รายงานสรุปผลการช่วยเหลือและผลการชันสูตรซากลูกพะยูนมาเรียม

1. ประวัติ "ชื่อ มาเรียม" ถูกตั้งโดย นายสุเทพ ขันชัย หัวหน้ากลุ่มพิทักษ์ดุหยง ต. เกาะลิบง จ. ตรัง หลังจากย้ายมาจากจังหวัดกระบี่ แปลความหมายได้ว่า "ผู้หญิงที่มีความสง่างามแห่งท้องทะเล" เนื่องจากลูกพะยูนเป็นตัวเมีย เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) เข้าพื้นที่บริเวณท่าเรือโกเต็ก คลองม่วง อ. เมือง จ. กระบี่ ตามที่ได้รับรายงานจากเครือข่าย อสทช. พบลูกพะยูนพลัดหลงจากแม่มาเกยตื้น ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2562 ตรวจสอบพบว่า เป็นลูกพะยูนเพศเมีย อายุประมาณ 6 เดือน - 1 ปี ความยาว 128 ซม. รอบอก 67 ซม. น้ำหนัก 28.7 กก. สภาพร่างกายสมบูรณ์ ไม่พบบาดแผล ว่ายน้ำได้เป็นปกติ เจ้าหน้าที่ ทช. ร่วมกับ ชุมชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่กรมประมง และอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นำลูกพะยูนไปปล่อยในบริเวณแหล่งหญ้าทะเลคุ้งอ่าวทึง-ปอดะ จำนวน 2 ครั้ง ในระหว่างวันที่ 26 - 28 เมษายน 2562 อย่างไรก็ตามลูกพะยูนยังคงว่ายกลับเข้ามาใกล้เรือบริเวณปากคลอง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายให้เสียชีวิตได้ เจ้าหน้าที่ ศวทม. จึงทำการขนย้ายลูกพะยูนในวันที่ 29 เมษายน 2562 ไปยังพื้นที่เกาะลิบง จ. ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตห้ามล่าฯ และมีการอนุรักษ์พะยูนอย่างเข้มข้น เป็นแหล่งอาหารที่มีหญ้าทะเลปกคลุมผืนใหญ่และมีประชากรพะยูนขนาดใหญ่อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญในการประกันความเสี่ยงต่อการรอดตายของลูกพะยูน ดังแผนภาพด้านล่าง

