มาเรียม...เป็นพะยูนตลก (รวบรวมเป็นรายบุคล)

          นางสิตากาญจน์ ทวิสุวรรณ เกโร : หนูมาเรียม หรือน้องเมียม มาเรียม หรืออีเมียมของแม่  แล้วแต่อารมณ์แม่ๆ และทีมพี่เลี้ยงมาเรียมต่างพากันอุทิศตนมาเป็น “แม่” ของน้องมาเรียม ทั้งแม่นม แม่บุญธรรม และ พี่เลี้ยงจะเรียก มาเรียมนับเป็นลูกพะยูนตัวแรกในเมืองไทย ที่มีแม่ๆเป็นโหลมาเป็นคนคอยดูแลเลี้ยงจริงในทะเล ทุกคนที่เจอมาเรียม ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนต่างหลงเสน่ห์มาเรียมเพียงแค่สบตา และเห็นพฤติกรรมของมาเรียม มาอยู่ที่ลิบง ใครๆบนเกาะบอกว่า เสน่ห์น้ำตาปลาดุหยง เราไม่เคยเชื่อ จนได้ไปเลี้ยงและมองตาแบ๊วๆ ใสๆของน้องเมียม มันทำให้เรารู้สึกว่าน้องน่าเอ็นดู และหลงรัก มีคนรักน้องจากหลายที่ บ้างอยู่ใกล้บ้างอยู่ไกล บ้างรุ่นคุณปู่คุณย่าที่มาเยี่ยมน้อง ยามมาเรียมเห็นแม่ส้มเมื่อไรก็จะว่ายเข้ามาอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง เวลาหิวมาเรียมจะใช้จมูกดุนๆส่วนท้ายของแม่ส้มเพื่อจะบอกว่า “หนูหิวแล้วนะ” เวลาที่มาเรียมได้นมไม่ทันใจมาเรียมจะมางับตามแขนและมือของเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ป้อนนม มาเรียมจะเอาครีบข้างมาถูและจับดันมือให้เข้าองศาที่มาเรียมชอบกิน บางครั้งมาเรียมชอบดำลงไปกินนมใต้น้ำและเรอออกมาฟองใหญ่ ชอบนอนหลังกินนมหลังจากที่กินนมอิ่มมาเรียมจะมุดลงไปอยู่บริเวณระหว่างข้อเท้า ละขยับตัวไปมาโดยใช้ครีบข้างกอดข้อเท้าไว้เหมือนไม่ให้ขยับไปไหน และพอพี่ๆเอาที่ถูหลังถูให้น้องเมียมดุ๊กดิ๊กๆให้ถูใต้ครีบพอเอามือไปปัดใต้ท้องเหมือนจั๊กจี้ วันที่พาน้องไปกินหญ้าทะเลก็ต้องนั่งเป็นอนุเสาวรีย์ให้น้องกินรอบๆโดยบางครั้งน้องก็เอาครีบข้างแตะขาเพื่อให้รู้ว่าหนูอยู่ตรงนี้นะอย่าเพิ่งหนีไปไหน ฝนจะตก ลมจะแรงพี่หมอกับอาสาสมัครก็ยังคงอยู่ในทะเลกับน้องน้ำทะเลลงสุดตอนสองทุ่มสามทุ่ม พอเจอตัวใหญ่พี่ๆหรือน้องหมอพุ่งเข้ามากอดเมียม เพื่อไม่ให้น้องตกใจ จนกระทั้งวันที่น้องถูกไล่และเริ่มป่วยและต้องย้ายน้องมาในบ่อและขอความกรุณางดเยี่ยม พี่ๆชาวเกาะลิบงทำให้เห็นพลัง และความพร้อมใจของชุมชนในการเตรียมบ่อติดตั้งปั้มน้ำเตรียมไฟ ของสิ่งไหนไม่มีก็ฝากพี่ๆที่อยู่บนฝั่งซื้อส่งลงมา เวลาที่คอยอุ้มตัวมาเรียมแล้วเอามือลูบเพื่อให้ผ่อนคลายไม่ต่างจากลูกเด็กน้อย มาเรียมจะเอาครีบข้างมาลูบตอบ และเมื่อเจ้าหน้าที่พามาเรียมว่ายน้ำ เพื่อให้ย่อยนมโดยให้มาเรียมว่าตามเจ้าหน้าที่โดยไม่ใช้แม่ส้ม โดยเจ้าหน้าที่ และอาสาจะยืนกันสี่มุม และว่าน้ำแตะมือกันไปเรื่อยๆ เมื่อมาเรียมงอแงไม่อยากว่าน้ำ หรือง่วงจัดๆ มาเรียมก็จะพุ่งเข้าหาคนใดคนหนึ่งและทิ้งตัวลงดิ่งเพื่อบอกว่า “ไม่เอา ไม่ว่ายแล้วนะ หนูจะนอน” เวลาพามาเรียมไปกินหญ้าทะเลช่วงเช้า มาเรียมจะใช้ครีบข้างแตะเรา และดุนกินหญ้าทะเลเป็นวงกลมรอบๆตัวเรา มาเรียมสามารถเรียกรอยยิ้ม ความสุข จากทีมพี่เลี้ยงและอาสาสมัคร “เราบำบัดมาเรียม มาเรียมก็บำบัดเรา”

