นิยามของพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง

พื้นที่คุ้มครอง (Protected Area) หมายถึง พื้นที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ นิเวศ หรือวัฒนธรรมที่ควรจะอนุรักษ์ไว้สำหรับลูกหลานในอนาคต พื้นที่คุ้มครองถูกกำหนดขึ้นตามกฎหมายหรือกฎระเบียบอื่นๆ เพื่อให้เกิดการจัดการในรูปแบบต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การจัดการของพื้นที่คุ้มครองจะมีความหลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึงของประชาชนจนถึงพื้นที่ ที่ประชาชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ในระดับต่างกัน พื้นที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งพื้นที่บนบกและในทะเล

พื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Area - MPA) เป็นคำที่ใช้เป็นกรอบในการกำหนดพื้นที่ประเภทต่างๆทั่วโลกที่มีความสำคัญที่มนุษย์จำเป็นต้องอนุรักษ์ไว้ คำจำกัดความระดับโลกได้ถูกรับรองครั้งแรกโดย IUCN ในปี ค.ศ.1988 (IUCN and WCMC, 2010) หลังจากนั้นมาประเทศต่างๆ ก็ได้พัฒนาคำนิยามของขึ้นมาใช้ต่างๆ กันตามประเด็นปัญหาและการจัดการที่ตรงกับประเทศของตน ปัจจุบันมีการริเริ่มระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลกมากมายเกี่ยวกับการจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทางทะเล

นิยามของพื้นที่คุ้มครองในทะเลระดับโลก มี 2 แบบคือ

1. พื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Area - MPA) ซึ่งกำหนดโดยสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN, 1994)

2. พื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง (Marine and Coastal Protected Area - MCPA) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากภาคีสมาชิก 188 ประเทศของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ในการประชุมสมัชชาภาคีครั้งที่ 7 ในปี พ.ศ.2547 (ค.ศ.2004) ในส่วนของคำที่ใช้ที่มีความแตกต่างก็คือ คำที่อนุสัญญา CBD จะเพิ่มคำว่า “ชายฝั่ง (coastal)”เพื่อจะเน้นการกำหนด MPA รวมเขตที่เชื่อมต่อระหว่างบกและทะเลซึ่งได้รับอิทธิพลจากบกและทะเล เช่น ปากแม่น้ำ (estuaries) พื้นที่ชุ่มน้ำเค็ม (marine salt marsh) 

ตารางคำนิยามของพื้นที่คุ้มครองทางทะเล

พื้นที่คุ้มครอง นิยาม คำแปล
IUCN: พื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Area) Any area of the intertidal or subtidal terrain, together with its overlying water and associated flora, fauna, historical and cultural features, which has been reserved by law or other effective means to protect part or all of the enclosed environment. พื้นที่บริเวณน้ำขึ้นน้ำลงหรือบริเวณพื้นท้องทะเล รวมทั้งมวลน้ำเหนือบริเวณนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ ลักษณะสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งต้องสงวนรักษาไว้ด้วยกฎหมายหรือด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพอื่นเพื่อคุ้มครองส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น
CBD: พื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง (Marine and Coastal Protected Area - MCPA) Any defined area within or adjacent to the marine environment, together with its overlying water and associated flora, fauna, historical and cultural features, which has been reserved by legislation or other effective means, including custom, with the effect that its marine and/or coastal biodiversity enjoys a higher level of protection than its surroundings พื้นที่ที่กำหนดไว้ภายในหรือติดกับสิ่งแวดล้อมทางทะเล อันรวมทั้งมวลน้ำ สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ ลักษณะสำคัญ ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่อยู่เหนือพื้นที่ ดังกล่าว ซึ่งได้รับการสงวน โดยการออกกฎหมายหรือวิธีการที่มีประสิทธิภาพอื่นๆ รวมทั้งประเพณี เพื่อให้สามารถคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งและสิ่งแวดล้อมมากกว่าบริเวณที่อยู่ข้างเคียง

จะเห็นว่าในหลักการคำนิยามทั้งสองคล้ายคลึงกัน คือรวมพื้นที่ชายฝั่ง (ที่ได้รับอิทธิพลจากทะเล) และพื้นที่ในทะเลแต่มีความต่างกันในส่วนของคำที่ใช้บางคำ เช่น พื้นที่คุ้มครองทางทะเล (IUCN) และพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง (CBD) คำนิยามของ IUCN จะระบุส่วนที่เป็นพื้นที่ชายฝั่งที่อยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลงแต่ CBD ระบุพื้นที่ชายฝั่งเป็นบริเวณที่ติดกับ “สิ่งแวดล้อมทางทะเล (marine environment)” พร้อมกับกำหนดคำจำกัดความของสิ่งแวดล้อมทางทะเล (marine environment) รวมถึงบริเวณน้ำทะเลตื้นถาวร อ่าวในทะเล (sea bays) ช่องแคบ (straits) ทะเลสาบน้ำเค็ม (lagoon) ปากแม่น้ำ (estuaries) พื้นแหล่งใต้ท้องทะเล (แหล่งสาหร่ายสีน้ำตาล แหล่งหญ้าทะเล แหล่งพืชทะเลเขตร้อน) แนวปะการัง หาดโคลนบริเวณน้ำขึ้นน้ำลงหาดทราย หาดเกลือ (salt flat) และที่ลุ่มน้ำชื้นแฉะชายฝั่ง (marsh) แนวปะการังน้ำลึก (deep-water coral reef) ปล่องน้ำลึก (deep-water vents) และถิ่นที่อยู่อาศัยในมหาสมุทรเปิด (open ocean habitats) (อนุวัฒน์, 2551)

ประเทศไทย ยังไม่มีการกำหนดคำนิยามของพื้นที่คุ้มครองทางทะเลอย่างเป็นทางการแต่จะยึดคำนิยามของ IUCN และ CBD การประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเล ส่วนใหญ่ก็จะยึดตามกฎหมาย ระเบียบที่มีอยู่ซึ่งไม่ได้จัดทำเป็นพิเศษเพื่อใช้กับพื้นที่คุ้มครองทางทะเลโดยเฉพาะ เช่น พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พระราชบัญญัติประมง เป็นต้น