ปะการังเทียมบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน

การจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดพังงา
การจัดสร้างปะการังเทียมบริเวณจังหวัดพังงา มีการจัดสร้างมาตั้งแต่ปี 2537 ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัด โดยใช้วัสดุยางรถยนต์ ปลอกท่อซีเมนต์และคอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1x1x1 ม.3 จากนั้นมีการจัดสร้างปะการังเทียมเรื่อยมาจนถึงปี 2537 โดยใช้วัสดุคอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1.x1x1 ม.3 และขนาด 1.5x1.5x1.5 ม.3 หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนมาใช้ขนาด 1.5x1.5x1.5 ม.3  เพียงขนาดเดียวและมีการจัดสร้างเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

จากการติดตามผลการจัดสร้างปะการังเทียมขนาดเล็กปี 2541 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2542 ถึง ธันวาคม 2545 โดยใช้เครื่องมืออวนลอยกุ้งสามชั้น พบว่า สามารถจับสัตว์น้ำได้ทั้งหมด 93 ชนิด กลุ่มกุ้ง 11 ชนิดที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ กุ้งแชบ๊วย (Penaeus merguiensis) กุ้งกุลาดำ (P. monodon) กุ้งกุลาลาย (P. semisulcatus) และกุ้งอื่นๆ เท่ากับ 71.82 และ 5.17, 1.78 และ 21.23% ตามลำดับ กลุ่มปลา 64 ชนิด ชนิดที่สำคัญประกอบด้วย ปลากด (Arius caelatus) ปลาจรวด (Pennahia anea) ปลาเห็ดโคน (Sillago spp.) ปลาทู (Rastrelliger brachysoma) และปลาอื่นๆ เท่ากับ 19.59, 15.69, 4.60, และ 57.82% ตามลำดับ กลุ่มปู 4 ชนิด ชนิดที่สำคัญประกอบด้วยปูม้า (Portunus  pelagicus) และปูอื่นๆ เท่ากับ 91.92 และ 8.08% ตามลำดับ กลุ่มปลาหมึก 5 ชนิด ชนิดที่สำคัญประกอบด้วย หมึกกระดอง (Sepia culeate) และหมึกอื่ ๆ เท่ากับ 84.24 และ 15.76% ตามลำดับ กลุ่มทั้ง 3 ชนิด กลุ่มหอย 4 ชนิด และกลุ่มสัตว์น้ำอื่นๆ 2 ชนิด (สุชาติ, 2547)

การจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดภูเก็ต
การจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดภูเก็ต มีการดำเนินการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2527 และกรกฎาคม 2538 บริเวณอ่าวท่าฉลอง รวม 5 แห่ง โดยใช้วัสดุยางรถยนต์เก่า ซึ่งจากการติดตามผลการจับสัตว์น้ำในบริเวณอ่าวท่าฉลอง โดยการสอบถามชาวประมงและทดลองจับด้วยเครื่องมือเบ็ดมือและลอบ พบว่าปลาส่วนใหญ่ที่จับได้เป็นปลากะพงแดง ปลากะรัง และปลาสลิดหิน (ตาบทิพย์, 2530) และจากการศึกษาการเข้าครอบครองพื้นที่และรูปแบบประชาคมปลาของอุกฤต (2545) บริเวณชายฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไม้ท่อน โดยใช้วัสดุแท่งคอนกรีต 3 ลักษณะ คือ แบบที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างน้อย (แบบ A) แบบที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างปานกลาง (แบบ B) และแบบที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างมาก (แบบ C) ซึ่งจากการสำรวจหลังจากวางแท่งคอนกรีตไปเพียง 4 เดือน พบว่า จำนวนตัวปลามีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบปลาทั้งหมด 88 ชนิด นอกจากนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตเกาะยึด ได้แก่ สาหร่ายขนาดเล็ก (turf alage) เพรียงหินไบรโอซัว ไฮดรอยด์ หนอนห่อ หอยสองฝา และปะการัง ขึ้นปกคลุมพื้นผิวแท่งคอนกรีตอีกด้วย

