ทุ่นแบบเจาะฝังหมุด

ทุ่นแบบเจาะฝังหมุด 
ปี พ.ศ. 2532 กรมป่าไม้ (ในขณะนั้น ปัจจุบันเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช) ร่วมมือกับ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับปรุงทุ่นห่วงเหล็กฝังบนหัวปะการังของ J.C. Halas มาเป็นทุ่นแบบเจาะฝังหมุด โดยทุ่นแบบเจาะฝังหมุดนี้ถูกพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเรือขนาดเล็ก มีความยาวไม่เกิน 15 เมตร ที่เข้ามาในแนวปะการัง

10271129_10202425869821503_119694174_o

ทุ่นแบบเจาะฝั่งหมุด

ส่วนประกอบของทุ่น
ทุ่นลอยหลัก มีรูปแบบทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 45 เซนติเมตร สีส้ม ทำด้วย Fiberglass ภายในบรรจุด้วย Styrofoam และมีท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ¾ นิ้ว ผ่านตรงกลาง เพื่อให้เชือกร้อยผ่าตัวทุ่นได้ สายยึดโยง เป็นเชือก Polypropylene แบ่งออกเป็น 3 เส้น คือ เชือกเส้นที่ติดกับตัวทุ่น เชือกที่ติดกับฐานยึดทุ่น และเชือกเส้นกลางเชื่อมระหว่าง 2 เส้น ฐานยึดทุ่น ใช้หมุดโลหะไร้สนิม ซึ่งทำด้วยสเตนเลสขนาดความยาว 46 เซนติเมตร ด้านบนเป็นห่วงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12 เซนติเมตร ด้านล่างเป็นรูปตัววี เพื่อยึดซีเมนต์ด้านล่างให้มั่นคงขึ้น ทุ่นแบบเจาะฝังหมุดเป็นทุ่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในสภาพพื้นทะเลที่เป็นแนวปะการังน้ำตื้น มีปะการังก้อนขนาดใหญ่ และมีระดับน้ำลึกไม่เกิน 15 เมตร

ขั้นตอนการติดตั้ง
ทุ่นแบบเจาะฝังหมุด ต้องอาศัยก้อนปะการังที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรง มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป เช่น ปะการังโขด สามารถใช้ปะการังที่ตายแล้ว หรือปะการังมีชีวิตอยู่สำหรับเจาะเป็นฐานก็ได้ ซึ่งปะการังดังกล่าวต้องทึบหนา ไม่เป็นโพรง เพื่อให้เจาะแล้วไม่ทะลุไปอีกด้าน การเจาะปะการังนั้นต้องอาศัยเครื่องเจาะไฮดรอลิก (Hydraulic Drill) ปลายสุดของฐานยึดทุ่นเป็นรูปตัวทีสำหรับยึดซีเมนต์ที่เททับให้แข็งแรงขึ้น ปลายด้านบนที่โผล่เป็นห่วงสำหรับร้อยเชือกผูกทุ่น

ข้อดีของทุ่นแบบเจาะฝังหมุด
เป็นทุ่นที่แข็งแรง มีความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ไม่ทำลายก้อนปะการังที่ถูกติดตั้งมากนัก ปะการังสามารถเจริญเติบโตต่อได้

ข้อจำกัดของทุ่นแบบเจาะฝังหมุด
การติดตั้งมีความยุ่งยาก อุปกรณ์และเครื่องมือมีราคาแพง จำเป็นต้องใช้บุคลากรดำเนินงานที่ได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะ และใช้ได้ในระดับความลึกไม่เกิน 15 เมตร