การย้ายบ้านของมาเรียม

          เนื่องจากมาเรียมยังไม่หย่านม เจ้าหน้าที่ความพยายามถึง 2 ครั้งแต่ลูกพะยูนมาเรียมยังว่ายวนเวียนในจุดเดิม เจ้าหน้าจึงตัดสินใจหาที่อยู่ที่เหมาะสม เป็นแหล่งที่มีหญ้าทะเล มีกลุ่มพะยูนอยู่มาก และชุมชนในพื้นที่ต้องมีความพร้อมที่จะช่วยดูแล เจ้าหน้าที่นำโดยนายสัตวแพทย์ปฐมพงษ์ จงจิตต์ และนายสุเมนต์ ปานพุ่ม ได้ทำการขนย้ายลูกพะยูนในวันที่ 29 เมษายน 2562 ไปยังพื้นที่เกาะลิบง จ.ตรัง ด้วยเหตุผลที่เหมาะสมหลายประการ พื้นที่เกาะลิบงเป็นพื้นที่เขตห้ามล่าฯ และมีการอนุรักษ์พะยูนอย่างเข้มข้น เป็นแหล่งอาหารที่มีหญ้าทะเลปกคลุมผืนใหญ่และมีประชากรพะยูนขนาดใหญ่อาศัยอยู่ ซึ่งลูกพะยูนจะได้มีโอกาสเข้าฝูง หรือหาแม่นมใจดีมารับเลี้ยง และเป็นแนวทางที่สำคัญในการประกันความเสี่ยงต่อการรอดตายของลูกพะยูน โดยการย้ายครั้งแรกเจ้าหน้าที่ได้ย้ายลูกพะยูนมายังบริเวณแหลมจุโหย เนื่องจากจากการบินสำรวจพบว่าบริเวณนั้นมีพะยูนรวมฝูงกัน และมีคู่แม่ลูกหลายคู่ เสมือนว่าบริเวณนั้นเป็นแหล่งอนุบาลลูกน้อย และเจ้าหน้าที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า มาเรียมจะสามารถเข้ารวมฝูงกับพะยูนฝูงกับพะยูนแม่ลูกสักคู่นึง แต่อย่างไรก็ตามลูกพะยูนได้ตัดสินใจว่ายจากแหลมจุโหยมาเกยตื้นที่อ่าวดุหยง หน้าเขาปาตูปูเต๊ะ ด้วยตัวเอง โดยได้ยินคำกล่าวจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ลูกพะยูนได้ว่ายตามพะยูนแม่-ลูกคู่หนึ่งมา โดยพะยูนตัวนั้นมีชื่อว่า ยายแดง และเมื่อลูกพะยูนตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่บริเวณอ่าวดุหยง บังเทพ (นายสุเทพ ขันชัย) จึงได้ตั้งชื่อลูกพะยูนตัวนี้ว่า  “มาเรียม” ที่แปลว่า “หญิงสาวที่มีความสง่างามแห่งท้องทะเล” และนั้นเองเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการพักฟื้นลูกพะยูนมาเรียม และเป็นการรวมตัวของทีมสัตวแพทย์ และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงทีมอาสาสมัคร เพื่อดูแลลูกพะยูนน้อย “มาเรียม” ให้มีชีวิตรอดตามธรรมชาติอย่างดีที่สุด

ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน
​วันที่ : 12 กุมภาพันธ์ 2563