สรุปข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2562

สรุปรายงานสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2562
สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน

บทนำ 
          ปะการังฟอกขาวเป็นสภาวะที่ปะการังสูญเสียสาหร่ายซูแซนเทลลี่ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลเดียวที่อาศัยอยู่ภายในเนื้อเยื่อ ทำให้ปะการังอ่อนแอเพราะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และปะการังอาจตายไปในที่สุด ถ้าหากไม่สามารถทนต่อสภาวะนี้ได้ สาเหตุที่ทำให้ปะการังฟอกขาวเป็นพื้นที่กว้างครอบคลุมพื้นที่น่านน้ำในระดับประเทศหรือกินอาณาเขตกว้างในระดับภูมิภาคได้ คือ อุณหภูมิน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ  ซึ่งในน่านน้ำไทยเคยได้รับผลกระทบเช่นนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2534 2538 2541 2546 2548 2550 2554 และ 2559 โดยปีใน 2534 และ 2538 แนวปะการังทางฝั่งทะเลอันดามันได้รับความเสียหายมาก พบว่าปะการังตายประมาณ 10-20% ส่วนในปี 2541 เกิดความเสียหายมากทางฝั่งอ่าวไทย ปีต่อ ๆ มาเกิดทางฝั่งอันดามัน แต่ไม่พบความเสียหายมากนัก เพราะปะการังสามารถฟื้นตัวกลับคืนสู่สภาพปกติได้เนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งมาเร็วในตอนต้นฤดูช่วยบรรเทาทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลลดลงได้

          สำหรับในปี 2553 นับเป็นปีที่แนวปะการังเสียหายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิน้ำทะเลจากปกติ 29 องศาเซลเซียสได้เริ่มสูงขึ้นเป็น 30 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2553 สามสัปดาห์ต่อมาปะการังได้เริ่มฟอกขาวแผ่พื้นที่เป็นวงกว้างคลุมทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย จากการสำรวจโดยหลายหน่วยงาน พบว่าในแต่ละพื้นที่มีปะการังฟอกขาวมากน้อยต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าองค์ประกอบชนิดปะการังและสิ่งแวดล้อมในบริเวณนั้นๆ 
ในปี 2562 สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน พร้อมทั้งศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อ่าวไทยตะวันออก ตอนกลาง และตอนล่าง) ร่วมกับเครือข่ายกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาคเอกชน และนักดำน้ำอาสาสมัครได้ดำเนินการสำรวจสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม 2562 ในแนวปะการังในแหล่งสำคัญ ๆ ผลการสำรวจดังต่อไปนี้

พื้นที่รายงานสถานการณ์ปะการังฟอกขาว
          ฝั่งทะเลอันดามัน มีการรายงานรวม 33 พื้นที่ กระจายในพื้นที่ดังต่อไปนี้ 
          1) เขตจังหวัดพังงา ได้แก่ หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน 
          2) เขตจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ เกาะภูเก็ต และเกาะบริวาร   
          3) เขตจังหวัดกระบี่ ได้แก่ หมู่เกาะพีพี 
          4) เขตจังหวัดตรัง ได้แก่ เกาะกระดาน เกาะแหวน เกาะมุก
          5) เขตจังหวัดสตูล ได้แก่ เกาะบุโหลนเล

          ฝั่งอ่าวไทย มีการรายงานรวม 30 พื้นที่ กระจายในพื้นที่ดังต่อไปนี้
          1) เขตจังหวัดชลบุรี ได้แก่ อ่าวเทียน เกาะแสมสาร
          2) เขตจังหวัดระยอง ได้แก่ หมู่เกาะมัน อาทิ เกาะมันใน เกาะมันกลาง เกาะมันนอก หินต่อยหอย เกาะขี้ปลา
          3) เขตจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ อ่าวคุ้งวิมาน หาดเจ้าหลาว
          4) เขตจังหวัดตราด ได้แก่ เกาะหมาก และเกาะกูด เกาะมะปริง และเกาะยักษ์ หมู่เกาะรัง 
          5) เขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ เกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์
          6) เขตจังหวัดชุมพร ได้แก่ เกาะไข่ เกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่
          7) เขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ เกาะเต่า เกาะพะงัน เกาะสมุย
          8) เขตจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ แนวปะการังชายฝั่งสิชล
          9) เขตจังหวัดสงขลา ได้แก่ เกาะแมว

ผลการสำรวจสถานการณ์ปะการังฟอกขาว
          จากการสำรวจสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในประเทศไทย ปี 2562 จำนวนทั้งสิ้น 63 จุด (ฝั่งอันดามัน 33 จุด และฝั่งอ่าวไทย 28 จุด) พบว่ามีการฟอกขาวรวม จำนวน 26 จุด (8 จังหวัด) มีการฟอกขาวในระดับต่ำ 5-25% ของปะการังมีชีวิต (สีเหลืองในแผนที่) 18 จุด และในระดับปานกลาง 26-50% (สีส้ม) 8 จุด โดยแยกเป็นฝั่งอ่าวไทย 18 จุด (ภาคตะวันออก 9 จุด อ่าวไทยตอนกลาง 7 จุด อ่าวไทยตอนล่าง 2 จุด) และทะเลอันดามัน 8 จุด โดยเป็นการเกิดปะการังฟอกขาวในพื้นที่นอกเขตอุทยาน จำนวน 18 จุด และพื้นที่ในเขตอุทยาน จำนวน 8 จุด นอกจากนี้พบว่าปะการังเริ่มมีสีซีด ในฝั่งอ่าวไทย 11 จุด และอันดามัน 23 จุด

