไก่) : ปะการังก่อตัวรอบทั้งเกาะ ยกเว้นด้านตะวันตกปะการังขึ้นปกคลุมบนโขดหิน พื้นที่แนวปะการังประมาณ 18 ไร่แนวปะการังโดยทั่วไปมีสภาพสมบูรณ์ปานกลาง (ปะการังที่มีชีวิต : ปะการังตาย เท่ากับ 1:1.2) โดยเฉลี่ยมีปะการังที่มีชีวิต 24.0% ปะการังตาย 27.7% ทราย 14.3% และหิน 34.0% ปะการังที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด(Porites lutea) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora)

สถานภาพแนวปะการัง พ.ศ. 2550 - 2554

แนวปะการังที่ก่อตัวตามเกาะใกล้ชายฝั่งในเขตจังหวัดระนอง ได้แก่ ที่เกาะพะยาม หมู่เกาะกำ เกาะล้าน และเกาะค้างคาว ในปี พ.ศ.2550 เฉพาะที่เกาะค้างคาวเท่านั้นที่ยังมีแนวปะการังอยู่ในสภาพดีมาก ที่เกาะพะยาม แนวปะการังอยู่ในสภาพดีปานกลาง ส่วนที่หมู่เกาะกำแนวปะการังอยู่ในสภาพเสียหายมากจนถึงดีปานกลาง แนวปะการังในพื้นที่เหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากตะกอนชายฝั่งค่อนข้างมาก ในปี พ.ศ.2554 แนวปะการังในพื้นที่แถบนี้ เสียหายมากทั้งหมดเนื่องจากผลกระทบจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวในปี พ.ศ.2553 ซึ่งจากการสำรวจที่หมู่ เกาะกำในปลายปี พ.ศ.2554 พบว่ามีตัวอ่อนปะการังลงเกาะน้อยกวาที่อื่น และมีตะกอนปกคลุมซากปะการัง ค่อนข้างมาก

แนวปะการังตามเกาะที่อยู่ในเขตห่างฝั่งเขตจังหวัดพังงา ได้แก่หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน เกาะตาชัย และเกาะบอน เป็นแหล่งที่แนวปะการังก่อตัวได้ดีที่สุดของประเทศ เนื่องจากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะที่สุด จากการสำรวจในช่วงปี พ.ศ.2550 จนถึงต้นปี พ.ศ.2553 พบว่าสภาพแนวปะการังมีตั้งแต่ระดับเสียหายมากไปจนถึงดีมาก แหล่งที่แนวปะการังมีสภาพดีมากส่วนใหญ่เป็นจุดที่กระแสน้ำไหลเวียนดี เช่น ที่เกาะสุรินทร์บริเวณอ่าวเต่า ปลายแหลมของอ่าวแม่ยาย และฝั่งตะวันออกตอนล่างของเกาะสิมิลัน เป็นต้น แหล่งที่แนวปะการังเสียหาย มักพบปะการังอยู่ในสภาพที่เป็นกิ่งแตกหักเป็นชิ้นเล็กกองทับถมหรือกระจายบนพื้นทราย เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น คลื่นซัดแตกหัก คลื่นสึนามี สมอเรือ และหลังจากยืนตายจากการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวต่อมาได้ผุพังแตกหักลงไป เป็นต้น เศษปะการังเหล่านี้เป็นสภาพพื้นไม่มั่นคง กลิ้งไปมาได้เมื่อคลื่นกระแทก ทำให้ตัวอ่อนปะการังที่ลงยึดเกาะมักไม่อยู่รอด การพื้นตัวจึงเกิดขึ้นยาก พื้นที่ลักษณะนี้ เช่น ที่เกาะสุรินทร์ บริเวณอ่าวหน้าช่องขาดด้านตะวันออกที่เกาะสิมีลันบริเวณอ่าวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เกาะปายูด้าน ตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น บางแห่งการพื้นตัวช้าเนื่องจากมีสิ่งมีชีวิตอื่นเข้าไปแก่งแย่งพื้นที่ เช่น พรมทะเล (zoanthid) ขึ้นคลุมแนวปะการังฝั่งตะวันออกของเกาะสต็อก สาหร่ายใบมะกรูดขึ้นคลุมแนวปะการังฝั่ง ตะวันออกของเกาะตาชัย เป็นต้น ในช่วงกลางปี พ.ศ.2553 ได้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ทำให้แนวปะการัง ทุกจุดอยู่ในสภาพเสียหายจนถึงเสียหายมาก มีปะการังที่มีชีวิตปกคลุมหนาแน่นเพียง 7-11% เท่านั้น

