ขนาด
สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จ.จันทบุรี
  • 7 พฤศจิกายน 2561
  • 1,461

สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จ.จันทบุรี

          พื้นที่กัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดจันทบุรี จากผลการสำรวจพบว่า มีแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง ณ ปัจจุบัน มีพื้นที่กัดเซาะทั้ง 2 อำเภอ 3 ตำบล ประกอบด้วยอำเภอขลุง ตำบลบางชัน อำเภอแหลมสิงห์ ตำบลเกาะเปริด และปากน้ำแหลมสิงห์ รวมทั้งสิ้นเป็นพื้นที่กัดเซาะน้อย 22.82 กิโลเมตร พื้นที่ที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว เป็นระยะทาง 18.68 กิโลเมตร จากแนวชายฝั่งทั้งหมด 104.04 กิโลเมตร

ข้อมูลลักษณะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี
          จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่บนฝั่ง และเกาะต่างๆ มีเส้นแนวชายฝั่งทะเลรวมทั้งหมด 104.04 กิโลเมตร มีพื้นที่ที่อยู่ในลักษณะตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 อยู่ใน 5 อำเภอ 32 ตำบล โดยมีลักษณะตำบลที่ติดชายฝั่งทะเลจำนวน 9 ตำบล โดยมีป่า 3 ชนิด คือ ป่าพรุชายฝั่ง ป่าชายหาด และป่าชายเลนจำนวน 32 ตำบล โดยไม่มีตำบลที่อยู่บนเกาะและติดทะเลสาบ

ข้อมูลระบบหาด
          ระบบกลุ่มหาด หมายถึง “การแบ่งขอบเขตชายฝั่งเป็นหน่วยย่อย หรือเป็นเซลล์เพื่อใช้ในการจัดการชายฝั่ง โดยหลักการกำหนดขอบเขตระบบกลุ่มหาดจะพิจารณาจากลักษณะธรณีสัณฐาน ลักษณะธรณีวิทยา ลักษณะทางกายภาพ ได้แก่ หัวแหลม (Headland) ชายฝั่งหิน (Rocky Coast) และปากแม่น้ำ (Estuary) โดยขอบเขตชายฝั่งในหนึ่งเซลล์จะต้องมีสมดุลตะกอนของตัวเอง และไม่มีการเคลื่อนย้ายตะกอนจากกลุ่มหาดหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหาดหนึ่ง” ปัจจุบันประเทศไทยแบ่งออกเป็น 64 ระบบกลุ่มหาด จังหวัดจันทบุรีอยู่ในระบบกลุ่มหาดพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกมีพื้นที่ระบบกลุ่มหาด 2 กลุ่มคือ E3 และ E4

ข้อมูลระบบกลุ่มหาดจังหวัดจันทบุรี

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่ง(State)
ข้อมูลสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่ง

          การกัดเซาะชายฝั่ง หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของตะกอนบริเวณชายฝั่งที่ถูกพัดพาออกไปจากตำแหน่งเดิมโดยตัวกลาง เช่น กระแสคลื่น กระแสลม น้ำขึ้นน้ำลง หรือภัยธรรมชาติที่ทำให้ตัวกลางเหล่านี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ นอกจากนี้การกัดเซาะอาจเกิดปริมาณตะกอนในแม่น้ำที่ไหลออกสู่ทะเลลดลง ทำให้ระบบหมุนเวียนของตะกอนไม่อยู่ในสภาวะสมดุลจึงส่งผลให้มีการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในอดีต
          จากข้อมูลการติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง และการศึกษาวางผังแม่บทการแก้ไขปัญหา
กัดเซาะชายฝั่ง และวางผังท่าเรือเพื่อรองรับการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมชายฝั่งตะวันออกปี พ.ศ. 2552 พบว่า แนวชายฝั่งทะเลดังกล่าวประสบปัญหาถูกกัดเซาะเป็นระยะทางประมาณ 28.31 กิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 27.68 ของความยาวแนวชายฝั่งของจังหวัด โดยในจำนวนนี้มีแนวชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะระดับวิกฤตจำนวน 2 แห่ง ระยะทางประมาณ 14.05 กิโลเมตร

สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน
          สำหรับสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปัจจุบัน พบว่าจังหวัดจันทบุรี ได้มีการดำเนินการด้วยโครงสร้างรูปแบบต่างๆ และบางพื้นที่เป็นพื้นที่ๆมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันชายฝั่งจังหวัดตราดระยะทางแนวชายฝั่งประมาณ 104.04 กิโลเมตร ซึ่งลักษณะชายฝั่งแยกเป็นหาดทราย 7.94 กิโลเมตร หาดทรายปนโคลน 25.54 กิโลเมตร หาดโคลน 39.94 กิโลเมตร หาดหิน 5.76 กิโลเมตร หัวหาด 21.83 กิโลเมตร ปากแม่น้ำ 3.03 กิโลเมตร
          นอกจากนี้ยังสามารถจำแนกสถานการณ์ตามแนวชายฝั่งออกเป็นพื้นที่กัดเซาะน้อย ( 1 เมตร/ปี) 22.82กิโลเมตร พื้นที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว 18.68 กิโลเมตร พื้นที่สมดุล 33.42กิโลเมตร พื้นที่สะสมน้อย 0.07 กิโลเมตร พื้นที่หัวหาด 21.83 กิโลเมตร พื้นที่ปากแม่น้ำ 3.03กิโลเมตร และพื้นที่รุกล้ำ 4.19กิโลเมตร

แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
          โครงสร้างการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี จากการรวบรวมแผนงาน/โครงการ จากหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อนำมาประกอบการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรีในช่วงปีพ.ศ. 2561-2565


ข้อมูลกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


ข้อมูลลักษณะทางกายภาพจังหวัดจันทบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


ข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


ข้อมูลโครงสร้างชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี (ปี พ.ศ. 2560)


แผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2565

สาเหตุที่มีผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่ง (Pressure)
​          1. การกัดเซาะที่เกิดจากคลื่นและลมที่รุนแรงอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนสภาวะของโลก ปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปรกติคลื่นเป็นตัวการสำคัญในการเปลี่ยนแปลงลักษณะของตะกอน และทรายชายฝั่ง ลมพายุและมรสุม มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งตามธรรมชาติ ลมพายุขนาดใหญ่พัดเข้าสู่ชายฝั่ง​ อ่าวไทยก็ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่งการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ส่งปริมาณตะกอนทดแทนมีปริมาณน้อย ปริมาณตะกอนจากทะเลพัดพาเข้าสู่ชายฝั่งลดลง การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ
​          2. การพัฒนา และการขยายตัวของแหล่งชุมชนชายฝั่งก่อให้เกิดสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางของกระแสน้ำเช่น ท่าเทียบเรือ แหล่งที่อยู่อาศัย และการถมทะเล
​          3. ขาดการบริหารจัดการในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างเหมาะสม
​          4. การพัฒนาชายฝั่งทะเลให้การเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ที่พัก
​          5. ขาดความรู้ความเข้าใจในรูปแบบ หรือวิธีการในการจัดการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เช่น การเปลี่ยนแปลงทิศทางของกระแสน้ำมีผลต่อการพัดพาตะกอนกลับมาทดแทนตะกอนเก่าที่ถูกพัดพาไปบริเวณอื่นได้โครงสร้างของแนวป้องกันการกัดเซาะไม่เหมาะสมกับพื้นที่

การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา(Response)
​          1.บริหารจัดการพื้นที่ และการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 รวมถึงกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ มาตรการ สำหรับการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
​          2. ปลูกป่าไม้คลุมดินให้เหมาะสมกับพื้นที่ พื้นคลุมสามารถช่วยลดการพังทลายของชายฝั่งโดยชุมชนมีส่วนร่วม
​          3. สร้างแนวป้องกันชะลอความรุนแรงของคลื่นลมที่จะเข้ากระทบชายฝั่ง ตามความเหมาะสมของพื้นที่ และฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ สร้างโอกาสให้มีตะกอนสะสมมากขึ้น
​          4. ประเมิน ติดตามตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง ทำการเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำเป็นฐานมูลวิเคราะห์ปัญหาที่ทำให้เกิดการกัดเซาะนำเสนอนโยบาย หรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะโดยชุมชนมีส่วนร่วม
​          5. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
​          6. สร้างศักยภาพของหน่วยงาน สถาบัน และกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหา และการจัดการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจในทุกประเด็นปัญหาที่อาจมีผลกระทบต่อเนื่อง และร่วมมือกัน
​          7. ส่งเสริมให้ความรู้ ทำความเข้าใจ และมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้มีความตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง

ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
          จัดทำแผน และพัฒนาแผนการดำเนินต่างๆให้สอดคล้องกับปัญหา เป้าหมาย และวัตถุประสงค์สามารถลดผลกระทบปัญหาผลกระทบได้จริง ลดระดับความรุนแรงของปัญหา ป้องกันทรัพยากรชายฝั่งขณะเดียวกันให้มีการพัฒนาควบคู่ไปด้วย แผนการพัฒนาควรมีแรงจูงใจเกี่ยวกับประโยชน์ที่จะได้รับกลับคืนมาหลังการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

แสดงการกัดเซาะ การเกิดคลื่น และระดับความรุนแรงของคลื่นของ จังหวัดจันทบุรี

สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง หมู่ที่ 5 ตำบลบางชัน จังหวัดจันทบุรี

ปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561
องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • หาดในประเทศไทย
    จากการสำรวจแหล่งธรรมชาติประเภทหาดทรายทั่วประเทศ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี 2560 พบว่ามีชายหาดรวม 521 แห่ง กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ 21 จังหวัด โดยอยู่ทางฝั่งอ่าวไทย 360 แห่ง แบ่งเป็นชายหาดที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) 49 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่นๆ เช่น ท้องถิ่น กองทัพเรือ และส่วนราชการอื่นๆ อีก 311 แห่ง สำหรับข้อมูลชายหาดฝั่งทะเลอันดามัน พบว่ามีชายหาด 161 แห่ง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ 78 แห่ง นอกเขตอุทยานแห่งชาติ 83 แห่ง
  • ปลาฉลามวาฬ
    ปลาฉลามวาฬ
  • เต่ามะเฟือง
    เต่ามะเฟือง
  • ปลานกแก้ว
    ปลานกแก้ว
  • วาฬบรูด้า
    วาฬบรูด้า
  • ปูเสฉวนบก
    ปูเสฉวนบก
  • นกในเขตชายฝั่งทะเล
    นกในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล
  • ความหลากหลายชีวภาพ
    ความหลากหลายชีวภาพ
  • น้ำทะเลเปลี่ยนสี
    ปรากฎการณ์น้ำเปลี่ยนสีเกิดจากการเพิ่มปริมาณสารอาหารบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แพลงก์ตอนเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ปริมาณสารอาหารที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่นั้นมักเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์