          ในพื้นที่ที่รายงานมีความแตกต่างกันของระดับความรุนแรงของปะการังฟอกขาวทั้งสถานที่และความลึก โดยเมื่อเปรียบเทียบความตึงเครียดของสถานการณ์ปะการังฟอกขาวระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน พบว่าฝั่งอ่าวไทยมีสถานการณ์ตึงเครียดกว่า โดยมีการฟอกขาวมากกว่าในหลายพื้นที่ เนื่องจากแนวปะการังเหล่านี้ อยู่ในระดับน้ำตื้นมาก ๆ  เช่นเดียวกันกับฝั่งอันดามัน ปะการังที่ฟอกขาว ส่วนใหญ่อยู่ในน้ำตื้น ส่วนที่ลึกปะการังยังปกติอยู่ ปะการังชนิดที่ฟอกขาว ได้แก่ ปะการังโขด ปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังเขากวางปะการังช่องดาว ปะการังช่องเหลี่ยม ปะการังวงแหวน ปะการังจาน ปะการังเขากวาง ปะการังลายดอกไม้

แนวปะการังในภาคตะวันออก
          แนวปะการังจังหวัดระยอง เช่น หมู่เกาะมัน และแนวปะการังในจังหวัดจันทบุรี ส่วนใหญ่มีการฟอกขาวอยู่ในระดับต่ำ 5-25% (สีเหลือง) พบการฟอกขาวได้มากในระดับน้ำที่ค่อนข้างตื้นมาก ๆ อย่างเช่น คุ้งวิมาน และหาดเจ้าหลาว จังหวัดจันทบุรี ส่วนที่บริเวณเกาะยักษ์ เกาะมะปริง บริเวณหมู่เกาะรัง เกาะหมาก และเกาะกูด จังหวัดตราด ปะการังเริ่มมีสีซีด และมีการฟอกขาวน้อยมาก


ปะการังฟอกขาวบริเวณหมู่เกาะมัน จังหวัดระยอง

 


ปะการังฟอกขาวบริเวณหมู่เกาะรัง จังหวัดตราด
(ภาพ : Zamzayboattrip Kohmak)

แนวปะการังในอ่าวไทยตอนกลางและอ่าวไทยตอนล่าง
          แนวปะการังในจังหวัดชุมพรปะการังเริ่มมีสีซีด และมีการฟอกขาวน้อย บริเวณเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเกาะแมว จังหวัดสงขลา ส่วนใหญ่มีการฟอกขาวอยู่ในระดับต่ำ 5-25% (สีเหลือง) เกาะเต่าและแนวปะการังริมฝั่งที่สิชล จังหวัดนครศรีธรรมราชฟอกขาวอยู่ในระดับปานกลาง 26-50%


ปะการังฟอกขาวบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี
(ภาพ : Chad Scott)

แนวปะการังในทะเลอันดามัน
          แนวปะการังหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา มีการฟอกขาวในระดับต่ำ 5-25%  และปานกลาง 26-50% หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา รวมทั้งแนวปะการังในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดตรัง ส่วนใหญ่เพิ่งเริ่มมีการฟอกขาวและมีสีซีด 


ปะการังฟอกขาวบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
(ภาพ : fb คุณทนงศักดิ์ จันทร์เมธากุล)

 


แผนที่แสดงสถานการณ์ปะการังฟอกขาวบริเวณฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน ปี 2562 
(ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2562)

อุณหภูมิน้ำทะเล
          ฝั่งทะเลอันดามัน ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิน้ำทะเล เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นในเดือนเมษายน 2562 ซึ่งคล้ายคลึงกับอุณหภูมิน้ำในช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันอุณหภูมิน้ำทะเลเฉลี่ยเริ่มมีแนวโน้มลดลงแล้วเนื่องจากมีฝนตกมากในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2562


อุณหภูมิน้ำทะเลฝั่งอันดามันในเดือนเมษายน 2562

          ในอ่าวไทย จากการสำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำทะเล โดยใช้อุปกรณ์ Data logger บริเวณเกาะมันใน (สถานีอ่าวต้นเลียบ) จังหวัดระยอง อุณหภูมิน้ำทะเลมีค่าเฉลี่ย±ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เดือนเมษายน 2562 อุณหภูมิน้ำทะเลมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 32.43±0.58 องศาเซลเซียส เดือนพฤษภาคม 2562 (ถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2562) อุณหภูมิน้ำทะเลมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 33.08±0.24 องศาเซลเซียส ส่วนที่สถานีเกาะสีชัง อุณหภูมิน้ำทะเลในเดือนเมษายน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 31-32 องศาเซลเซียส และเริ่มสูงขึ้นเป็น 32.5 องศาเซลเซียส ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2562 อย่างไรก็ตามในหลายพื้นที่ในอ่าวไทยเริ่มมีฝนตก จึงคาดว่าอุณหภูมิน้ำทะเลจะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ


อุณหภูมิน้ำทะเลฝั่งอ่าวไทยในเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม 2562

แนวทางการดำเนินการ
          - ประสานงานเครือข่ายนักดำน้ำหน่วยงานมหาวิทยาลัย อุทยานฯ ร้านดำน้ำในพื้นที่ และอาสาสมัครให้เครือข่าย ช่วยรายงานสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในเว็บไซต์ Green Fins ในกลุ่ม Thai Coral Reef ใน Facebook หรือรายงานในเว็บไซต์กรม
          - ติดตามสถานการณ์อุณหภูมิน้ำทะเลอย่างต่อเนื่อง
          - ทำรายงานอัพเดตสถานการณ์ปะการังฟอกขาวเป็นระยะเพื่อประเมินสถานการณ์

ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน
วันที่ : 8 พฤษภาคม 2562