ขนาด
วัสดุที่ใช้ทำปะการังเทียม
  • 13 มกราคม 2558
  • 948

แท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

          วัสดุแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติบริเวณนอกชายฝั่ง ถูกทำหน้าที่เสมือนปะการังเทียมเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1947 เมื่อ Kerr-McGee ประสบความสำเร็จจากการนำน้ำมันจากใต้ทะเลมาใช้ประโยชน์ได้เป็นครั้งแรกของโลก หลังจากที่ในปี 1946 เขาได้เช่าพื้นที่บริเวณทางตอนใต้ของเมือง Morgan รัฐ Louisiana ห่างจากฝั่งประมาณ 43 ไมล์ ครอบคลุมพื้นที่ 40,000 เอเคอร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่น้ำค่อนข้างตื้น เพื่อเตรียมที่จะใช้เป็นแหล่งขุดเจาะน้ำมัน

          จากนั้นในปี 1945 Rerr-MaGee ได้ตัดสินใจที่จะขุดเจาะน้ำมันบริเวณนอกชายฝั่งในพื้นที่ที่เรียกกว่า Ship Shoal Block 32 ที่ระดับความลึก 18 ฟุต ห่างจากฝั่งประมาณ 10.5 ไมล์ ซึ่งปัญหาที่พบในตอนแรกคือไม่มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่จะใช้ในการขุดเจาะ ทำให้การขุดเจาะจึงทำได้เพียงเตรียมการไว้ก่อน และเมื่อมีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี Kerr-McGee จึงเริ่มทำการขุดเจาะขึ้นในวันที่ 12 กันยายน 1947 และในวันที่ 4 ตุลาคม เขาก็สามารถขุดน้ำมันได้เป็นผลสำเร็จ และจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยมา ทำให้ในปัจจุบันการจุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติได้มีการพัฒนาและขยายพื้นที่ไปยังในน้ำทะเลที่มีระดับความเสียหายมากกว่า 7,000 ฟุต

          แท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในทะเล ได้กลายเป็นแหล่งทำการประมงที่สำคัญทั้งการประมงเพื่อนันทนาการ และการประมงเชิงพาณิชย์ และถูกยอมรับว่าเป็นแหล่งปะการังเทียมอีกรูปแบบหนึ่งมาอย่างช้านาน ซึ่งจากการประเมินพบว่า ปลาที่พบบริเวณฐานแท่นขุดน้ำมันมีมากกว่าบริเวณเหนือพื้นทะเลประมาณ 20-50 เปอร์เซ็นต์ และจากการประเมินของ Reggio (1987) พบว่า ปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันในรัฐ Louisiana มีชาวประมงเข้ามาทำการประมงประเภทตกปลาเพื่อนันทนาการมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีปลาเป็นจำนวนมาก และปลาที่จับได้ส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่มากกว่าบริเวณอื่นๆ

          จากการสำรวจในปี 2001 พบว่ามีแท่นขุดเจาะน้ำมันบริเวณตอนเหนือของอ่าวเม็กซิโกประมาณ 3,992 แท่น ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งที่ทำให้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติแล้ว แท่นขุดเจาะดังกล่าวยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและเป็นที่ยึดเกาะของสิ่งมีชีวิตพวกยึดเกาะอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานผลอย่างเป็นทางการก็ตาม จากการประเมินของสภาจัดการการประมงอ่าวเม็กซิโก (The Gulf of Mexico Fishery Management Council, GMFMC 1989) พบว่าในอ่าวเม็กซิโกมีแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติประมาณ 15,000 ตารางไมล์ มีเพียง 1-3 ส่วนเท่านั้นที่อยู่ในรัฐ Louisiana และ Texas ซึ่งส่วนใหญ่ 99% เป็นแท่นขุดเจาะน้ำมัน และจากการประเมินบริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมันเฉพาะบริเวณตอนเหนือของอ่าวเม็กซิโก โดย Gallaway และคณะ (1981) รวมประมาณ 2,000 ตารางไมล์ พบว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีอยู่จำนวน 3,992 แท่น ช่วยทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของปลาเพิ่มขึ้น 27% และลักษณะพื้นผิวของแท่นได้กลายเป็นแหล่งยึดเกาะของสิ่งมีชีวิตพวกยึดเกาะอีกหลายชนิด