แนวปะการังตามชายฝั่งและเกาะที่อยู่ใกล้ฝั่งอำเภอตะกั่วป่า-ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ได้แก่ แหลมหัวกรังน้อย แหลมหัวกรังใหญ่ ชายฝั่งเขาหน้ายักษ์ หินกรังนอก เกาะผ้า รวมถึงแนวปะการังที่อยู่ห่างฝั่งออกไป (ประมาณ 5-10 กิโลเมตร จากฝั่งออกไป) ซึ่งเป็นแนวปะการังที่พัฒนาก่อตัวขึ้นตามพื้นหินใต้น้ำ เป็นแนวไม่ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่เขตอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ลงไปทางใต้จนถึงนอกฝั่งหาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต แนวปะการังเหล่านี้อยู่ในสภาพเสียหายมาก ในอดีตอาจได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ในทะเล โดยเฉพาะในเขตที่อยู่ใกล้บ้านน้ำเค็ม อย่างไรก็ตาม พบว่า ณ ปัจจุบันพื้นทะเลเป็นทรายหยาบปนตะกอน ไม่ได้เป็นชั้นตะกอนหนา เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ตะกอนมีโอกาสถูกชะออกไปได้มากจากคลื่นทะเลในหน้าลมมรสุม นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายกับแนวปะการังในแถบนี้ เช่น ผลกระทบจากคลื่นลมมรสุมซึ่งรุนแรงในบางปี คลื่นสึนามิปี พ.ศ.2547 และปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวปี พ.ศ.2553 อนึ่ง ในช่วงปลายปี พ.ศ.2554 จากการสำรวจพบแนวปะการังนอกฝั่งหาดท้ายเหมือง ได้พบปะการังอ่อนเริ่มเจริญเติบโตจำนวนมากพอสมควร แสดงให้เห็นว่าแนวปะการังในพื้นที่แถบนี้ยังมีโอกาสฟันตัว หากไม่มีผลกระทบรุนแรงเพิ่มเติม

สำหรับแนวปะการังบริเวณเกาะภูเก็ตและเกาะบริวาร ในช่วงปี พ.ศ.2550-2552 ได้มีการเลือกสำรวจในพื้นที่บางแห่ง แนวปะการังที่มีสภาพดีมาก พบได้ที่เกาะบอน เกาะโหลนด้านตะวันออก เกาะแอวด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เกาะแก้วใหญ่ เกาะไม้ท่อนฝั่งตะวันออก เกาะราชาใหญ่ที่อ่าวด้านเหนือและตะวันตก แหล่งที่เสียหายมาก ได้แก่ หาดไนยาง อ่าวฉลอง อ่าวราไวย์ เกาะตะเภาใหญ่ด้านเหนือและตะวันตก เกาะราชาน้อยที่อ่าวด้านเหนือ ต่อมาหลังจากเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวปี พ.ศ.2553 แนวปะการังหลายแห่งที่เคยอยู่ในสภาพดีมาก กลับกลายเป็นเสียหายมาก เช่น เกาะแอวด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เกาะราชาใหญ่ด้านเหนือ และเกาะโหลนด้านตะวันออก เป็นต้น

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • ปฏิทินทะเล
    ปฏิทินทะเล
  • ขยะทะเล
    ขยะทะเล
  • PMBC Special Publication
    PMBC Special Publication
  • วาฬบรูด้า
    วาฬบรูด้า
  • พ.ร.บ. ทช.
    พ.ร.บ. ทช.
  • ปลาฉลามวาฬ
    ปลาฉลามวาฬ
  • นกในเขตชายฝั่งทะเล
    นกในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล
  • หาดในประเทศไทย
    จากการสำรวจแหล่งธรรมชาติประเภทหาดทรายทั่วประเทศ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี 2560 พบว่ามีชายหาดรวม 521 แห่ง กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ 21 จังหวัด โดยอยู่ทางฝั่งอ่าวไทย 360 แห่ง แบ่งเป็นชายหาดที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) 49 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่นๆ เช่น ท้องถิ่น กองทัพเรือ และส่วนราชการอื่นๆ อีก 311 แห่ง สำหรับข้อมูลชายหาดฝั่งทะเลอันดามัน พบว่ามีชายหาด 161 แห่ง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ 78 แห่ง นอกเขตอุทยานแห่งชาติ 83 แห่ง
  • ปะการังเทียม
    ปะการังเทียม