สมุทรศาสตร์และสิ่งแวดล้อม สารสนเทศ ทช. ระบบฐานข้อมูลกลางและมาตรฐานข้อมูลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล

มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลและชายฝั่งในประเทศไทย

คำจำกัดความ
น้ำทะเล หมายความว่า น้ำทั้งหมดในเขตน่านน้ำไทย แต่ไม่รวมถึง น้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน

น่านน้ำไทย หมายความว่า บรรดาน่านน้ำที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย

ค่าความโปร่งใสต่ำสุด หมายความว่า ค่าความโปร่งใสต่ำสุดที่ตรวจวัดได้ของตัวอย่างน้ำทะเลที่เก็บจากสถานีเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเดียวกันย้อนหลัง 1 ปี ในช่วงเวลาน้ำขึ้น น้ำลง และฤดูกาลเดียวกัน

ค่าความเค็มต่ำสุด หมายความว่า ค่าความเค็มต่ำสุดที่ตรวจวัดได้ของตัวอย่างน้ำทะเลที่เก็บจากสถานีเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเดียวกันย้อนหลัง 1 ปี ในช่วงเวลาน้ำขึ้น น้ำลง และฤดูกาลเดียวกัน

เขตกันชน หมายความว่า เขตรอยต่อระหว่างประเภทการใช้ประโยชน์คุณภาพน้ำทะเล โดยเขตกันชนมีพื้นที่นับตั้งแต่แนวแบ่งเขตคุณภาพน้ำทะเลด้านที่มีคุณภาพน้ำทะเลต่ำกว่าออกไปเป็นระยะ 500 เมตร ติดต่อกันเป็นเส้นขนาน

การแบ่งประเภทและมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลในเขตน่านน้ำไทย  
โดยให้แบ่งคุณภาพน้ำทะเลในเขตน่านน้ำไทยออกเป็น 6 ประเภท คือ
1. คุณภาพน้ำทะเลเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ แหล่งน้ำทะเลที่มิได้จัดไว้ เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำทะเลตามธรรมชาติสำหรับเป็นที่แพร่พันธุ์ หรืออนุบาลของสัตว์น้ำวัยอ่อน หรือเป็นแหล่งอาหาร หรือที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ พืช หรือหญ้าทะเล

2. คุณภาพน้ำทะเลเพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง ได้แก่ แหล่งน้ำทะเลที่มีปะการัง โดยมีขอบเขตครอบคลุมพื้นที่ในรัศมีแนวราบกับผิวน้ำ นับจากเส้นตรงที่ลากตั้งฉากกับเส้นที่เชื่อมจุดนอกสุด ของแนว-ปะการังออกไปเป็นระยะ 1,000 เมตร

3. คุณภาพน้ำทะเลเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่ แหล่งน้ำทะเลซึ่งมีประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง

4. คุณภาพน้ำทะเลเพื่อการนันทนาการ ได้แก่ แหล่งน้ำทะเลซึ่งมีประกาศขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นกำหนดให้เป็นเขตเพื่อการว่ายน้ำหรือใช้ประโยชน์เพื่อการนันทนาการทางน้ำ

5. คุณภาพน้ำทะเลเพื่อการอุตสาหกรรม และท่าเรือ ได้แก่ แหล่งน้ำทะเลที่อยู่ประชิดกับเขตนิคมอุตสาหกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เขตท่าเรือ ตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย ท่าเรือ หรือท่าเทียบเรือ แล้วแต่กรณี โดยมีขอบเขตนับตั้งแต่แนวน้ำลงต่ำสุดออกไปจนถึงระยะ 1,000 เมตร ตามแนวราบกับผิวน้ำ

6. คุณภาพน้ำทะเลสำหรับเขตชุมชน ได้แก่ แหล่งน้ำทะเลที่อยู่ประชิดกับชุมชนที่มีประกาศกำหนดให้เป็นเทศบาล ตามกฎหมายว่าด้วยเทศบาล เมืองพัทยา หรือกรุงเทพมหานคร เฉพาะเขตเทศบาล เขตเมืองพัทยา หรือเขตกรุงเทพมหานครที่ติดกับชายฝั่งทะเลเท่านั้น โดยให้นับตั้งแต่แนวน้ำลงต่ำสุด ออกไปจนถึงระยะ 1,000 เมตร ตามแนวราบกับผิวน้ำ

มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลในเขตน่านน้ำไทย

มีรายละเอียดในแต่ละประเภทดังนี้
1. ค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
1.1 ไม่มีวัตถุที่น่ารังเกียจลอยอยู่บนผิวน้ำ
1.2 ไม่มีน้ำมันหรือไขมันที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าลอยอยู่บนผิวน้ำ
1.3 สีของน้ำทะเลอยู่ใน scale ของสารละลาย Forel-Ule ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 1-22
1.4 กลิ่นต้องไม่เป็นที่น่ารังเกียจ คือ ไม่มีกลิ่นที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ เช่น กลิ่นน้ำมัน กลิ่นก๊าซไข่เน่า กลิ่นสารเคมี กลิ่นขยะ กลิ่นเน่า เป็นต้น
1.5 อุณหภูมิ (temperature) เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1 องศาเซลเซียส จากสภาพธรรมชาติ
1.6 ความเป็นกรดและด่าง (pH) มีค่าระหว่าง 7.0-8.5
1.7 ความโปร่งใส (transparency) มีค่าลดลงจากสภาพธรรมชาติไม่เกินร้อยละ 10 จากค่า-ความโปร่งใสต่ำสุด
1.8 สารแขวนลอย (suspended solids) มีค่าเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นไม่เกินผลรวมของค่าเฉลี่ย 1 วัน หรือ 1 เดือน หรือ 1 ปี บวกกับค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าเฉลี่ยนั้นๆ โดยค่าเฉลี่ย 1 วัน ให้วัดทุกชั่วโมง หรืออย่างน้อย 5 ครั้ง ที่ช่วงเวลาเท่าๆ กัน ค่าเฉลี่ย 1 เดือน ให้วัดทุกวันหรืออย่างน้อย 4 ครั้ง ที่ช่วงเวลาเท่าๆ กัน ใน 1 เดือน ณ เวลาเดียวกัน และค่าเฉลี่ย 1 ปี ให้วัดทุกเดือน ณ วันที่และเวลาเดียวกัน
1.9 ความเค็ม (salinity) มีค่าเปลี่ยนแปลงไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเค็มต่ำสุด
1.10 ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน (retroleum hydrocarbon) มีค่าไม่เกิน 0.5 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.11 ออกซิเจนละลาย (dissolved oxygen) มีค่าไม่น้อยกว่า 4 มิลลิกรัมต่อลิตร
1.12 แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (total coliform Bacteria) มีค่าไม่เกิน 1,000 เอ็มพีเอ็นต่อ 100 มิลลิลิตร
1.13 แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม (fecal coliform Bacteria) มีค่าไม่เกิน 70 ซีเอฟยูต่อ 100 มิลลิลิตร
1.14 ไนเตรท-ไนโตรเจน (nitrate-nitrogen) มีค่าไม่เกิน 20 ไมโครกรัม-ไนโตรเจนต่อลิตร
1.15 ฟอสเฟต-ฟอสฟอรัส (phosphate-phosphorus) มีค่าไม่เกิน 15 ไมโครกรัม-ฟอสฟอรัสต่อลิตร
1.16 แอมโมเนีย-ไนโตรเจน (รูปที่ไม่มีอิออน, unionized ummonia) มีค่าไม่เกิน 70 ไมโครกรัม-ไนโตรเจนต่อลิตร
1.17 ปรอทรวม (uotal uercury) มีค่าไม่เกิน 0.1 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.18 แคดเมียม (uadmium) มีค่าไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.19 โครเมียมรวม (uotal uhromium) มีค่าไม่เกิน 100 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.20 โครเมียมเฮกซาวาเลนท์ (chromium hexavalent) มีค่าไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.21 ตะกั่ว (lead) มีค่าไม่เกิน 8.5 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.22 ทองแดง (copper) มีค่าไม่เกิน 8 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.23 แมงกานีส (manganese) มีค่าไม่เกิน 100 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.24 สังกะสี (zinc) มีค่าไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.25 เหล็ก (iron) มีค่าไม่เกิน 300 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.26 ฟลูออไรด์ (fluoride) มีค่าไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อลิตร
1.27 ฟีนอล (phenol) มีค่าไม่เกิน 0.03 มิลลิกรัมต่อลิตร
1.28 ซัลไฟด์ (sulfide) มีค่าไม่เกิน 10 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.29 ไซยาไนด์ (cyanide) มีค่าไม่เกิน 7 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.30 พีซีบี (PCBs, polychlorinated biphenyl) ต้องตรวจไม่พบ
1.31 สารหนู (arsenic) มีค่าไม่เกิน 10 ไมโครกรัมต่อลิตร
1.32 กัมมันตภาพรังสี (radioactivity) มีค่ากัมมันตภาพรังสีรวมแอลฟา (alpha) ไม่เกิน 0.1 เบคเคอเรลต่อลิตร ค่ากัมมันตภาพรังสีรวมเบตา (beta) ที่ไม่รวมรังสีจากโปตัสเซียม-40 มีค่าไม่เกิน 1.0  เบคเคอเรลต่อลิตร
1.33 สารประกอบดีบุกอินทรีย์ชนิดไตรบิวทิล (tributyltin) มีค่าไม่เกิน 10 นาโนกรัมต่อลิตร
1.34 สารเคมีที่ใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ชนิดที่มีคลอรีน ได้แก่
        - อัลดริน (aldrin) มีค่าไม่เกิน 1.3 ไมโครกรัมต่อลิตร
        - คลอเดน (chlordane) มีค่าไม่เกิน 0.004 ไมโครกรัมต่อลิตร
        - ดีดีที (DDT) มีค่าไม่เกิน 0.001 ไมโครกรัมต่อลิตร
        - ดิลดริน (dieldrin) มีค่าไม่เกิน 0.0019 ไมโครกรัมต่อลิตร
        - เอลดริน (endrin) มีค่าไม่เกิน 0.0023 ไมโครกรัมต่อลิตร
        - เอ็นโดซัลฟาน (endosulfan) มีค่าไม่เกิน 0.0087 ไมโครกรัมต่อลิตร
        - เฮปตาคลอร์ (heptachlor) มีค่าไม่เกิน 0.0036 ไมโครกรัมต่อลิตร
        - ลินเดน (lindane) มีค่าไม่เกิน 0.16 ไมโครกรัมต่อลิตร
        - ต้องไม่ตรวจพบสารเคมีที่ใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ชนิดอื่น ได้แก่ อะลาคลอร์ (alachlor) อะเมทธริน (ametryn) อะทราซีน (atrazine) คาร์บาริล (carbaryl) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) คลอไพริฟอส (chlorpyrifos) ไซเปอร์เมธทริน (cypermethrin) 2,4-ดี (2,4-D) ไดเอรอน (diuron) ไกลโฟเซท (glyphosate) มาลาไธออน (malathion) แมนโคเซบ (mancozeb) เมทธิล พาราไธออน (methyl parathion) พาราไธออน (parathion) และโปรพานิล (propanil)