2. สรุปรายงานสุขภาพลูกพะยูน (มาเรียม) ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 16 สิงหาคม 2562
          เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯเกาะลิบง อุทยานแห่งชาติ เครือข่ายทีมพิทักษ์ดุหยง ชุมชนชาวบ้าน และอาสาสมัคร ได้ผลัดเวรยามเฝ้าสังเกตการณ์และดูแลสุขภาพลูกพะยูนมาเรียม โดยการปฏิบัติงานในช่วงระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 16 สิงหาคม 2562 รวมระยะเวลา 110 วัน มีดังนี้ 
          1. ตรวจสุขภาพประจำวัน โดยการตรวจสุขภาพทั่วไป วัดอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ ฟังเสียงการทำงานของทางเดินอาหาร สังเกตการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ สังเกตพฤติกรรมโดยรวมทั้งการว่ายน้ำ และการกินหญ้าทะเล
          2. ตรวจสุขภาพเพิ่มเติม โดยการเจาะเลือด และฝึกการพฤติกรรมให้ยอมรับการเจาะเลือด การเก็บอุจจาระเพื่อตรวจดูประสิทธิภาพของการย่อยอาหารและการดูดซึมไขมัน(ซึ่งเป็นพลังงานที่มีการเสริมเข้าไปในสูตรนม) การชั่งน้ำหนักและการวัดรอบอก อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
          3. ให้นมทดแทน โดยมีการจดบันทึกปริมาณนมที่ได้รับในแต่ละวัน
          4. ป้อนหญ้าทะเล โดยมีการชั่งน้ำหนักและจดบันทึกปริมาณหญ้าทะเลที่ให้ในแต่ละวัน ซึ่งจะทำการบันทึกในส่วนที่สามารถชั่งน้ำหนักได้เท่านั้น
          5. พาออกกำลังกายโดยให้ว่ายตามเรือคายัค เพื่อกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร
          6. พาว่ายน้ำตามน้ำขึ้นและน้ำลง และพาไปยังแหล่งหญ้าทะเลตามธรรมชาติ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้พฤติกรรมตามธรรมชาติ
ผลการดูแลสุขภาพของพะยูน มีดังนี้ 
          1. สุขภาพทั่วไปแข็งแรง มีการตอบสนองต่อเจ้าหน้าที่ดี และมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการเข้าหาคนแปลกหน้า น้ำหนักปัจจุบัน 31 กิโลกรัม ความยาวทั้งตัว 121 เซนติเมตร ความยาวรอบอก 76.5 เซนติเมตร (เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562) ผลการตรวจร่างกายดังนี้
               1.1 ความสมบูรณ์ร่างกายอยู่ในระดับปกติ (Body condition score 3/5 ) ลักษณะรอยด่างขาวลดหายไป 
               1.2 อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย 70 – 80 ครั้งต่อนาที ขึ้นกับพฤติกรรมของพะยูน อัตราการหายใจช่วงเวลาพักเฉลี่ย 1 - 3 ครั้งใน 5 นาที อัตราการหายใจช่วงว่ายน้ำเฉลี่ย 5 ครั้งใน 5 นาที 
               1.3 การทำงานของทางเดินอาหารเป็นปกติ พบการขับถ่ายปกติในทุกๆวัน ว่ายน้ำได้ดี 
               1.4 พฤติกรรมการกินหญ้าในแหล่งธรรมชาติ เจ้าหน้าที่นำไปปรับพฤติกรรมให้สามารถกินหญ้าในแหล่งธรรมชาติได้ พบว่าสามารถขุดหญ้าทะเลได้ทั้งลำต้นและราก 
          2. การตรวจวินิจฉัย มีดังนี้
               2.1 การเจาะเลือด เจ้าหน้าที่ทำการฝึกให้ลูกพะยูนคุ้นเคยกับการเจาะเลือด 
               2.2 การเก็บอุจจาระ เจ้าหน้าที่ได้ทำการฝึกเก็บอุจจาระจากทวารเพื่อตรวจเชื้อพยาธิที่อยู่ในทางเดินอาหาร ตรวจดูเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในทางเดินอาหาร และตรวจดูประสิทธิภาพของการย่อยอาหารแลการดูดซึมไขมัน(ซึ่งเป็นพลังงานที่มีการเสริมเข้าไปในสูตรนม)
          3. การดูแลเรื่องโภชนาการ ลูกพะยูนสามารถกินนมทดแทนได้เฉลี่ยวันละ 2,499 มิลลิลิตร (ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 6 สิงหาคม 2562)
          4. ลูกพะยูนสามารถกินหญ้าทะเลจากการป้อนได้เฉลี่ยวันละ 255 กรัม (ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 6 สิงหาคม 2562)
          5. ลูกพะยูนว่ายน้ำได้ดี และมีการถ่ายอุจจาระ
          6. ลูกพะยูนยังไม่สามารถว่ายน้ำตามน้ำขึ้นและน้ำลงได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องมีการพาออกไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในอนาคต
