ลักษณะและรูปแบบทุ่น

ทุ่นแต่ละรูปแบบมีข้อดี ข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป โดยพบว่าหน่วยงานภาครัฐแต่ละหน่วยงานมีวิธีการดำเนินการ เช่น รูปแบบทุ่น วิธีการติดตั้ง งบประมาณ และวัตถุประสงค์ในการติดตั้งทุ่นแตกต่างกันออกไป

ข้อดีและข้อจำกัดของทุ่นแต่ละชนิด

ประเภททุ่น ข้อดี ข้อจำกัด
ทุ่นเจาะแบบฝังหมุด - แข็งแรง กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม - ชุดทุ่นมีราคาสูง - ใช้ได้ในระดับความลึกไม่เกิน 15 เมตร - การติดตั้งต้องใช้เทคนิคเฉพาะ
ทุ่นเหล็กขนาดใหญ่ - จอด เรือขนาดใหญ่ที่มีความยาวตั้งแต่ 15-30 เมตรได้ - ติดตั้งได้ที่ระดับความลึกมากกว่า15 เมตร - ชุดทุ่นมีราคาสูง - ทุ่นลอยทำด้วยเหล็กอาจเกิดสนิมได้ - การติดตั้งต้องใช้เทคนิคเฉพาะ
ทุ่นแบบผูกฐานวัตถุธรรมชาติ   - ติดตั้งง่าย ประหยัด และราคาถูก ติดตั้งได้ที่ในหลายระดับความลึก - สามารถใช้วัสดุเหลือใช้ เช่น โฟม หรือแกลลอน มาเป็นทุ่นลอยหลักได้ - ดำเนินการได้ง่าย และรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี - เจ้าหน้าที่ดำเนินการไม่จำเป็นต้องอบรมเทคนิคพิเศษที่ซับซ้อน - พื้นที่ติดตั้งต้องเป็นปะการัง หรือโขดหินที่เป็นโพรง เท่านั้น - เชือกมีขนาดเล็ก อาจขาดเสียหายได้ง่าย - เชือกขูดกับสิ่งมีชีวิตประเภทเกาะติด - เกิดทัศนียภาพที่ไม่ดีใต้น้ำ
ทุ่นแบบสมอสามตัว - ติดในพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้วิธีการเจาะ หรือผูกกับวัตถุได้ - รับน้ำหนักและแรงกระชากได้ไม่มาก
ทุ่นหมายแนวเขต - ติดตั้งง่าย และรวดเร็ว - ใช้บอกแนวเขตตามวัตถุประสงค์ เช่น เขตห้ามเรือเข้า - การกำหนดจุดต้องทำอย่างระมัดระวัง - เชือกสายยึดโยงมีขนาดเล็ก ไม่คงทุน ฉีดขาดง่าย
ทุ่นสมอทรายมาโนช   - ชุดฐานติดตั้งทุ่นราคาถูก - ทนรับแรงกระชากได้ดี - เหมาะสำหรับการใช้หมายแนวเขต - สามารถกำหนดจุดติดตั้งได้ตามความต้องการ - การติดตั้งต้องใช้เทคนิคเฉพาะ - ติดตั้งที่ความลึกไม่เกินความยาวของสายท่อเป่าทราย - ฐานทุ่นง่ายต่อการหลุดและฉีกขาดเมื่อได้รับแรงกระชาก
ทุ่นสมอหกกลับ   - ดำเนินการติดตั้งได้รวดเร็ว - วัสดุที่ใช้คงทนแข็งแรง - ไม่ทำอันตรายต่อปะการัง - ติดตั้งได้ทั้งพื้นที่ ที่เป็นทราย และแนวทรายปะการัง - ใช้เทคนิคเฉพาะในการติดตั้ง - ติดตั้งได้ในระดับความลึกไม่เกิน 18 เมตร (ไม่เกินความยาวของสายท่อพ่นพลังน้ำ)
ทุ่นฐานซีเมนต์ลอยน้ำ   - เป็นทุ่นที่สมารถดำเนินการได้สะดวก สามารถลดขั้นตอนการปฏิบัติงานใต้น้ำได้ - มีวัสดุฐานที่คงทนแข็งแรง - ไม่ทำอันตรายต่อปะการัง - ต้องใช้ความระมัดระวังสูงในการเคลื่อนย้าย เนื่องจากอาจมีโอกาสที่ทุ่นจะเสียหายจากการขนส่ง และจมลงก่อนจะถึงจุดหมาย - น้ำหนักของฐานทุ่นเมื่ออยู่ใต้น้ำอาจจะไม่เพียงพอสำหรับเรือขนาดใหญ่
ทุ่นสว่านทราย - ติดตั้งในพื้นที่ที่เป็นพื้นทรายได้ - ส่งผลกระทบต่อปะการังน้อย - ไม่เหมาะสำหรับใช้ผูกเรือ อาจถูกแรงดึงจากเรือไปทำอันตรายต่อปะการังได้ - การติดตั้งทำได้ยาก
ทุ่นฐานคอนกรีตเสริมเหล็ก - สามารถติดตั้งได้ทุกสภาพพื้นที่ - ราคาไม่แพง - การติดตั้งต้องอาศัยเครนเป็นตัวยกทำให้เกิดความยากลำบากในการติดตั้ง - ขนาดทุ่นจำเพาะต่อขนาดเรือ - หากติดตั้งผิดตำแหน่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อปะการังได้

ที่มา : คู่มือแนวทางการบริหารจัดการทุ่นเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ,2555

ลักษณะและรูปแบบของทุ่นผูกเรือของหน่วยงานภาครัฐ

รายละเอียดการดำเนินการ

หน่วยงาน

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง/กรมประมง

กรมอุทยานฯ

กรมป่าไม้

กองเรือ

ภาคที่ 2

กองเรือ

ภาคที่ 3

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1.รูปแบบทุ่นผูกเรือ            
2..สี ส้ม ขาว,แดง,เหลือ ส้มแสด ส้ม แดง,ขาว ส้ม-น้ำเงิน
3.วัสดุที่ใช้ทำทุ่น Fiberglass และพลาสติก (ทุ่นอวน) Fiberglass และเหล็ก Polyethylene   Polyethylene เหล็ก Polyethylene เหล็ก
4.ขนาดของทุ่น เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.20 เมตร 0.25 เมตร และ 0.48 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.45 เมตร และ 1.2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.42 เมตร และ 0.45 เมตร เล็ก-ใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-1.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เมตร (ไฟเบอร์กลาส โพลีเอธิลีน) 1.20 เมตร (ทุ่นเหล็ก)
5.วิธีการติดตั้ง ดำน้ำติดตั้งทุ่นผูกเรือกับฐาน และการทิ้งฐานคอนกรีตโดยใช้เรือขนาดใหญ่ ผูกกับฐานวัตถุธรรมชาติ เจาะฝังหมุด ฐานคอนกรีต และสมอแบบต่างๆ ติดกับฐานยึดโดยใช้สมอทรายมาโนช ติดกับฐานที่เป็นแท่งปูนโดยประสานกับท้องถิ่น ใช้นักปฏิบัติงานใต้น้ำ เครื่องเจาะไฮดรอลิก ผูกกับก้อนหินใต้น้ำ ใช้แท่นคอนกรีตหนักประมาณ 1 ตันถ่วงใต้น้ำ
6.งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการติดตั้งทุ่น 1,500-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบทุ่น ทุ่นแบบมาตรฐาน ราคาต่อ 1 ทุ่นรวมแล้วไม่เกิน 10,000 บาท ทุ่นแบบพื้นบ้าน ค่าวัสดุอุปกรณ์และการดูแลรักษาไม่เกิน 3,000 บาท ทุ่นแบบประยุกต์ราคาต่อ 1 ทุ่น รวมไม่เกิน 5,000 บาท 10,000-20,000 บาทขึ้น กับความลึกและสภาพฐานยึดใต้น้ำ ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดและการใช้งาน 3,000-4,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดและการใช้งาน ทุ่นไฟเบอร์กลาสประมาณ 5,000 บาท ต่อ 1 จุด, ทุ่นเหล็กประมาณ 65,000-70,000 บาทต่อ 1 จุด
7.วัตถุประสงค์หลักของทุ่นที่ติดตั้ง (ใช้ในกิจกรรมประเภทใด) ป้องกันการทิ้งสมอเรือทำลายแนวปะการังในกิจกรรมท่องเที่ยวและการประมง เพื่อการอนุรักษ์แนวปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล ใช้ผูกเรือ,ใช้เป็นเครื่องมือในการขึ้นลงของนักดำน้ำ และใช้พักน้ำ (Safety Stop), ใช้กำหนดหมายใต้น้ำเพื่องานวิจัยทางทะเล เพื่อหมายแนวเขตปะการังและเพื่อใช้ผูกเรือ ทุ่นหมายแนวเขตปะการัง ทุ่นดำน้ำ ทุ่นผูกเรือใหญ่ เพื่อใช้ผูกเรือแทนการทิ้งสมอ, เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงแนวเขตปะการัง
8.ขนาดของเรือที่ใช้ทุ่นผูกเรือ เรือหางยาวขนาดเล็ก เรือเร็ว เรือที่มีขนาดยาวไม่เกิน 20 เมตร เรือนำเที่ยวขนาด 12-30 เมตร เรือนำเที่ยวขนาด 20-30 เมตร เรือประมงขนาดเล็กและขนาดกลาง - เรือขนาดเล็ก-เรือท่องเที่ยวขนาดกลาง

ที่มา : คู่มือแนวทางการบริหารจัดการทุ่นเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ,2555