ขนาด
น้ำเปลี่ยนสีรายเขต
  • 30 ตุลาคม 2556
  • 374

เขตอ่าวไทยฝั่งตะวันออก

พื้นที่ชายฝั่งของอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด สำรวจพบปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี และการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชในปี พ.ศ.2551-2553 (ปี พ.ศ.2550 และ 2554 ไม่มีรายงานเหตุการณ์) สรุปได้ดังนี้

ปี พ.ศ.2551 พบเพียง 1 ครั้ง ในเดือนพฤษภาคม โดยพบปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีบริเวณชายฝั่งหน้าหาดแหลมแม่พิมพ์ อ่าวไข่ และปากแม่น้ำประแส จังหวัดระยอง พบการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชชนิดเด่น คือ Oscillatoria sp. ความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพิชชนิดดังกล่าวบริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์ อ่าว-ไข่ และปากแม่น้ำประแส มีค่าเท่ากับ 5.5-100 ล้านเซลล์ต่อลิตร ผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำพบสารฟอสเฟตมีค่าสูงเกิน มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลบริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์และอ่าวไข่ และสารแอมโมเนียมีค่าสูงเกินมาตรฐานฯ บริเวณอ่าวไข่

ปี พ.ศ.2552 พบในช่วงกลางถึงปลายฤดูฝน มีรายงานจำนวน 5 ครั้ง โดย 4 ครั้ง (30 มิถุนายน-2 กรกฎาคม) เกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชสกุล Oscillatoria sp. พื้นที่ที่พบ ได้แก่ ชายฝั่งปากแม่น้ำประแส จังหวัดระยอง ปากแม่นาเวฬุ เกาะรัง เกาะช้าง แหลมศอก จังหวัดตราด และอีก 1 ครั้งพบในเดือนตุลาคมเป็นการสะพรั่งของไดอะตอมสกุล Chaetoceros sp. บริเวณชายหาดแหลมแท่น ชายหาดบางแสน และ ชายหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี สารอาหารประเภทแอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท และซิลิเกต มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล (ประเภทที่ 4 : เพื่อการนันทนาการ) แต่ฟอสเฟตมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานฯ หลายเท่าทุกสถานีสำรวจ สำหรับค่าความสกปรกในรูปบีโอดี แม้ว่าไม่มีค่ากำหนดไว้ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดินซึ่งกำหนดไว้ไม่ให้เกิน 1.5 มิลลิกรัมต่อ ลิตร (ประเภทที่ 2: เพื่อการอุปโภคบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำทั่วไปก่อนการอนุรักษ์สัตว์น้ำ การประมง การว่ายน้ำและกีฬาทางน้ำ) พบว่ามีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานฯ ทั้ง 3 บริเวณ

ในเดือนตุลาคมพบเหตุปลาตายบริเวณชายหาด 2 บริเวณพร้อมกับการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช คือ บริเวณแรกจากตัวเมืองชลบุรีไปจนถึงอ่างศิลา พบปรากฏการณ์นํ้าเปลี่ยนสีที่เกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอมในสกุล Cylindrotheca sp. ส่วนอีกบริเวณ คือ บริเวณหาดวอนนภา หาดบาง-แสนและ หาดแหลมแท่น พบปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีที่เกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอมในสกุล Chaetoceros sp.

ปี พ.ศ. 2553 พบเหตุ 3 ครั้งระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน โดยทุกครั้งมีสาเหตุจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชสีเขียวแกมน้ำเงินสกุล Oscillatoria sp. ครั้งแรกบริเวณปากแม่น้ำประแส จังหวัดระยอง ถึงปากแม่น้ำพังราด จังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 2 บริเวณชายหาดแหลมเจริญถึงชายหาดสุชาดา จังหวัดระยอง ครั้งที่ 3 บริเวณชายหาดแม่รำพึง ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

ความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีกับปัจจัยสิ่งแวดล้อม และสารอาหารในน้ำในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์และในสภาวะปกติ พบว่าฟอสเฟตและสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำเป็นปัจจัยสำคัญร่วมกับความเค็มที่เหมาะสม โดยแหล่งของฟอสเฟตและสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำมาจากกิจกรรมต่างๆ บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงและสถานีใกล้เคียงที่อยู่กัดลงมา รวมทั้งฟอสเฟตบางส่วนอาจมาจากกระบวนการธรรมชาติจากการปลดปล่อยของฟอสฟอรัสในดินตะกอนที่อยู่ในรูปของสารประกอบของเหล็กและอลูมินัม (Fe, Al bound P) ซึ่งพบมากในบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงอีกด้วย จากการศึกษาการใช้อาหารของแพลงก์ตอนพืช ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และซิลิกอน กับ Skeletonema costatum พบว่ามีการใช้ฟอสฟอรัสมากที่สุดถึง ร้อยละ 80 ขึ้นไป รองลงมา คือ ซิลิกอน และไนโตรเจนตามลำดับ แสดงว่าฟอสฟอรัสเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ ถึงแม้เป็นแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอมก็ตาม

องค์ความรู้ที่น่าสนใจ
  • หญ้าทะเล
    หญ้าทะเล
  • พะยูน
    พะยูน
  • ปะการัง
    เป็นแนวหินปูนใต้ทะเลในระดับน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง หินปูนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของปะการังหลายๆ ชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
  • ทุ่นในทะเล
    ทุ่นในทะเล
  • อาณาเขตทางทะเล
    ประเทศไทย มีอาณาเขตทางทะเล (maritime zone) ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 กว่า 350,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมากกว่า 2 ใน 3 ของอาณาเขตทางบก ที่มีอยู่ประมาณ 513,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีความยาวของชายฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน รวมถึงช่องแคบมะละกาตอนเหนือ รวมความยาวชายฝั่งทะเลในประเทศไทยทั้งสิ้นกว่า 3,148.23 กิโลเมตร ครอบคลุม 23 จังหวัด
  • ป่าชายหาดและป่าพรุ
    ป่าชายหาดและป่าพรุ
  • วาฬบรูด้า
    วาฬบรูด้า
  • แมงกะพรุนพิษ
    เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ในไฟลัมไนดาเรีย (Cnidaria) เช่นเดียวกันกับดอกไม้ทะเล (sea anemones) และปะการัง แมงกะพรุนที่พบได้บ่อยที่สุดจัดอยู่ในกลุ่ม Scyphozoa
  • อุทยานใต้ทะเล
    อุทยานใต้ทะเล