3. สรุปสถานการณ์เผชิญเหตุจนกระทั่งถึงระยะวิกฤติของลูกพะยูน (มาเรียม) ตั้งแต่วันที่ 7 - 16 สิงหาคม 2562
          สถานการณ์วันที่ 7 สิงหาคม 2562 ระหว่างมาเรียมกินหญ้าทะเลอยู่หน้าอ่าว แล้วถูกพะยูนโตเต็มวัยไล่ต้อนกลับเข้ามาในอ่าวค่ะ และยังมีการวนเวียนของพะยูนโตเต็มวัยอยู่บริเวณทุ่น และบริเวณห่างจากเสาไม้ประมาณ 3 - 5 เมตรโดยเจ้าหน้าที่พบพฤติกรรมของมาเรียมว่ายผละออกจากผู้เลี้ยง และว่ายกลับเข้ามาเอง ก่อนเกิดเหตุ ก็ผละออกไปจากเจ้าหน้าที่ตามปกติ แต่เจ้าหน้าที่บนศาลาได้สังเกตเห็นการว่ายน้ำเข้ามาของมาเรียมอย่างรวดเร็ว โดยมีพะยูนอีกตัวไล่ตามมาและแยกกันตรงบริเวณด้านหน้าเขา อาการของมาเรียมระหว่างวันที่ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 17.00 น. - วันที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น. อาการเบื้องต้นในช่วงแรกพะยูนมีอาการซึม ไม่ค่อยมีแรง ไม่ค่อยว่ายน้ำ ไม่กินอาหาร จึงพิจารณาป้อนกูลโคส และเกลือแร่เสริมให้ และมีการปล่อยให้พักกับเรือคายัคสลับกับการดูอาหาร ระหว่างนั้นได้ป้อนกูลโคสและเกลือแร่ทุกๆ 1 ชั่วโมง มีการป้อนนมให้ในช่วงเวลา 00.00 น. , 02.00 น. และ 05.00 น. ซึ่งพะยูนกินประมาณ 100 ml. ป้อนหญ้าให้กินเล็กน้อย มีความอยากกินหญ้า ช่วงเวลา 03.00 น.  – 07.00 น. ได้มีการพาพะยูนว่ายน้ำ พะยูนมีอาการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ตอบสนองดีขึ้น ว่ายน้ำคู่กับเรือช้า ๆ โดยมีการสลับกับการพัก จากการตรวจร่างกายพบลมหายใจมีกลิ่น ตรวจปอดข้างซ้ายปกติ โดยมีการพิจารณาเก็บตัวอย่างลมหายใจเพื่อวิเคราะห์เซลล์และเพาะเชื้อต่อไป หัวใจเต้นปกติ การลอยตัวและการจมตัวปกติ นอกจากนี้ทางทีมได้มีการวางแผนเฝ้าระวังโดยเรือคายัคอีกลำพายรอบ ๆ บริเวณที่เลี้ยงเพื่อป้องกันไม่ให้พะยูนตัวอื่นเข้าพื้นที่
สรุปผลอาการของลูกพะยูนมาเรียมในระยะวิกฤติ ระหว่างวันที่ 7 - 16 สิงหาคม 2562
          ลูกพะยูนมาเรียมมีอาการซึม และการตอบสนองเล็กน้อย ร่างกายมีสภาพอ่อนแรง มีอาการซึม พบการติดเชื้อในกระแสเลือดและปอดอักเสบ มีแผลในช่องปาก ซึ่งมีผลต่อความอยากกินอาหาร มีไข้ และอยู่ในสภาพขาดอาหารและน้ำ อัตราการหายใจและอัตราการเต้นหัวใจไม่คงที่
การตรวจวินิจฉัย มีดังนี้ 
          1. การตรวจการทำงานของทางเดินอาหาร พบว่ามีการทำงานน้อยกว่าปกติ
          2. ภาวะการแห้งน้ำ ผลการตรวจ อยู่ระหว่าง 10-15 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่า มีภาวะการแห้งน้ำมาก
          3. ความสมบูรณ์ของร่างกาย (body condition score ) ผลการตรวจ เท่ากับ 1/5 ระดับผอมมาก
          4. ภาวะน้ำตาลในกระแสเลือด ผลการตรวจ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
          5. ผลการตรวจทางโลหิตวิทยา ผลการตรวจ พบภาวะการติดเชื้อเนื่องจากค่าเม็ดเลือดขาวรวมสูงขึ้น เกล็ดเลือดต่ำมาก ค่าเคมีทางเลือดอยู่ในระดับปกติ 
          6. ผลการตรวจประสิทธิภาพการย่อยอาหาร ผลการตรวจ ไม่สามารถย่อยอาหารได้ตามปกติ อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด 
          7. ค่าความเป็นกรด-ด่างในกระแสเลือดปกติ ผลการตรวจพบภาวะเลือดเป็นด่าง
          ผลการวินิจฉัยพบว่า ลูกพะยูนมาเรียมมีภาวะความเครียด เนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจ และอัตราการหายใจยังไม่คงที่ร่วมกับผลการประเมินค่าเลือด ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวการณ์ติดเชื้อในร่างกาย การมีสภาวะความเป็นด่างของกระแสเลือด ภาวะความแห้งน้ำที่รุนแรง อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดภาวะช๊อค จากระบบไหลเวียนเลือดลดลงและการติดเชื้อ (Septic shock และ Hypovolemic shock) การเกิดภาวะพร่องโภชนาการซึ่งมีผลให้สัตว์มีสภาพที่อ่อนแรงลง ร่วมกับภาวะการเกิดอาการท้องอืดซึ่งส่งผลให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงต้องเฝ้าสังเกตอาการในระยะวิกฤติตลอด 24 ชั่วโมง
