สถานภาพป่าชายเลนไทย

พื้นที่อ่าวไทยตะวันออก

ป่าชายเลนบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เริ่มจากตำบลบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ในปี พ.ศ. 2518 มีพื้นที่รวมกว่า 306,000 ไร่ ในจำนวนนี้กว่าครึ่งอยู่ในจังหวัดจันทบุรี ช่วงปี พ.ศ. 2529 ป่าชายเลนในบริเวณนี้ได้ถูกทำลายไปอย่างย่อยยับจากกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก พื้นที่ป่าชายเลนจึงลดลงอย่างน่าวิตก จันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีการบุกรุกป่าชายเลนเพื่อทำนากุ้งมากที่สุด โดยมีพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกทำลายเปลี่ยนสภาพไปเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าถึง 91,500 ไร่ และร้อยละ 90 อยู่ในท้องที่อำเภอขลุง ซึ่งเป็นการทำนากุ้งแบบธรรมชาติดั้งเดิมมิได้เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปอย่างสิ้นเชิง จึงยังมีศักยภาพที่สามารถนำไปฟื้นฟูให้กลับเป็นป่าชายเลนที่อุดม สมบูรณ์ได้ ถึงแม้ว่าปัจจุบันการบุกรุกป่าชายเลนเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะลดลงไป แต่การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง และทำเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ก่อให้เกิดปัญหาด้านมลภาวะต่างๆ ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในระหว่างปี พ.ศ. 2547-2551 ได้มีการปลูกป่าชายเลนในโครงการปลูกป่าชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงพระชนมายุ 72 พรรษา โดยเป็นการปลูกป่าชายเลนแบบเต็มพื้นที่ 8,780 ไร่ และมีการปลูกป่าชายเลนเพื่อปรับปรุงสภาพป่าอีก 17,060 ไร่ ปัจจุบันสถานภาพป่าชายเลนบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกมีประมาณ 161,550 ไร่ เมื่อพิจารณาจากชนิดพันธุ์ไม้ที่พบและความหนาแน่นของจำนวนต้นต่อพื้นที่ พบว่าป่าชายเลนจังหวัดตราดยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มากที่สุด ขึ้นเป็นผืนใหญ่บริเวณปากแม่น้ำตราด อ่าวเมืองตราด และมีปรากฏเป็นแนวแคบๆ ริมฝั่งทะเลในอำเภอคลองใหญ่ และเกาะช้าง รองลงมาได้แก่จังหวัดระยอง บริเวณปากแม่น้ำประแส ส่วนป่าชายเลนในจังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ป่าชายเลนค่อนข้างน้อย พันธุ์ไม้มีน้อยชนิด และส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำที่ขึ้นอย่างหนาแน่นเป็นแนวแคบๆ ริมฝั่งทะเล จังหวัดจันทบุรีมีป่าชายเลนที่หนาแน่นและสมบูรณ์บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ และปากน้ำเวฬุ อำเภอขลุง ส่วนตามพื้นที่นากุ้งทิ้งร้างจะมีต้นไม้ป่าชายเลนขนาดเล็กขึ้นกระจายทั่วไป ซึ่งเกิดจากการทดแทนตามธรรมชาติของพันธุ์ไม้เบิกนำ ทำให้มีความหลากหลายและความหนาแน่นของต้นไม้ค่อนข้างน้อย ในบริเวณนากุ้งทิ้งร้างนี้ ถ้าราษฎรที่ครอบครองพื้นที่ยินยอมให้ร่วมมือในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน โดยคืนพื้นที่เพื่อการจัดการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าให้มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ตามหลักวิชาการ มีการขุดคูแพรกเพื่อช่วยการขึ้นลงของน้ำทะเล ป่าชายเลนบริเวณนี้ก็จะกลับมีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง

ตารางสถานภาพป่าชายเลนบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก

จังหวัด พื้นที่ป่าชายเลน (ไร่) ความหนาแน่น (ต้น/ไร่) จำนวนชนิดพันธุ์ที่พบ
ปี 2518 ปี 2552 ปี 2551 ปี 2554 ปี 2551 ปี 2554
ฉะเชิงเทรา 18,750 7,309 270 NA 5 NA
ชลบุรี 23,750 5,554 247 NA 4 NA
ระยอง 34,375 11,284 212 192 26) 28
จันทบุรี 163,125 75,429 272*/77** 276*/96** 4*122** 4*/27**
ตราด 66,250 61,974 313 301 26 28
รวม 306,250 161,550        

หมายเหตุ : NA คือ ไม่มีข้อมูล, * ในป่าชายเลนที่สมบูรณ์, ** ในพื้นที่นากุ้งทิ้งร้าง