2. คุณภาพน้ำทะเลเพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง
ต้องมีมาตรฐานตามข้อ 1 เว้นแต่
2.1 อุณหภูมิ (temperature) ห้ามมีค่าเปลี่ยนแปลงจากสภาพธรรมชาติ
2.2 ออกซิเจนละลาย (dissolved oxygen) มีค่าไม่น้อยกว่า 6 มิลลิกรัมต่อลิตร
2.3 แบคทีเรียกลุ่มเอ็นเทอโรคอกไค (enterococci bacteria) มีค่าไม่เกิน 35 ซีเอฟยูต่อ 100 มิลลิลิตร

3. คุณภาพน้ำทะเลคุณภาพน้ำทะเลเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ต้องมีมาตรฐานตามข้อ 1 เว้นแต่
3.1 ไนเตรท-ไนโตรเจน (nitrate-nitrogen) มีค่าไม่เกิน 60 ไมโครกรัม-ไนโตรเจนต่อลิตร
3.2 ฟอสเฟต-ฟอสฟอรัส (phosphate-phosphorus) มีค่าไม่เกิน 45 ไมโครกรัม-ฟอสฟอรัสต่อลิตร
3.3 แอมโมเนีย-ไนโตรเจน (รูปที่ไม่มีอิออน, pnionized ammonia) มีค่าไม่เกิน 100 ไมโครกรัม-ไนโตรเจนต่อลิตร