ผลการรักษา มีดังนี้
          1. การให้สารน้ำเพื่อทดแทนพลังงานและแก้ไขภาวการณ์ขาดน้ำที่รุนแรง
          2. การให้ยาปฏิชีวินะทางเส้นเลือด เพื่อแก้ภาวการณ์ติดเชื้อในร่างกาย
          3. การให้ยารักษาอาการทางเดินอาหาร และอาการในทางเดินหายใจ
          4. การให้ยาเพื่อแก้ไขภาวะวิกฤติ ได้แก่ ยากระตุ้นหัวใจและกระตุ้นระบบทางเดินหายใจ ยากันภาวะช๊อค ยาซึม เป็นต้น
          5. การให้ยาแก้ไขภาวะกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรง
          6. การให้วิตามินและแร่ธาตุเพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
4. สรุปสถานการณ์ลูกพะยูนมาเรียมก่อนเสียชีวิตและผลการชันสูตรซาก วันที่ 16-17 สิงหาคม 2562
          เหตุการณ์พะยูนมาเรียมเมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2562 มาเรียม มีอาการลอยนิ่ง จากนั้นทีมสัตวแพทย์ตรวจไม่พบชีพจร และการตอบสนอง ทั้งมาเรียมยังไม่สามารถทรงตัวในน้ำได้ จึงรีบทำการกู้ชีพและกระตุ้นการหายใจ โดยกระทำเหนือน้ำ จนเริ่มตรวจพบการตอบสนอง โดยสามารถกระพริบตา และตอบสนองต่อการสัมผัสได้ จึงนำมาเรียมลงประคองในน้ำ แต่สัญญานชีพได้หายไปอีกครั้งเวลา 23.45 น. จึงต้องนำขึ้นจากน้ำอีกครั้งเพื่อทำการกู้ชีพ ด้วยยากระตุ้นหัวใจ ยากระตุ้นการหายใจ การใช้สารน้ำ แต่เนื่องจากไม่สามารถกู้ชีพกลับมาได้ จึงตัดสินว่ามาเรียมเสียชีวิตที่เวลา 00.16 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2562 
          ผลการชันสูตรซากพะยูนมาเรียม  เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ได้ทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย โดยสภาพภายนอก พบรอยขูดขีด ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณ แพนหาง โดยตำแหน่งใกล้เคียงกันพบจ้ำเลือด ขนาด 2-3 เซนติเมตร ซึ่งสอดคล้องกับผลเลือด ที่พบสภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้เกิดจุดเลือดออกได้ง่าย ภายในช่องปาก พบแผลในปากจำนวนหนึ่ง 
          ส่วนของอวัยวะภายในพบว่ากล้ามเนื้อมีสีซีดกว่าปกติมาก เนื่องจากมาเรียมมีการใช้พลังงานต่อวันเท่าเดิมในทุกวัน แต่ไม่สามารถรับอาหารได้ จึงมีการย่อยสลายส่วนของกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน รวมทั้งภาวะทุพโภชนาการ ทำให้เกิดภาวะเลือดจาง โปรตีนในเลือดต่ำ และการติดเชื้อในช่องอกและทางเดินหายใจ ปอดมีสีซีดและเกิดการโป่งพอง เกิดก้อนหนองแทรกตามเนื้อปอด โดยเฉพาะปอดข้างซ้าย พบรอยช้ำของกล้ามเนื้อที่บริเวณช่องท้องและผนังช่องท้องด้านใน คาดว่าเกิดจากการกระแทกของพะยูนต่อผู้ ตับมีสีเหลืองเนื่องจากการไม่รับอาหารมาเป็นเวลานาน มีจุดเนื้อตายและหนองบนตับ หัวใจพบเลือดเล็กน้อย และบีบตัวแข็งจากการเกิดสภาวะช็อค และส่วนของระบบทางเดินอาหารและมีการสะสมของแก๊สจำนวนมากตามทางเดินอาหาร ซึ่งคาดว่ามาจากการที่กระเพาะอาหารมีการเคลื่อนตัวและบีบตัวลดลง ตลอดลำไส้เล็กอักเสบพบจุดเนื้อตายสีขาว และพบมีการหนาตัวและมีเนื้อตายเคลือบด้านในของผนังลำไส้และพบขยะประเภทเศษถุงพลาสติกจำนวน 8 ชิ้น อัดแน่นกันอยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทั้งนี้เนื่องจากมาเรียมมีสภาวะขาดน้ำที่รุนแรง ทำให้ส่งผลต่อการบีบตัวของทางเดินอาหารลดลงหรือไม่เคลื่อนที่ ทำให้เกิดการสะสมของแก็สในทางเดินอาหาร ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก ทำให้เกิดสภาวะช็อค เนื่องจากความเจ็บปวด และเสียชีวิตลงทันที

ภาพประกอบผลการชันสูตรซากพะยูนมาเรียม วันที่ 17 สิงหาคม 2562

ภาพพะยูนมาเรียม ความสมบูรณ์ของร่างกาย (body condition score ) เท่ากับ 1/5 ระดับผอมมาก
 

ภาพผนังลำไส้อักเสบและติดเชื้อ
 

ภาพขยะจำพวกพลาสติกซึ่งอุดตันภายในลำใส้

ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน
วันที่ : 12 กุมภาพันธ์ 2563