ปะการังเทียมอ่าวไทยตอนบน

การจัดสร้างปะการังเทียมจังหวัดสมุทรสาคร
การจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดสมุทรสาครมีขึ้นในปี 2543 โดยกรมประมง ภายใต้โครงการฟื้นฟูทะเลไทย บริเวณชายฝั่งทะเลเขตอำเภอเมือง แบ่งพื้นที่จัดวางออกเป็น 2 แหล่งคือ แหล่งปะการังเทียมสมุทรสาคร 1 และสมุทรสาคร 2 โดยใช้วัสดุแท่งคอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมขนาด 2x2x2 ม.3  รวมจำนวน 3,100 แท่ง จัดวางในทะเลที่ระดับความลึก 8-11 เมตร ครอบคลุมพื้นที่รวม 50 ตร.กม.

การจัดสร้างปะการังเทียมจังหวัดเพชรบุรี
จังหวัดเพชรบุรีถูกกำหนดเป็นพื้นที่ให้มีการดำเนินการสร้างปะการังเทียมในปีงบประมาณ 2534 จำนวน 14,360,000 บาท ครอบคลุมพื้นที่ 50 ตร.กม. แบ่งพื้นที่การจัดสร้างออกเป็น 3 แหล่ง โดยกำหนดชื่อว่า เพชร 1 เพชร 2 และเพชร 3 ในเขตอำเภอบ้านแหลม อำเภอเมือง และอำเภอชะอำ ตามลำดับ โดยใช้วัสดุแท่งคอนกรีตขนาด 1x1x1 ม.3  และขนาด 1.5x1.5x1.5 ม.3 จัดวางในทะเลห่างจากชายฝั่ง 3,000 เมตร  (สกุล, 2538ก) โดยคาดหวังไว้ว่าภายหลังการจัดสร้างปะการังเทียมแห่งนี้ จะมีชาวประมงเข้ามาทำการประมงไม่น้อยกว่า 2,000 ครัวเรือน (สกุล, 2538ข)

จากการติดตามผลการจัดสร้างปะการังเทียมจังหวัดเพชรบุรี บริเวณแหลมผักเบี้ย หมู่ที่ 2 ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม หลังการจัดสร้างเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน คือปี 2535, 2536 และ 2537 พบว่าหลังจากมีการจัดสร้างฯ ชาวประมงส่วนใหญ่ใช้เวลาในการเดินทางออกไปทำประมงบริเวณหน้าหมู่บ้านและใกล้เคียงทั้งไป-กลับลดลงเหลือ 1-3 ชั่วโมง/วัน ซึ่งในช่วงก่อนที่จะมีการจัดสร้างแหล่งฯ ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5-6 ชั่วโมง/วัน และชาวประมงส่วนใหญ่จะทำการประมงเฉพาะบริเวณรอบๆ พื้นที่จัดสร้างแหล่งฯ นอกจากนี้ยังพบว่ามีเครื่องมือประมงเพิ่มขึ้นหลังการจัดสร้างฯ 5 ประเภท ได้แก่ อวนปลาเห็ดโคน อวนปลากระบอก อวนเอ็นปลาทู อวนลอยกุ้งสามชั้น และอวนจมปูม้า โดยอวนเอ็นปลาทู เป็นเครื่องมือที่ให้ผลผลิตในรอบแต่ละปีเพิ่มปริมาณสูงขึ้นมากที่สุด จากที่เคยจับได้ในปี 2533 เท่ากับ 364 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็น 12,314.5 กิโลกรัม 15,121.5 กิโลกรัม และ 57,398 กิโลกรัม ในปี 2535, 2536 และ 2537 ตามลำดับ ส่งผลให้ภายหลังจากปะการังเทียม ชาวประมงในหมู่บ้านเปลี่ยนเครื่องมือประเภทอื่นๆ มาเป็นอวนเอ็นปลาทูมากยิ่งขึ้นเพื่อมุ่งจับปลาทูเป็นเป้าหมายหลัก

เมื่ออายุของปะการังเทียมเข้าสู่ปีที่ 2 พบว่าชาวประมงเริ่มนำอวนปลากุเรา และอวนปลาจาระเม็ดเข้ามาทำการประมง โดยสามารถจับได้เท่ากับ 920.6 กิโลกรัม และ 1,872 กิโลกรัม ในปี 2536 และในปี 2537 จับได้ 4,833 กิโลกรัม และ 956.4 กิโลกรัม ตามลำดับ และเมื่อปะการังเทียมมีอายุเข้าสู่ปีที่ 3 ได้เกิดการประมงชนิดใหม่อีก 1 ชนิด คือ การใช้แสงไฟจากแบตเตอรี่ล่อหมึกแล้วทอดด้วยแห

ต่อมาในปี 2539 ได้มีการจัดสร้างปะการังเทียมเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง โดยใช้วัสดุแท่งคอนกรีตขนาด 1.5x1.5x1.5 ม.3  และมีการจัดสร้างเรื่อยมาจนถึงปี 2549 โดยใช้วัสดุแท่งคอนกรีตขนาด 1.5x1.5x1.5 ม.