สถานภาพป่าชายเลนไทย

พื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง

ป่าชายเลนบริเวณนี้เริ่มจากปากน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ่าวทุ่งคา-สวี จังหวัดชุมพร อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ. 2518 มีพื้นที่ป่าชายเลน รวม 168,750 ไร่ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับป่าชายเลนคล้ายคลึงกับบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กล่าวคือ มีการบุกรุกทำลายป่าชายเลนเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นจำนวนมากในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่กลายเป็นพื้นที่ทิ้งร้าง แต่ผู้บุกรุกยังคงยึดถือครอบครองพื้นที่ โดยอ้างมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ วันที่ 17 ตุลาคม 2543 ที่อนุญาตให้ผู้บุกรุกที่เข้าอยู่ก่อนวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 อยู่อาศัยได้แต่ห้ามทำกิน ทำให้ภาครัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการปลูกพื้นฟูป่าชายเลนได้ ส่วนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพร ป่าชายเลนถูกบุกรุกเพื่อทำการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกปาล์มน้ำมัน และการยึดครองพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย

การปลูกป่าชายเลนในโครงการปลูกป่าชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ โดยการปลูกแบบเต็มพื้นที่ จำนวน 7,490 ไร่ และปลูกแบบปรับปรุงสภาพป่า 18,050 ไร่ ประกอบกับการปลูกป่าแบบประชาอาสาวันสำคัญต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณนี้ไม่ลดลงจากเดิมมากนัก ในปี พ.ศ. 2552 พื้นที่อ่าวไทย ตอนกลางมีป่าชายเลน 154,073 ไร่ และคาดว่าจะมีจำนวนมากขึ้นและทวีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เนื่องจากการอบรมสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับชุมชนท้องถิ่นมีรายได้จากกระแสการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ ช่วยให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการดูแลรักษาป่าชายเลนเป็นอย่างดี

ตารางสถานภาพป่าชายเลนบริเวณอ่าวไทยตอนกลาง

จังหวัด พื้นที่ป่าชายเลน(ไร่) ความหนาแน่น (ต้น/ไร่) จำนวนชนิดพันธุ์ที่พบ
ปี 2518 ปี 2552 ปี 2550 ปี 2551 ปี 2553 ปี 2554 ปี 2550 ปี 2551 ปี 2553 ปี 2554
ประจวบคีรีขันธ์ 2,500 1,709 NA 293 NA 275 NA 12 NA 20
ชุมพร 46,250 32,240 NA 290 NA NA NA 19 NA NA
สุราษฎร์ธานี 23,125 46,574 221 NA 229 NA 29 NA 37 NA
นครศรีธรรมราช 96,875 73,550 234 NA 248 NA 23 NA 26 NA
รวม 168,750 154,073                

หมายเหตุ : NA คือ ไม่มีข้อมูล