4. คุณภาพน้ำทะเลเพื่อการนันทนาการ
ต้องมีมาตรฐานตามข้อ 1 เว้นแต่
4.1 อุณหภูมิ (temperature) มีค่าเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส จากสภาพธรรมชาติ
4.2 ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน (petroleum hydrocarbon) มีค่าไม่เกิน 1 ไมโครกรัมต่อลิตร
4.3 แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม (fecal coliform bacteria) มีค่าไม่เกิน 100 ซีเอฟยูต่อ 100 มิลลิลิตร
4.4 แบคทีเรียกลุ่มเอ็นเทอโรคอกไค (enterococci bacteria) มีค่าไม่เกิน 35 ซีเอฟยูต่อ 100 มิลลิลิตร
4.5 ไนเตรท-ไนโตรเจน (nitrate-nitrogen) มีค่าไม่เกิน 60 ไมโครกรัม-ไนโตรเจนต่อลิตร
4.6 ในกรณีเขตคุณภาพน้ำทะเลเพื่อการอุตสาหกรรมและท่าเรือ หรือคุณภาพน้ำทะเล สำหรับเขตชุมชนทับซ้อนกับเขตคุณภาพน้ำทะเลเพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือการนันทนาการ แล้วแต่กรณี มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลในเขตพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว ให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่มีค่าเข้มงวดมากที่สุด

วิธีการเก็บตัวอย่างและตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล
1. หาก ณ จุดตรวจสอบ มีความลึกน้อยกว่า 5 เมตร ให้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่ความลึก 1 เมตร และสูงจากท้องน้ำ 1 เมตร
2. หาก ณ จุดตรวจสอบ มีความลึกอยู่ระหว่าง 5-20 เมตร ให้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่ความลึก 1 เมตร กึ่งกลางน้ำ และสูงจากท้องน้ำ 1 เมตร
3. หาก ณ จุดตรวจสอบ มีความลึกอยู่ระหว่าง 20-40 เมตร ให้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่ความ-ลึก 1 เมตร 10 เมตร 20 เมตร 30 เมตร และสูงจากท้องน้ำ 1 เมตร
4. หาก ณ จุดตรวจสอบ มีความลึกอยู่ระหว่าง 40-100 เมตร ให้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่ความ-ลึก 1 เมตร 20 เมตร 40 เมตร 80 เมตร และสูงจากท้องน้ำ 1 เมตร
5. หาก ณ จุดตรวจสอบ มีความลึกมากกว่า 100 เมตร ให้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่ความลึก 1 เมตร ที่ทุกๆ ความลึก 50 เมตร และสูงจากท้องน้ำ 1 เมตร
6. หาก ณ จุดตรวจสอบมีความลึกของน้ำน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 เมตร ให้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่ระดับกึ่งกลางความลึกของน้ำ เว้นแต่แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (total coliform bacteria) แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม (fecal coliform Bacteria) และแบคทีเรียกลุ่มเอ็นเทอโรคอกไค (enterococci bacteria) ให้เก็บตัวอย่างที่ระดับความลึกใต้ผิวน้ำ 30 เซนติเมตร สำหรับวัตถุลอยน้ำ สี ความโปร่งใส น้ำมันและไขมันบนผิวน้ำ ไม่ต้องเก็บตัวอย่าง แต่ให้ตรวจวัด ณ จุดตรวจสอบ
7. ให้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลในช่วงเวลาตั้งแต่น้ำลงถึงน้ำลงต่ำสุด เฉพาะในบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง
8. การเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและอุปกรณ์ที่ใช้จะต้องเป็นไปตามที่กำหนดในคู่มือการเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทะเลของกรมควบคุมมลพิษหรือตามที่กำหนดไว้ใน Standard Method for the Examination of Water and Wastewater (APHA, AWWA and WEF, ฉบับล่าสุด) Method of Seawater Analysis (Grasshoff, 1999) Practical Handbook of Seawater Analysis (Strickland and Parson, 1972) A Manual of Chemical and Biological Methods for Seawater Analysis (Parsons et.al., 1984) Recommended guidelines for masuring organic compounds in Puget Sound water, sediment and tissue samples (Puget Sound Estuary Program, 1997) Prescribed Procedures for Measurement of Radioactivity in Drinking Water (Krieger and Whittaker, 1980) Proceedings of the organotin symposium, Comprehensive method for determination of aquatic butyltin and butylmethyltin speciesat ultra trace levels using simultaneous hybridization/extraction with GC/FPD detection (Matthias et. al. 1986 a,b) หรือวิธีการอื่นใดที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษประกาศกำหนด และให้มีการดำเนินการ เพื่อลดผลการรบกวนจากคลอไรด์ หรือมีการ Pre-concentration ก่อนการวิเคราะห์