สถานภาพป่าชายเลนไทย

พื้นที่อ่าวไทยตอนบน

ป่าชายเลนบริเวณอ่าวไทยตอนบน ครอบคลุมพื้นที่จากแหลมผักเบี้ยและแหลมหลวง จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ถึงตำบลคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อปี พ.ศ. 2518 มีพื้นที่ป่าชายเลนกว่า 225,625 ไร่ การบุกรุกทำลายป่าชายเลนในบริเวณนี้เกิดจากหลายสาเหตุ จังหวัดสมุทรสาคร เกิดจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงปี พ.ศ. 2529-2534 และต่อเนื่องด้วยการขยายตัว ของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนจากกรุงเทพมหานครมาสู่จังหวัดสมุทรสาครและสมุทรปราการ มีการอพยพย้ายถิ่นของประชากรจากจังหวัดต่างๆ เข้ามาประกอบอาชีพในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก บริเวณนี้จึงเป็นศูนย์รวมของแหล่งผลิตสารมลพิษและชุมชนที่อยู่กันหนาแน่น และยังเป็นแหล่งรองรับน้ำเสียพร้อมด้วยสารมลพิษจากกรุงเทพมหานคร ที่เคลื่อนตัวผ่านเข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสายสำคัญ เช่น คลองภาษีเจริญและคลองทวีวัฒนาลงสู่แม่น้ำท่าจีนและอ่าวไทย การบุกรุกทำลายป่าชายเลนเกิดเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยจำนวนมาก รุกเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง พบได้ทั่วไปตามแหล่งที่มีชุมชนหนาแน่น และแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง นอกจากนี้บริเวณชายฝั่งจังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ กำลังเผชิญกับการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง เนื่องจากป่าชายเลนซึ่งเป็นกำแพงป้องกันภัยธรรมชาติถูกบุกรุกทำลายไปจากเปลี่ยนพื้นที่ไปเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจนเกือบหมดสิ้นในปี พ.ศ. 2552 พื้นที่บริเวณนี้มีป่าชายเลนเหลือเพียง 73,975 ไร่

สถานภาพป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการอยู่ในขั้นที่น่าวิตก พื้นที่ที่เคยเป็นป่าชายเลนถูกบุกรุกทำลายไปอย่างถาวร เนื่องจากการขยายตัวของแหล่งอุตสาหกรรมและชุมชน ประกอบกับปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งที่รุนแรง ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนลดลงอย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงของกระแสคลื่นและระดับน้ำที่สูงในช่วงมรสุม ทำให้ป่าชายเลนที่มีอยู่เดิมล้มตายแบบถอนรากถอนโคน ไม่มีการทดแทนของกล้าไม้ตามธรรมชาติ การปลูกป่าชายเลนไม่ได้ผล แม้จะมีความพยายามในการป้องกันกระแสคลื่น โดยการสร้างกำแพงไม้ไผ่ป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสมุทรสาคร แต่ลำไม้ใผ่ที่ผุหักกลายเป็นขยะ บริเวณริมฝั่ง ทับถมบนกล้าไม้ที่มีการปลูกแบบประชาอาสา ทำให้กล้าไม้ตายเป็นจำนวนมาก การปลูกป่าชาย- เลนบริเวณนี้จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรสงครามและเพชรบุรีมีสถานภาพที่ดีกว่ามาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากลักษณะทางภูมิประเทศที่มีชายหาดเลนงอก ดินเลนมีความอุดมสมบูรณ์ทำให้ป่าชายเลนบริเวณนี้มีการทดแทนและการพื้นฟูตามธรรมชาติเป็นอย่างดีใน 2 จังหวัดนี้ยังมีการปลูกป่าแบบปรับปรุงสภาพป่าชายเลนเพิ่มเติมอีก 2,750 ไร่ ในโครงการปลูกป่าชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ นอกจากนี้ ป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรสงครามจำนวนมากอยู่ในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งประชาชนเจ้าของพื้นที่ยังทำประโยชน์จากไม้ป่าชายเลนเพื่อเผาถ่านคุณภาพสูง จึงมีการดูแลพื้นที่เป็นอย่างดี ประกอบกับปัจจุบัน ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่บริเวณนี้จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ตารางสถานภาพป่าชายเลนบริเวณอ่าวไทยตอนบน

จังหวัด พื้นที่ป่าชายเลน (ไร่) ความหนาแน่น (ต้น/ไร่) จำนวนชนิดพันธุ์ที่พบ
ปี 2518 ปี 2552 ปี 2551 ปี 2554 ปี 2551 ปี 2554
สมุทรปราการ 3,750 12,524 225 NA 4 NA
กรุงเทพมหานคร NA 3,352 NA
สมุทรสาคร 115,625 25,257 233 219 7 7
สมุทรสงคราม 51,250 14,273 253 261 7 15
เพชรบุรี 55,000 18,569 276 287 9 13
รวม 225,625 73,975

 

 

 

 

หมายเหตุ : NA คือ ไม่มีข้อมูล