          นางสาววัชรา ศากรวิมล : ยังจำครั้งแรกที่เราเจอกันได้อยู่เลย เป็นช่วงที่เราต้องพายเรือตามให้เธอมากินนม วันนั้นเธอหายไปเกือบทั้งครึ่งเช้า จนเราไปจอดเรือใกล้กับถ้ำตรงเขาบาตู เราเห็นครีบและจมูกของเธอตอนแรกเราคิดว่าเป็นปลาด้วยซ้ำ จนเดินไปดูใกล้ ๆ แล้วเห็นว่าเป็นนังเมียมเด็กดื้อ เราดีใจมาก หลังจากเอาแม่ส้มไปใกล้ ๆ นางก็พุ่งเข้าหาทันที ในคืนที่น้ำลงต่ำ เราต้องพยายามลุกจากเตียงอันแสนอุ่นเพื่อไปดูว่าเธอเกยตื้นมั้ย ตี 2 น้ำแสนเย็น ลมเอื่อย ๆ และฟ้าที่มืดมิด เราเห็นเธอนอนอยุ่ในแอ่งตื้น ๆ ที่อีกไม่ถึงชั่วโมงมันจะแห้ง เรานั่งลงตรงหน้าเธอ เธอก็เอาหัวอ้วนมาวางและร้องขอนม หลังจากเธออิ่มหนำ พาเธอลงที่ลึกขึ้น เธอก็ผลอยหลับในอ้อมกอดเราใต้ทางช้างเผือก พร้อมกับพี่ ๆ น้อง ๆ ที่มาช่วยกันพยุงเราไม่ให้ถูกคลื่นซัด ตอนที่เราพยายามปรับการป้อนนมให้สอดคล้องวิถีชีวิตของเธอ หลังเราปล่อยกับแม่ส้มซักชั่วโมง เราเดินไปหาเพื่อดูว่าเธอจะกินอีกมั้ย การที่เธอผละจากแม่ส้มว่ายมาเรา มันไม่ใช่แค่เธออ้อนเราเท่านั้น มันเป็นการขโมยใจเราไป วินาทีนั้นเรารู้ว่าไม่มีทางที่จะหนีเธอได้อีก วันที่เรารู้ว่าเธอแย่ ใจหายและรู้ว่ายังไงก็ต้องไปอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าอากาศจะหนาวน้ำจะเย็น แต่ขอแค่เธอรู้สึกอุ่นใจ เราโอเค วันนี้วันที่เธอจากไป เราเสียใจ แต่ก็อยากขอบคุณทุกโมเม้นที่เรามีร่วมกัน เธอเป็นทั้งลูกสาว ทั้งครูที่สอนให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับพะยูน ขอบคุณจากใจที่ทำให้เราได้เห็นความสวยงามของโลกใบนี้ ขอบคุณที่ทำให้เราเห็นพลัง positive หลับให้สบายนะลูกรัก แล้ววันนึงเราคงได้พบกัน........มาเรียม (นังเมียมของแม่)

          น้องแทน (อาสาสมัครดูแลมาเรียม) : มะเมียม..ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันแรกที่เจอกันจำได้ว่าน้ำทะเลขุ่นมาก พอลงไปในน้ำไม่นานสิ่งที่เมียมทำคือพุ่งตัวเข้ามาจุ๊กขาอย่างแรงง เมียมร่าเริง สดใสแข็งแรง ว่ายน้ำไปมาอย่างอิสระมากๆ เป็นวันที่เลี้ยงเมียมกันจนเหนื่อย จนมืดค่ำ ถึงกับต้องต้มมาม่ากินกันกลางทะเลไปพร้อมกับเมียมกินหญ้า ช่วงแรกๆเมียมมีความลำเอียง