ขนาด
น้ำเปลี่ยนสีรายเขต
  • 30 ตุลาคม 2556
  • 215

เขตอ่าวไทยตอนบน

จากการได้รับแจ้งจากชุมชนชายฝั่ง และหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนพ.ศ.2550-สิงหาคม พ.ศ.2554 พบการเกิดปรากฎการณ์น้ำเปลี่ยนสีบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน รวมทั้งสิ้น 63 ครั้ง โดยพบสัตว์น้ำตายจำนวน 9 ครั้ง ของการเกิดน้ำเปลี่ยนสีทั้งหมด (คิดเป็นร้อยละ 14)

แนวโน้มการเกิดน้ำเปลี่ยนสี พบการเกิดน้ำเปลี่ยนสีมากที่สุดในปี พ.ศ.2551 จำนวน 20 ครั้ง และมีแนวโน้ม การเกิดน้ำเปลี่ยนสีลดลงในปี พ.ศ.2552 และปี พ.ศ.2553 ตามลำดับโดยพบการเกิดน้ำเปลี่ยนสีบ่อยครั้งในช่วงปลายปีถึงต้นปี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

พื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง เมื่อพิจารณา จากสถิติการเกิดน้ำเปลี่ยนสีใน 7 จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน พบการเกิดน้ำเปลี่ยนสีสูงสุดในจังหวัดสมุทรสาคร (ร้อยละ 60) รองลงมาได้แก่ชายทะเลบางขุนเทียน กรุงเทพฯ (ร้อยละ 14) ซึ่งมีคลองสาขาเชื่อมต่อกับคลองในจังหวัดสมุทรสาคร โดยไม่พบน้ำเปลี่ยนสีในจังหวัดสมุทรสงคราม

ชนิดของแพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุ พบว่า ร้อยละ 60 ของการเถิดน้ำเปลี่ยนสี มีสาเหตุจากการสะพรั่ง ร่วมกันของแพลงก์ตอนพืชมากกว่าสองชนิด รองลงมา ร้อยละ 17 เกิดจากแพลงก์ตอนพืชชนิด Noctiluca scintillans (ความหนาแน่น 225-70,000 เซลล์ต่อลิตร) และร้อยละ 10 เถิดจาก Ceratium furca (ความหนาแน่นประมาณ 450 ถึงมากกว่า 1 ล้านเซลล์ต่อลิตร) รองมาได้แก่ ไดอะตอมสกุล Skeletonema sp., Pseudonitzschia sp., Chaetoceros sp.  และไดโนแฟลกเจลเลทสกุล Peridinium sp.

แนวทางการแก้ไข หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ควรทำงานร่วมกันอย่างจริงจังเพื่อควบคุม และปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งที่ไม่ผ่านการบำบัดอย่างเหมาะสมซึ่งถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ โดยมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของมาตรการต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น ปริมาณสารอาหารในน้ำต้องลดลง ร้อยละ 20 ภายในระยะเวลา 6 เดือน เป็นต้น โดยจัดทำแผนการปฏิบัติงานทั้งในรูปแบบมาตรการระยะสั้น เช่น ติดตั้งบ่อดักไขมันฟรีในชุมชน บ้านเรือน หรือโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำซึ่งตั้งอยู่อย่างหนาแน่นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำลำคลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปากแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเกิดน้ำเปลี่ยนสีค่อนข้างบ่อย รวมทั้งกวดขันบังคับใช้กฎหมาย ควบคุมน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดทุกประเภทอย่างจริงจัง หรือมาตรการระยะกลาง เช่น การส่งเสริมหรือจูงใจ โดยลดภาษีหากโรงงานลดการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำ หรือมาตรการระยะยาว เช่น จัดทำระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน เป็นต้น

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • ThaiToxicMarineLife
    ThaiToxicMarineLife
  • พื้นที่อนุรักษ์
    หมายถึง พื้นที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ นิเวศ หรือวัฒนธรรมที่ควรจะอนุรักษ์ไว้สำหรับลูกหลานในอนาคต พื้นที่คุ้มครองถูกกำหนดขึ้นตามกฎหมายหรือกฎระเบียบอื่นๆ เพื่อให้เกิดการจัดการในรูปแบบต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การจัดการของพื้นที่คุ้มครองจะมีความหลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึงของประชาชนจนถึงพื้นที่ ที่ประชาชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ในระดับต่างกัน พื้นที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งพื้นที่บนบกและในทะเล
  • น้ำทะเลเปลี่ยนสี
    ปรากฎการณ์น้ำเปลี่ยนสีเกิดจากการเพิ่มปริมาณสารอาหารบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แพลงก์ตอนเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ปริมาณสารอาหารที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่นั้นมักเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
  • สมุทรศาสตร์
    สมุทรศาสตร์
  • ที่ดินชายฝั่ง
    ที่ดินชายฝั่ง
  • หาดในประเทศไทย
    จากการสำรวจแหล่งธรรมชาติประเภทหาดทรายทั่วประเทศ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี 2560 พบว่ามีชายหาดรวม 521 แห่ง กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ 21 จังหวัด โดยอยู่ทางฝั่งอ่าวไทย 360 แห่ง แบ่งเป็นชายหาดที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) 49 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่นๆ เช่น ท้องถิ่น กองทัพเรือ และส่วนราชการอื่นๆ อีก 311 แห่ง สำหรับข้อมูลชายหาดฝั่งทะเลอันดามัน พบว่ามีชายหาด 161 แห่ง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ 78 แห่ง นอกเขตอุทยานแห่งชาติ 83 แห่ง
  • ป่าชายเลน
    ป่าชายเลน
  • ปูเสฉวนบก
    ปูเสฉวนบก
  • ป่าชายหาดและป่าพรุ
    ป่าชายหาดและป่าพรุ