แมงกะพรุนพิษ สารสนเทศ ทช. ระบบฐานข้อมูลกลางและมาตรฐานข้อมูลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

มารู้จักแมงกะพรุนไฟ

แมงกะพรุนไฟที่พบได้ที่วไปจัดอยู่ใน 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Scyphozoa และ กลุ่ม Hydrozoa

แมงกะพรุนไฟในกลุ่ม Scyphozoa ได้แก่ แมงกะพรุนในสกุล Chrysaora (ไครซาโอรา) และ Pelagia (เพลาเกีย) (Morandiniet al., 2006; Marinoet al., 2008) แมงกะพรุนไฟมีลำตัวสีขาว สีส้มหรือหลากหลายสีสัน รูปร่างคล้ายร่มหรือกระดิ่งคว่ำ ผิวภายนอกของร่มเรียกว่า เอ็กซ์อัมเบรลลา (exumbrella) มีริ้วขอบร่ม (lappets) มีหนวดที่ขอบร่ม (marginal tentacle) เป็นสายยาวและมีหนวดรอบปาก (oral arms) (Cornelius, 1995) พิษจากแมงกะพรุนไฟทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการปวดแสบปวดร้อน (พจมาน, 2553) แมงกะพรุนไฟสามารถพบได้ทั่วไปในทะเลเขตร้อนทั่วโลก เช่น มหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมักพบบริเวณชายฝั่งทะเล อ่าวและปากแม่น้ำ (Martinet al., 1997; Hale, 1999; Kwanget al., 2009)

ลักษณะสัณฐานวิทยาของแมงกะพรุนไฟ (Pelagia cf. panopyra)

แมงกะพรุนไฟในกลุ่ม Scyphozoa

แมงกะพรุนไฟในกลุ่ม Hydrozoa แมงกะพรุนไฟสกุล Physalia หรือที่เรียกว่า Portuguese man-of-war จัดเป็นแมงกะพรุนไฟที่มีพิษร้ายแรงที่สุด มีลำตัวสีฟ้าอมชมพู ม่วง น้ำเงินหรือเขียว ร่ม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทุ่นลอย หรือ นิวมาโทฟอร์ (pneumatophore) รูปร่างเหมือนเรือใบ และมีกลุ่มหนวดออกมาจากด้านล่างของร่มเป็นสายยาว (บพิธและนันทพร, 2547; Whitelegge,1899; Bardi and Marques, 2007) ความเป็นพิษที่รุนแรงที่สุดคือ ทำให้เสียชีวิต ซึ่งมีรายงานในชนิด Physalia physalis ที่มีความกว้างของร่ม ประมาณ 25-30 เซนติเมตร หรือมีความยาวหนวดมากกว่า 30 เมตร (Fenner, 1997) อย่างไรก็ตามจากสถิติที่ผ่านมาโอกาสที่ผู้สัมผัสแมงกะพรุน Portuguese man-of-war จะมีอาการมากจนถึงกับเสียชีวิตนั้นพบได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตจากแมงกะพรุนกล่อง ดังจะเห็นได้จากสถิติการเสียชีวิตจากแมงกะพรุนกล่องทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลียพบว่ามีมากกว่า 60 ราย ขณะที่มีรายงานการเสียชีวิตจากแมงกะพรุน Portuguese man-of-war ในประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ 3 ราย โดยทั่วไปหากได้รับพิษควรได้รับการพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี รักษาตามอาการและระวังการติดเชื้อซ้ำบริเวณบาดแผล (พจมาน, 2553)

ลักษณะสัณฐานวิทยาของแมงกะพรุนไฟ (Physalia cf. utriculus)

แมงกะพรุนไฟในกลุ่ม Hydrozoa

ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน

วันที่ 14 ธันวาคม 2561