เมียมชอบอยู่กับผู้ชาย หนูยังบอกพี่หมอแพร (ชวัญญา เจียกวธัญญู) ทำยังไงให้น้องสนใจหนูบ้างเรารอเวลาให้เมียมไว้ใจ เข้าหาเราเองอยู่นานมากกก แต่ก็แพ้ พี่แทน พี่บิ๊บ จนมาถึงวันที่เมียมโดนพะยูนไล่ ทำให้น้องอ่อนแรงลงสิ่งที่ แทน และ เฮียแทน ทำคือพยายามดูแลน้องเหมือนคนป่วยติดเตียงแทน และเฮียแทน อยู่ดูแลเมียมทั้งวัน ทั้งประคองอุ้ม ประคองตัวไม่ให้เมียมปลิวไปตามกระแสน้ำ และช่วยประคองให้เมียมขึ้นมาหายใจได้ง่าย พร้อมทั้งเชียร์ให้เมียม ค่อยๆหายใจนะลูกก หายใจลึกๆจนเราทั้งสองรู้สึกเลยว่าเมียมผ่อนคลายมากๆ จากตัวลอยๆ เมียมจม ลงไปนอนคลุกเล่นในเลนได้อีกครั้ง และจุ๊กขาอ้อนทั้งแทน และเฮียแทนสลับมือกันไปมาหลังจากนั้น เมียมก็ไว้ใจ และเชื่อใจ แม่แทน แม่อาสาคนใหม่ของเมียมคนนี้ จึงเกิดเป็นภาพตลกๆที่ทุกคนจะต้องเห็นเมียมมาจุ๊กขาแทน คลายความเครียดตลอดเวลา แม้ในวันที่จำเป็นต้องย้ายเมียมลงบ่อ เมียมเหมือนจะรู้ตัว แอบดำน้ำหนีซ่อนตัวในเลน แต่พอแม่แทนลงไป จู่ๆก็มีตัวอะไรมาจุ๊กที่ขาเป็นความรู้สึกดีแบบบอกไม่ถูกที่เมียมเชื่อใจ และไว้ใจ ผ่อนคลายไม่เครียดเวลาอยู่ด้วยกัน ถึงแม้จะขึ้นมาอยู่ในบ่อแล้ว เวลาที่แทนไปยืนริมบ่อเมียก็ยังว่ายเอาหัวมาชนขอบสระ ทำท่าเหมือนอยากจุ๊กขาอยู่ดี ...เมียมเอ้ย..15 วันกับการเป็นอาสาสมัครดูแลพะยูนน้อยมาเรียม ได้เจอตั้งแต่วันที่เมียมแข็งแรงที่สุด และมีโอกาสได้อยู่ร่วมทุกข์กับเมียมมาจนถึงวันสุดท้ายของเมียม อยากขอบคุณทีมพี่หมอทุกๆคน มากๆที่มาช่วยกันดูแลน้องเมียม ทุกคนเก่ง ทำงานกันเต็มที่สุดฝีมื้อจริงๆ

          นางสาวปิยรัตน์ คุ้มรักษา : ช่วงเวลาหลังเลิกงานในเย็นวันที่ 29 เมษายน 2562 พี่หมอฟ้า (นางสาวพัชราภรณ์ แก้วโม่ง) โทรศัพท์เข้ามาให้ไปช่วยพะยูนเกยตื้นมีชีวิตกับหมอบิ๊ก (นายปฐมพงศ์ จงจิตต์) ที่อยู่ในพื้นที่ ขณะนั้นรีบตอบรับและรีบเก็บกระเป๋าออกพื้นที่ไปช่วยเหลือ ในใจรู้สึกตื่นเต้นและเป็นกังวลขณะเดียวกันที่จะได้ช่วยเหลือพะยูนตัวแรกในชีวิต เพราะที่ผ่านเคยพบเจอแต่ซากพะยูนมาตลอด เมื่อได้มาที่เกาะลิบงแห่งนี้ก็ยิ่งรู้สึกได้รับความอบอุ่น ความดูแลเอาใจใส่จากชาวบ้านเกาะลิบง ที่พวกเขาช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันชี้จุดที่พบมาเรียม ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานกันได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ครั้งแรกที่ฉันได้พบกับมาเรียมก็รู้สึกเอ็นดูในความเป็นพะยูนหมูดุดของน้อง น้องพยายามว่ายหาเรือของชาวประมง เรือเจ้าหน้าที่อุทยานที่ออกสำรวจ เพราะคิดเพียงว่าเงาของเรือนั้นเปรียบเสมือนแม่พะยูนที่จะคอยปกป้องให้ปลอดภัย มีความร่าเริง ขี้อ้อน เหมือนเด็กน้อยที่ต้องการความรักความเอ็นดูจากแม่  ซึ่งเราไม่เคยคิดเลยว่าพะยูนจะมีอิทธิพลต่อเรามากขนาดนี้ แม้จะได้พบเห็นเพียงไม่กี่วัน แต่น้องมาเรียมก็สร้างภาพความทรงจำ ความประทับใจเมื่อได้พบเห็นให้เราอยู่เสมอ จากนี้แม้น้องมาเรียมจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว แต่ทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทเรียนมาเรียมในครั้งนี้จะพัฒนาต่อไป เพื่อการช่วยเหลือพะยูนตัวอื่นๆในอนาคตให้ได้มากที่สุด ขอบคุณมาเรียม

          ทีมสัตวแพทย์ ศวอบ. : มาเรียมเป็นพะยูนที่มีความพิเศษ ตรงที่มาเรียมสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆที่น้องมาเรียมต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการไม่พอกับจุกนมเทียมที่ทำมา ในทุกๆวันทีมเจ้าหน้าที่ต้องเลือกสรรหาจุกนมที่น้องมาเรียมชอบ ซึ่งมักจะไม่เหมือนกันเลย ไม่มีเงื่อนไขใดๆที่บ่งบอกได้ว่ามาเรียมชอบจุกนมแบบนี้ จนกว่าจะเอาจุกนมที่ทำและคัดเลือกมาในวันนั้นมาลองให้น้องมาเรียมดูด ถ้าน้องมาเรียมพอใจ น้องมาเรียมก็จะยอมกินนมแต่โดยดี ทำตัวเป็นพะยูนว่าง่าย พาว่ายน้ำเล่นร่าเริงอารมณ์ดี แต่ถ้าวันไหนที่เจ้าหน้าที่เลือกจุกนมที่น้องมาเรียมไม่พอใจ น้องมาเรียมจะสะบัดหน้าอย่างแรง บ่งบอกให้พี่เลี้ยงทราบว่า “หนูไม่ชอบอันนี้” พร้อมกับว่ายหนีกลับไปหาแม่ส้ม และจะหงุดหงิดไปช่วงเวลาหนึ่ง กว่าจะง้อกันสำเร็จ ต้องเสียจุกนมไปหลายอันเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่เรื่องจุกนมที่น้องมาเรียมแสดงออกให้ทีมพี่เลี้ยงเห็นอย่างชัดเจนเท่านั้น จังหวะการดูดนมก็เช่นกัน หากน้องมาเรียมดูดนมอย่างต่อเนื่องจนหมดไปหนึ่งขวดแต่ยังอิ่ม แล้วพี่เลี้ยงยังไม่เอาขวดใหม่มาให้ หรือนมร้อนเกินไป น้องมาเรียมก็จะแสดงท่าทางหงุดหงิดอย่างชัดเจน และหนีกลับไปหาแม่ส้มเช่นเคย และเหล่าพี่เลี้ยงก็ต้องทำการง้องอนกันยกใหญ่ อีกระลอก ถึงจะเหนื่อยยังไง เห็นท่าทางของมาเรียมแล้วก็อดขำไม่ได้ทุกที มาเรียมทำให้ทีมเจ้าหน้าที่มีกำลังใจ และมีความสุขในการเลี้ยงดูน้องมาเรียมในทุกๆวัน จนถึงทุกวันนี้ภาพเหล่านั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของทีมงานทุกคน ทุกท่าทาง ทุกการสัมผัส ที่ทุกคนได้รับจากมาเรียมทั้งทางกาย และทางใจ บอกได้เราได้รู้ว่า เธอคือนางฟ้าตัวน้อย และเป็นผู้หญิงที่สง่างาม สำหรับพวกเราทุกคนเสมอ

ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน
​วันที่ : 12 กุมภาพันธ์ 2563