จากนั้นการจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดภูเก็ต จึงมีเพิ่มขึ้นเรื่อยจนถึงปี 2542 โดยวัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นคอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1x1x1 ม.3 และขนาด 1.5x1.5x1.5 ม.3  จัดวางในระดับความลึกตั้งแต่ 6-20 เมตร และได้มีการจัดสร้างอีกครั้งในปี 2548 ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท และในปี 2549 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้จัดสร้างปะการังเทียมเพื่อเพิ่มแหล่งดำน้ำขึ้นอีก 1 แห่ง บริเวณเกาะราชาใหญ่

การจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดกระบี่
การจัดสร้างปะการังเทียมบริเวณจังหวัดกระบี่ เริ่มมีการจัดสร้างเมื่อปี 2530 บริเวณอ่าวนาง โดยใช้วัสดุยางรถยนต์ จากนั้นในปี 2532 ได้มีการจัดสร้างอีกครั้งบริเวณบ้านบ่อม่วง โดยเปลี่ยนมาใช้วัสดุแท่งคอนกรีตขนาด 1x1x1 ม.3 และมีการจัดสร้างเรื่อยมาจนถึงปี 2546 รวมทั้งหมด 12 แหล่ง จากนั้นในปี 2549 มีการจัดสร้างอีก 3 แห่ง ภายใต้โครงการจัดการและฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเล จำนวน 2 แห่ง และภายใต้โครงการจัดสร้างเส้นทางท่องเที่ยวใต้ทะเล 1 แห่ง และในปี 2550 อีก 1 แห่ง

การจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดตรัง
การจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดตรัง เริ่มมีการจัดสร้างเมื่อปี 2532 บริเวณบ้านหัวหิน ใช้วัสดุแท่งคอนกรีตขนาด 1.x1x1 ม.3 จากนั้นจึงมีการจัดสร้างเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยเปลี่ยนมาใช้วัสดุแท่งคอนกรีตขนาด 1.5x1.5x1.5 ม.3

การจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดสตูล
การจัดสร้างปะการังเทียมบริเวณจังหวัดสตูล มีการจัดสร้างเมื่อปี 2528 ภายใต้โครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพื้นบ้าน บริเวณบ้านมะหงัง ใช้วัสดุปลอกท่อซีเมนต์ และมีการจัดสร้างเรื่อยมาจนถึงปี 2530 โดยใช้วัสดุปลอกท่อซีเมนต์ คอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1x1x1 ม.3  และขนาด 1.5x1.5x1.5 ม.3

จากการติดตามผลการจัดสร้างปะการังเทียมในปี 2534 รวม 9 แห่ง พบว่าปะการังเทียมที่สร้างด้วยวัสดุปลอกบ่อคอนกรีตเสริมเหล็กจะดึงดูดสัตว์น้ำให้เข้ามาอาศัยได้เร็วกว่าแบบแท่งคอนกรีต แต่เมื่อมองในระยะยาวแล้ว วัสดุแบบแท่งคอนกรีตจะทำหน้าที่เป็นปะการังเทียมที่สมบูรณ์ ทั้งในด้านการดึงดูดสัตว์น้ำทั้งฝูงปลากลางน้ำ และฝูงปลาหน้าดินเข้ามาอาศัย และยังช่วยป้องกันเครื่องมือทำการประมงประเภทอวนลากอวนรุน ไม่ให้เข้ามาทำการประมงได้ด้วย ขณะเดียวกันพบว่าวัสดุอุปกรณ์บ่อคอนกรีตเสริมเหล็กมีการแตกหักมากกว่าวัสดุแท่งคอนกรีต (กมลพันธุ์ และคณะ, 2534)

จากนั้นการจัดสร้างปะการังเทียมจังหวัดสตูลจึงเปลี่ยนมาใช้วัสดุแท่งคอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1.5x1.5x1.5 ม.3 เพียงอย่างเดียวจนถึงปี 2548 มีปะการังเทียมทั้งหมดรวม 25 แหล่ง ต่อมาในปี 2549 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้จัดสร้างปะการังเทียมเพื่อเพิ่มแหล่งดำน้ำขึ้นอีก 1 แห่ง และในปี 2550 กรมประมงได้จัดสร้างปะการังเทียมเพิ่มอีก 1 แห่ง ภายใต้โครงการจัดการและฟื้นฟูทะเลไทย งบประมาณ 19 ล้านบาท