          Dokken และคณะ (2000) ได้ทำการศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมัน จำนวน 7 แท่น จาก 3 บริเวณ คือ 1) บริเวณน้ำตื้นใกล้ชายฝั่ง ซึ่งห่างจากฝั่งน้อยกว่า 30 ไมล์ 2) เขตที่ห่างจากฝั่ง 30-60 ไมล์ และ 3) บริเวณน้ำลึก ห่างจากฝั่งมากกว่า 60 ไมล์ พบว่า มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสูงกว่าบริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมันในบริเวณอื่นๆ ทั้งหมด โดยสิ่งมีชีวิตกลุ่มเด่นที่พบเป็นกลุ่มของฟองน้ำและสาหร่าย ส่วนปะการังอ่อน ไบรโอซัวและกลุ่ม sessile hydrozonaus เป็นกลุ่มที่พบรองลงมา

          อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงแท่นขุดเจาะน้ำมันเป็นปะการังเทียมที่ใช้ผลคุ้มค่าทางเศรษฐกิจยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยาก เนื่องจากขนาดของโครงสร้าง ความลึกของน้ำ ระยะห่างจากชายฝั่ง การเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวและมูลค่าของแท่นขุดเจาะน้ำมัน โดยตั้งแต่ปี 1987 ถึงปี 2002 มีแท่นขุดเจาะน้ำมันในรัฐ Louisiana และ Texas มากกว่า 1,688 แท่น แต่มีเพียง 167 แท่น หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ถูกเคลื่อนย้ายและเปลี่ยนเป็นปะการังเทียม โดยส่วนใหญ่จัดวางอยู่ที่ระดับความลึก 100-400 ฟุต

การจัดสร้างปะการังเทียมด้วยแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • วาฬบรูด้า
    วาฬบรูด้า
  • PMBC Research Bulletin
    PMBC Research Bulletin
  • อาณาเขตทางทะเล
    ประเทศไทย มีอาณาเขตทางทะเล (maritime zone) ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 กว่า 350,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมากกว่า 2 ใน 3 ของอาณาเขตทางบก ที่มีอยู่ประมาณ 513,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีความยาวของชายฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน รวมถึงช่องแคบมะละกาตอนเหนือ รวมความยาวชายฝั่งทะเลในประเทศไทยทั้งสิ้นกว่า 3,148.23 กิโลเมตร ครอบคลุม 23 จังหวัด
  • ขยะทะเล
    ขยะทะเล
  • กัดเซาะชายฝั่ง
    ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 3,151 กิโลเมตร ครอบคลุมจังหวัดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัดโดยชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย มีความยาว 2,040 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัด และชายฝั่งทะเลด้านอันดามัน มีความยาว 1,111 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลรวม 6 จังหวัด
  • วาฬ/โลมา
    วาฬ/โลมา
  • พะยูน
    พะยูน
  • หญ้าทะเล
    หญ้าทะเล
  • หาดในประเทศไทย
    จากการสำรวจแหล่งธรรมชาติประเภทหาดทรายทั่วประเทศ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี 2560 พบว่ามีชายหาดรวม 521 แห่ง กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ 21 จังหวัด โดยอยู่ทางฝั่งอ่าวไทย 360 แห่ง แบ่งเป็นชายหาดที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) 49 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่นๆ เช่น ท้องถิ่น กองทัพเรือ และส่วนราชการอื่นๆ อีก 311 แห่ง สำหรับข้อมูลชายหาดฝั่งทะเลอันดามัน พบว่ามีชายหาด 161 แห่ง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ 78 แห่ง นอกเขตอุทยานแห่งชาติ 83 แห่ง